คลายปัญหา Battery Notebook
หลังๆมานี้ถึงช่วงงานคอมมาร์ททีไร หลายๆคนที่ไปงานจะถามถึงแต่โน้ตบุ๊คเป็นส่วนใหญ่ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบเดิมๆเริ่มโดนหมางเมิน เหลือไว้เฉพาะคนที่ทำงานสาย 3D หรือเล่นเกมประมวลผลหนักๆเท่านั้น แต่การที่โน้ตบุ๊คสามารถเหน็บไปใช้งานที่ใดก็ได้นั้น ส่วนประกอบสำคัญที่อำนวยความสะดวกคือ ?แบตเตอรี่? ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้แบบ Lithium-ion หรือเรียกกันสั้นๆว่า Li-ion ซึ่งแบต Li-ion นี้ยังเข้าไปอยู่ใน Gatget อีกหลายตัว เช่น กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ วันนี้เราไปทำความรู้จักพร้อมวิธีดูแลรักษาไม่ให้แบตเตอรี่ในโน้ตบุ๊คของเราสิ้นชีวีก่อนถึงอายุไข
การใช้งานแบบประหยัดพลังงาน
เริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายๆอย่างในขณะใช้งานโน้ตบุ๊ค ซึ่งวิธีการที่จะแนะนำต่อไปนี้ทำได้ง่ายดาย แถมบางวิธีนั้นเราอาจเคยทำกันอยู่บ่อยๆ โดยไม่รู้ตัวว่าได้ดูแลปกป้องแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คของเราเป็นประจำ ไปดูวิธีการต่างๆกันเลย
- งดเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วงทิ้งไว้ เมื่อไม่ได้ใช้
เหล่าอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกทั้งหลายก็เป็นอีกตัวการสำคัญที่ดูดพลังงานแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คของเรา ไม่ว่าจะเป็นแฟลชไดรว์, พรินเตอร์, ฮาร์ดดิสก์ภายนอก หรือออปติคัลเบิร์นนิงภายนอก โดยเฉพาะถ้าอุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB จะยิ่งใช้พลังงานมาก เพราะ USB จะพึ่งพาการทำงานของ CPU เป็นหลัก และเมื่อ CPU ทำงานหนัก ก็จะมีผลกับพลังงานของแบตเตอรี่ไปด้วย เพราะฉะนั้นควรถอดให้หมดเมื่อไม่ได้ใช้งาน

- หมั่น Defrag คอมพ์ซะหน่อย
การ Defragmentation นั้น เป็นยูทิลิตี้ยอดนิยมที่ช่วยจัดเรียงข้อมูลบนในฮาร์ดดิสก์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่าเดิม ประสิทธิภาพในการทำงานของโน้ตบุ๊คจึงดีขึ้น เพราะการเข้าถึงข้อมูลที่เร็วขึ้นทำให้งานในส่วนนี้ใช้เวลาน้อยลง แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คจึงสูญเสียพลังงานน้อยลงไปด้วย อย่าลืมนะ! หมั่น defrag คอมพ์บ่อยๆ ซักเดือนละครั้งโน้ตบุ๊คจะเร็วขึ้นทันตาเห็น ลดภาระแบตเตอรี่ได้เยอะ
- ปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมกับงาน
ในการใช้งานโน้ตบุ๊คนั้น แต่ละคนก็มีรูปแบบแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าเราไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องปรับความสว่างหน้าจอให้สีตรงกับความจริงแบบคนทำสิ่งพิมพ์หรือนักรีทัชภาพถ่าย ก็ปรับความสว่างให้ต่ำๆ แค่พออ่านตัวหนังสือออก ดูรูปได้เข้าใจเป็นพอ อีกอย่างขอบอกว่ามองจอสว่างเกินไปบ่อยสายตาเสียได้นะจ๊ะ
รู้จักกับ Cycle เพิ่มความเข้าใจในการชาร์ตแบต
เชื่อว่า ณ วันนี้ยังมีความเข้าใจหลากหลายเกี่ยวกับการชาร์ตแบต Li-ion โดยการชาร์ตแบต Li-ion แต่ละครั้งจะนับตามรอบวงกลมเรียกกันว่า Cycle
Cycle คือจำนวนรอบอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ สมมติว่าแบตเตอรี่ถูกผลิตให้ชาร์ตได้ 1,000 Cycle เราก็จะชาร์ตแบตก้อนนี้ได้ 1,000 รอบ(ไม่ใช่ 1,000 ครั้ง) เพราะฉะนั้นแบต Li-ion ที่นิยมกันในปัจจุบัน สามารถชาร์ตได้บ่อยๆ ตามที่เราต้องการ ไม่จำเป็นต้องชาร์ตให้เต็มหรือปล่อยให้แบตหมดเสียก่อนแล้วค่อยชาร์ต

