Snap! สนุก ทุกองศา
เกาะติดชีวิตออนไลน์เข้าอีกราย สำหรับกล้อง Bloggie รุ่นใหม่จากโซนี่ ที่หันมาจับกระแส Social Network เทรนด์ฮอตสุดร้อนแรงตอนนี้ ทำให้โซนี่พัฒนากล้องสแนปทั้งภาพนิ่งและวิดีโอระดับ HD (Hi-Definition) ในตัวเดียว พร้อมดีไซน์รูปลักษณ์สุดแนว ตัวเล็ก พกพาสะดวก สีสันสดใส โดนใจวัยสะรุ่นอย่างเราๆ (เอิ๊ก….แอ๊บแบ๊วไปกับเค้าด้วย) พร้อมด้วยฟังก์ชั่นแบบ แช๊ะ แล้ว แชร์ สุดจี๊ด ว่าแล้วก็มาทำความรู้จักกับน้อง Bloggie กันเลยดีกว่าครับ
มาดูเรื่องหน้าค่าตาซักนิด เจ้า Bloggie นั้นมีขนาดเล็กพอดีมือไม้ทีเดียว น้ำหนักเบา เลิกคิดถึงกล้องวิดีโอหนักๆไปได้เลย (แต่ถึงจะเล็ก เมื่อต้องถืออยู่ในระยะเดิมเป็นเวลานานก็ออกอาการเมื่อยเหมือนกัน) มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี คือ ขาว ฟ้า ชมพู และม่วงเปลือกมังคุด (ตัวที่ใช้ในการทดสอบนั้นเป็นสีชมพูปรี๊ด โดนใจผมเลย ว่าจะซื้อให้กิ๊กซักตัวนึง…อิอิ) ด้านหลังเป็นจอ LCD Display 2.4 นิ้ว บวกกับจอยสติ๊กแบบควบคุม 4 ทิศทาง พร้อมปุ่ม Play back และปุ่มฟังก์ชั่นเมนู ด้านข้างมีเพียงปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ปุ่มซูม และช่องใส่ SD Card/Memory Stick ภายในกล่องจะแถม Memory Stick Pro Duo มาให้ขนาด 4 GB (จริงๆแล้วสามารถใส่ได้ถึง 32 GB อู้ววว) ซึ่งตรงนี้นับว่าเป็นจุดสำคัญที่ทำให้การใช้งานโอนถ่ายข้อมูลต่างๆนั้นทำให้ง่ายขึ้น เลิกผูกขาดกับ Memory Stick เจ้าเดียวซักที นอกจากนี้ยังมีช่อง AV Out ให้ต่อสายไปยัง TV เพิ่มด้วย (สาย AV Out จะแถมมาให้อยู่แล้วไม่ต้องซื้อเพิ่ม)

ส่วนด้านล่างสุดมีสลักสำหรับเลื่อนให้พอร์ต USB ออกมาเพื่อใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับว่าใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้สายให้ยุ่งยาก ยุ่งเหยิง ส่วนสำคัญที่เป็นจุดเด่นของเจ้า Bloggie ก็คือ ตัวเลนส์ที่สามารถหมุนได้ถึง 270 องศา ทำให้สามารถหมุนไปมาเพื่อถ่ายภาพและวิดีโอได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาเราต้องการถ่ายตัวเอง (ใครที่ชอบถ่ายรูปตัวเองคงถูกใจ) นอกจากนี้ภายในเซ็ตยังแถมเลนส์สำหรับถ่ายภาพ 360 องศาด้วย เหมาะกับการเก็บภาพมุมกว้าง หรือเอาไปสร้างภาพมุมมองแปลกๆ ตามสไตล์ส่วนตัวก็ไม่ผิด แบตเตอรีแบบ Lithium-Ion ที่ให้มานั้นมีขนาดความจุ 930 mAh ซึ่งถือว่าพอควรสำหรับการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งได้

