เบิ่งหนัง Hi-Def แบบประหยัด โดยไม่ง้อ Blu-Ray Player !!!
HDD Player…ชื่อนี้ฟังแล้วหลายคนอาจเข้าในว่าเป็นโปรแกรมสำหรับดูหนังบนเครื่องคอมฯ แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ดูหนังในฟอร์แมตต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องคอมฯ ให้เสียเวลา เพียงแค่ต่อ HDD Player เข้ากับโทรทัศน์ แล้วเปิดเครื่องทำงาน เท่านี้คุณก็พร้อมจะดูหนังเรื่องโปรดได้อย่างไม่ขาดตอนแล้ว!
หากเราสามารถเก็บหนังในฟอร์แมตต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ แล้วนำไปเปิดดูกับโทรทัศน์โดยตรงคงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย เวลาที่ซื้อภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ มาก็นำมาริปเป็นไฟล์แล้วนำไปเก็บลงฮาร์ดดิสก์เลย ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนแผ่นไปๆ มาๆ เมื่ออยากดูหนังเรื่องไหน หรือว่าโหลดตัวอย่างหนังเรื่องใหม่มาจากอินเทอร์เน็ต ก็สามารถนำมาเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์แล้วเปิดดูกับโทรทัศน์ได้เลย ซึ่งฮาร์ดดิสก์ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ “HDD Player” นั่นเอง จุดเด่นๆ ของ HDD Player นอกจากความสามารถในการเล่นหนังอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นแล้ว ยังรองรับไฟล์ในฟอร์แมตของ Hi-Def อีกด้วย

Hi-Def คืออะไร
Hi-Def หรือ HD ย่อมาจากคำว่า High Definition ซึ่งหมายถึง “ความละเอียดสูง” นั่นเอง เดิมทีเราจะคุ้นกับระบบของ DVD-Video มาตรฐาน โดยมีความละเอียดของเส้นแนวนอนที่ 480 เส้น ในระบบ NTSC และ 576 เส้น ในระบบ PAL ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Standard Definition (SD) รองรับสัดส่วนภาพทั้งแบบ Fullscreen 4:3 และ Widescreen ส่วนระบบภาพที่มีความละเอียดสูงกว่านี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม High Definition (Hi-Def หรือ HD) เช่น 720 เส้น (1280×720 พิกเซล), 1080 เส้น (1920×1080 พิกเซล) เป็นต้น โดยจะใช้สัดส่วนภาพแบบ Widescreen ทั้งหมดด้วยอัตราบิตเรตที่ส่วนใหญ่จะสูงกว่าฟอร์แมต DVD-Video แบบเดิมๆ วิดีโอในฟอร์แมต HD ให้คุณภาพที่ดีกว่า DVD-Video ทั่วไป เช่น ที่ความละเอียด 1080i จะมีจำนวนจุดที่แสดงภาพมากกว่าถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับภาพที่ได้จาก NTSC DVD ซึ่งไม่เพียงแต่ด้านรายละเอียดของภาพที่ดีกว่า แต่ยังรวมถึงคุณภาพของสีสันและความลื่นไหลของภาพด้วย ซึ่งหากเปรียบเทียบกันง่ายๆ ก็คือการดูหนังแบบ DVD เทียบกับ VCD ที่เราจะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นเอง

แต่เนื่องจากความละเอียดของภาพในฟอร์แมต HD ที่สูงกว่า ทำให้ขนาดของไฟล์วิดีโอสูงตามไปด้วย เมื่อเปรียบเทียบภาพยนตร์เรื่องเดียวกันกับ DVD นั้น ฟอร์แมต HD จะมีขนาดไฟล์วิดีโอได้มากกว่า 20 GB เลยทีเดียว (เทียบได้กับ DVD5 จำนวน 5 แผ่น) ภาพยนตร์ที่บันทึกแบบ HD จึงถูกบรรจุเอาไว้ในสื่อเก็บข้อมูลที่มีความจุสูงๆ อย่าง Blu-Ray เป็นต้น แน่นอนว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องเล่น Blu-Ray ด้วย แต่ถ้าไม่มีเครื่องเล่น Blu-Ray ราคาแพงละก็ HDD Player เป็นคำตอบสุดท้ายที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้โดยไม่ทำให้กระเป๋าแฟบ (* 0 *)!
HDD Player ดีอย่างไร
HDD Player จัดว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับนักดูหนังยุคใหม่ ที่ถนัดกับการซื้อหนังแบบออนไลน์ หรือดาวน์โหลดหนังตัวอย่างมาดู โดยเลือกที่จะไม่ดูกับคอมพิวเตอร์เพราะมีหน้าจอเล็กไป การทำงานของ HDD Player ก็จะเหมือนกับฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บข้อมูลตัวหนึ่ง แต่เป็นฮาร์ดดิสก์ที่สามารถนำมาต่อกับโทรทัศน์ได้ โดยเปิดเล่นไฟล์หนัง เพลง หรือรูปภาพที่เก็บไว้ในนั้นได้เลย ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์ในฟอร์แมตต่างๆ ให้เป็น DVD ก่อน เพื่อนำไปเปิดกับเครื่องเล่นดีวีดี