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ คือ ในจำนวน 1 Cycle จะเริ่มชาร์ตจากแบตเตอรี่ 0% ที่ไม่มีไฟ จนแบตเตอรี่มีไฟเต็ม 100% นับเป็น 1 Cycle แต่ถ้าชาร์ตเพียงแค่ 80% แล้วถอดสายอะแดปเตอร์ออกก่อนก็จะนับเป็น 0.8 Cycle หลังจากนั้น ถ้ากลับมาชาร์ตอีกครั้งก็จะต่อจากเดิม ชาร์ตไปอีก 20% จึงจะครบ 1 Cycle

สรุปว่า ถ้าแบตเตอรี่ผลิตให้ชาร์ตได้ 1,000 Cycle ก็จะชาร์ตได้มากกว่าพันครั้งอย่างแน่นอน แบต Li-ion ไม่ได้เสื่อมเพราะชาร์ตบ่อยๆ แน่จ้ะ
กรณีถอดแบตเตอรี่ออกขณะเสียบปลั๊ก
เฮ้อ…ผ่านพ้นวิชาคณิตศาสตร์ไปคงเล่นเอาผู้อ่านที่ไม่ชอบวิชาคำนวนมึนเล็กน้อย เรามาต่อด้วยการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียระหว่างการถอดหรือไม่ถอดแบตเตอรี่ขณะเสียบปลั๊กกันดีกว่า
- เริ่มที่ไม่ถอดแบตเตอรี่ขณะเสียบปลั๊กกันก่อน
ข้อดี
- เปรียบเหมือนกับมี UPS พกพาติดอยู่กับตัวเครื่อง เมื่อมีปัญหาไฟดับหรือไฟไม่วิ่งเข้าอะแดปเตอร์ ก็ยังมีพลังงานจากตัวแบตเตอรี่สำรองใช้ไปก่อน มีเวลาให้เราเซฟงานแล้ว Shut Down ได้ทัน
- หมดปัญหาเรื่องขั้วเสียบแบตเตอรี่บิดหรือหัก เมื่อเราไม่เสียบเข้า-ถอดออกบ่อยๆ
ข้อเสีย
- ความร้อนจากตัวเครื่องจะแผ่รังสีสู่ตัวแบตเตอรี่ ส่งผลให้แบตเสื่อมเร็ว
- ส่วนการเสียบปลั๊กแล้วถอดแบตเตอรี่
ข้อดี
- หลีกเลี่ยงความร้อนที่มาจากโน้ตบุ๊ค ซึ่งส่งผลให้แบตเสื่อมเร็ว
ข้อเสีย
- ถ้าถอดแบตอยู่ตลอด อาจมีเศษฝุ่นมาเกาะขั้วแบตเตอรี่ นานวันเมื่อฝุ่นเกาะหนาขึ้นไฟจากแบตเตอรี่อาจเจอบล็อคจากฝุ่นที่เกาะ ทำให้ไฟไปเลี้ยงที่ตัวเครื่องไม่ได้
- ถ้าไฟดับแล้วไม่ได้เสียบแบตเตอรี่ไว้ ก็ไม่มีไฟสำรองคอยพยุงไม่ให้เครื่องดับ อาจทำให้แผงวงจรต่างๆบนเมนบอร์ดชอร์ตหรือไหม้ ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าเมนบอร์ดบนโน้ตบุ๊คของเรามันแพงแค่ไหน อาจต้องซื้อใหม่กันเลยถ้าเครื่องเราหมดประกันไปแล้ว
เมื่อเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแล้ว ก็ขอเลือกเสียบแบตเตอรี่ทิ้งไว้ดีกว่า
แบตเตอรี่ Notebook เสื่อม ดูอย่างไร? ดูแลรักษายังไง?
สาเหตุของอาการแบตเตอรี่เสื่อมมีอยู่มากมาย ขอไล่เรียงเป็นข้อๆ ดังนี้
- ถ้าเครื่องเปิดไม่ติด ให้ฟอร์แมทเครื่อง!!!?? …ไม่ช่ายยยย ถ้าเปิดสวิทซ์แล้วเครื่องไม่ติดโดยที่ยังเสียบปลั๊กไว้อยู่ ให้ลองถอดแบตเตอรี่ออกแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง ถ้าเปิดติดก็แสดงว่าแบตเตอรี่ถึงคิวกลับบ้านเก่าแล้วล่ะ
- ชาร์ตบ่อยๆ จะช่วยป้องกันการลืมชาร์ตไฟ เพราะถ้าแบต Li-ion ไม่มีไฟเหลืออยู่เป็นเวลานาน จะเสียถึงขั้นไม่สามารถชาร์ตไฟได้อีก เอาไปใช้ทับกระดาษแทนได้เลย

- สำหรับแบต Li-ion ไม่ควรใช้จนหมดแล้วถึงชาร์ต เพราะทำให้เกิด discharge rate สูง เนื่องจากการชาร์ตแบตจากพลังงาน 0% จะมีแรงดันไฟเข้าสู่แบตเตอรี่แบบเร่งรีบจนกว่าจะชาร์ตถึง 20% ซึ่งถ้าทำบ่อยๆ ผลกระทบจาก discharge rate จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว
- ถ้าแบตเตอรี่อยู่ในสถานที่ที่อุณหภูมิสูง มีอากาศร้อนมากๆ ความร้อนที่ได้รับจะส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว ควรเก็บไว้ในที่เย็นๆ (หลายคนจึงใช้โน้ตบุ๊คในห้องแอร์เป็นหลัก) ถ้าต้องทิ้งไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด ก็ถอดแบตออกมาจากตัวเครื่อง แยกออกไว้ในที่ที่อากาศไม่ร้อนจัด)
-?? ?ถ้าไม่ได้ใช้งานแบตเตอรี่เป็นเวลานาน ให้ชาร์ตไฟไว้ที่ประมาณ 40% ของความจุ ถอดแบตออกจากโน้ตบุ๊ค นำไปไว้ในสถานที่ที่อุณหภูมิต่ำๆ จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้
รู้จัก Battery Doubler โปรแกรมที่ช่วยให้ใช้งานโน้ตบุ๊คเป็น 2 เท่า
โปรแกรมที่ช่วยให้แบตเตอรี่ในโน้ตบุ๊คของคุณใช้งานได้เป็น 2 เท่าจากปกติ ด้วยฟังก์ชันที่ลดการทำงานต่างๆ ที่ไม่มีความจำเป็นกับระบบ และไม่เข้าไปจุ้นจ้านการทำงานหลักๆ ผลคือแบตเตอรี่จะใช้ไฟต่ำลงไปถึง 2 เท่า (กรณีที่คุณใช้งานเอกสารหรืออินเทอร์เน็ต) คุณจึงใช้งานโน้ตบุ๊คได้นานถึง 2 เท่า การใช้งานก็ไม่ยาก เมื่อต้องการเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน ก็เพียงสั่ง Enable หรือเปิดการใช้งานเท่านั้น

ส่งท้ายขอฝากให้ช่วยกันประหยัดพลังงานให้มีใช้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ใช้เท่าที่จำเป็นและไม่เปิดเครื่องทิ้งไว้ยามไม่ใช้งานนะจ๊ะ…
บทความโดย : Jua Jeedjad











ไม่ทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไร เวลาถอดแบตเตอรี่ออกจากโน๊ตบุคแล้ว จะใช้ไฟตรงโดยที่ไม่ใส่
แบตเตอรี่ ไฟก็ไม่เข้าเครื่องโน๊ตบุค แต่พอใส่แบตเข้าไปเสียบไฟก็ใช้ได้เลย
ตอบด้วยครับ ไม่อยากใส่แบตตลอด