นอกจากนี้ HDD Player บางรุ่น ยังสามารถต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์กภายในบ้านได้ เมื่อเราได้หนังเรื่องใหม่ๆ มาก็เพียงแค่โยนไฟล์ข้ามเน็ตเวิร์กจากคอมพิวเตอร์มาเก็บไว้ใน HDD Player ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาถอดฮาร์ดดิสก์ไปถอดมาระหว่างคอมพิวเตอร์กับโทรทัศน์ด้วย ข้อได้เปรียบของ HDD Player ก็คือ รองรับไฟล์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ VCD ไปจนถึงภาพยนตร์ระดับ HD ซึ่งเมื่อก่อนต้องใช้เครื่องเล่นแบบ Blu-ray เท่านั้น และยิ่งมีรุ่นใหม่ๆ ที่มีอินเทอร์เฟซแบบ HDMI ให้มาด้วย ทำให้เราสามารถนำไปใช้กับโทรทัศน์รุ่นใหม่ๆ เช่น LCD TV ได้เลย

แค่เสียบสาย HDMI เท่านี้ก็พร้อมสำหรับทุกความบันเทิงแล้ว
HDD Player แบบไหนที่ต้องการ
HDD Player ในท้องตลาดก็มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นที่เล่นไฟล์ MPEG ได้เพียงอย่างเดียวไปจนถึงเล่นไฟล์ MKV ได้ ซึ่งมีทั้งแบบที่เป็นกล้องขนาด 2.5 นิ้ว สำหรับพกพาได้สะดวก และขนาด 3.5 นิ้ว ที่ต้องเสียบปลั๊กไฟบ้าน นอกจากนี้ยังมีราคาตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปจนถึงหมื่นต้นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่องเล่นแต่ละยี่ห้อ และที่ว่ามาทั้งหมดนั้นยังไม่รวมฮาร์ดดิสก์นะครับ เราต้องซื้อหาฮาร์ดดิสก์มาใส่เองอีกที
HDD Player ที่ติดตั้งฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 เทราไบต์ เท่านี้ก็เกินพอสำหรับภาพยนตร์นับร้อยเรื่อง
ที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกซื้อ HDD Player ก็คือการรองรับฟอร์แมตของไฟล์ต่างๆ ซึ่งเราต้องดูว่าเครื่องเล่น HDD Player นั้นรองรับไฟล์ฟอร์แมตที่เราต้องการได้หรือไม่ ปกติแล้ว ถ้าจะให้ดีก็ต้องรองรับไฟล์ฟอร์แมต MKV เพื่อที่จะสามารถดูไฟล์หนังความละเอียดสูงได้ (รายละเอียดของ MKV ดูได้จาก Note) ส่วนไฟล์ฟอร์แมตอื่นๆ เช่น ISO ซึ่งเป็นไฟล์ DVD ริปให้อยู่ในรูปของอิมเมจ นั้นเป็นเรื่องปกติแล้วสำหรับ HDD Player สมัยนี้

Note : MKV คืออะไร
ฟอร์แมตสำหรับหนัง Hi-Def ปัจจุบันแบ่งออดเป็นสองแบบ ได้แก่ Full Rip คือการคัดลอกสำเนามาลงในคอมฯ เหมือนแผ่นต้นฉบับ 100% แต่วิธีนี้ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากถึง 25-40 GB ส่วนฟอร์แมตที่สองก็คือ MKV ซึ่งมีความสามารถในการบีบอัดข้อมูลจากขนาด 25-40 GB ให้เหลือเพียง 4-15 GB โดยให้คุณภาพใกล้เคียงกับ Full Rip แต่มีการตัดลูกเล่นต่างๆ ในแผ่นออกไปนั่นเอง
ราคาถูกแพงแตกต่างกันตรงไหน
เครื่องเล่น HDD Player มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นขึ้นไป ซึ่งถ้าจะแบ่งกลุ่มสำหรับเครื่องเล่นประเภทนี้คงแบ่งได้ตามตัวชิปที่นำมาใช้ โดยอาจจะแบ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ชิปของ Sigma (ราคาสูง) เช่น Dvico, Popcorn, Dune กับกลุ่มที่ใช้ชิปของ Realtek (ราคาถูกกว่า) โดยความแตกต่างนั้นอาจจะอยู่ที่ความคมชัดเป็นหลัก นอกเหนือจากนั้นก็เป็นลูกเล่นอื่นๆ ที่ทำให้เครื่องบางยี่ห้อมีราคาแพงขึ้นด้วย เช่น หน้าตาที่ดูทันสมัย รองรับอินเทอร์เฟซได้มากกว่า เป็นต้น

Dvico เครื่องเล่น HDD Player สัญชาติเกาหลี ที่เน้นเรื่องความคมชัด และฟังก์ชันที่หรูหรา
HDD ยี่ห้อ Play On เครื่องเล่น HDD Player ในระดับประหยัด
ตลาดที่กำลังเติบโต
เมื่อเปรียบเทียบกับความเติบโตของ HDD Player แล้ว ตอนนี้ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งจากผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ผลิตต่างๆ ซึ่งเดิมนั้นมีเพียงยี่ห้อโนเนมที่เราไม่คุ้นเคยเป็นผู้เปิดตลาดให้ แต่ตอนนี้ยี่ห้อที่เราคุ้นเคยเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นแล้ว ปัญหาเพียงอย่างเดียวสำหรับ HDD Player ก็คือ ต้นฉบับของหนังที่เราต้องมานั่งทำเองเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ต้องดาวน์โหลดเองจากอินเทอร์เน็ตเท่านั้นเอง อ้อ…เครื่องเล่น HDD Player ไม่ได้เพียงแค่รองรับไฟล์ภาพยนตร์อย่างเดียวนะครับ แต่จะฟังเพลง หรือว่าดูภาพก็ทำได้เหมือนกัน
บทความ : Mr. X