สำหรับความละเอียดนั้น ภาพเคลื่อนไหวมีความละเอียดสูงสุด 1920×1080 (30 p) ในระดับ HD หากเป็นภาพนิ่งจะมีความละเอียดอยู่ที่ 5.0 Mega pixels โดยใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS สามารถซูมดิจิตอลได้ 4 เท่า
ตัววัสดุและการประกอบถือว่าทำได้ดี ไม่เสียชื่อยี่ห้อ Sony เพราะงานถือว่ามีการประกอบที่แน่นหนา กดแล้วไม่ดังกรอบแกรบ ส่วนเคลื่อนไหวชิ้นเลนส์ก็ทำได้แข็งแรงทนทาน ไม่น่าจะเสียหายหรือแตกหักง่าย
ต่อมาเราจะมาซอกแซกกันกับส่วนของโปรแกรมการทำงานและการใช้งานครับ
ก่อนจะใช้งานเราก็ต้องใส่แบตเตอรีก่อน วิธีการเปิดกล้องนั้นทำได้ 2 วิธี วิธีแรกก็เป็นวิธีเบสิก โดยกดปุ่มเปิดทางด้านข้างตัวเครื่อง วิธีที่สองนั้นคูลกว่า คือการหมุนเลนส์ เพียงแค่นั้นกล้องก็จะเริ่มทำงาน (ไฮโซ!)
จากนั้นอยากจะสแนปอะไรก็ตามใจชอบเลย โดยหากต้องการถ่ายภาพนิ่งให้กดชัตเตอร์รูปกล้อง (ปุ่มบน) เพื่อถ่ายภาพ โดยกดค้างไว้สัก 1 วินาทีกล้องก็จะบันทึกภาพ (มีระบบ Face Detection ตรวจจับใบหน้าด้วยล่ะเออ) แต่ถ้าอยากจะถ่ายวิดีโอระดับ HD ก็กดที่ปุ่มรูปฟิล์ม (ปุ่มล่าง) ได้เลย กล้องก็จะเริ่มบันทึก ง่ายดีไม่ต้องสลับโหมดไปมาให้เรื่องเยอะ แถมนิดนึงว่า สามารถตั้งเวลาถ่ายได้ด้วย โดยการโยกจอยสติ๊กลง 1 ครั้ง ก็จะมีออปชั่นการตั้งเวลาถ่ายภาพให้เลือกครับ
เมื่อเก็บภาพต่างๆจนเป็นอันที่พอใจแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะเอาวิดีโอ หรือภาพถ่ายมาอัพโชว์เหนือละ อ๊ะๆอย่างที่บอกไปตอนแรกว่ามันมีพอร์ต USB ในตัวเลยไม่ต้องต่อสาย ก็แค่เปิดตัวปิดด้านข้าง แล้วเลื่อนสลักข้างใต้ แค่นั้นพอร์ต USB ก็จะออกมาพร้อมเชื่อมต่อได้ทันที

จุดชูโรงของเจ้า Bloggie อีกจุดหนึ่งที่ผมเห็นคือ มันมีซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการไฟล์มาให้ในตัวเลย โดยที่เราไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ก่อน ซอฟต์แวร์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “PMB Portable” เราสามารถจะอัพโหลดรูปและ
วิดีโอที่เราต้องการจะแชร์ไว้บน Social Network ต่างๆได้ เช่น YouTube, Picasa และ Photobucket เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่ม Social Network อื่นๆในโปรแกรมได้ด้วย ทั้งนี้คุณต้องเป็นสมาชิกของเว็บนั้นๆก่อน
เมื่อต้องการจะอัพโหลดข้อมูลต่างๆไปไว้ก็ต้องทำการล็อกอินผ่านตัวโปรแกรม จากนั้นจึงจะสามารถอัพโหลดได้ นอกจากนี้โปรแกรมนี้ยังสร้างคลิปบอร์ดภาพและวิดีโอ ให้เราสามารถอัพโหลดไฟล์ต่างๆไปวางใน Social Network ได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก นับว่าอำนวยความสะดวกกันสุดๆไปเลย ส่วนเรื่องคุณภาพของงานที่ได้นั้นเป็นเรื่องที่ตัวท่านคงต้องตัดสินกันเองนะครับ เพราะความพึงพอใจของคนเราไม่เท่ากัน (ส่วนตัวผมนั้นก็พึงพอใจในระดับหนึ่งครับ)

และใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนโลวเทค กลัวว่าจะใช้ไม่เป็นก็เลิกคิดได้เลยเพราะ Bloggie นี่ใช้งานง่าย เมนูการปรับตั้งค่าไม่ซับซ้อน (แต่ก็ตั้งค่าได้น้อยไปนิดนึง) และยังมีพูดไทยได้ด้วยนะขอบอกๆ (มีเมนูภาษาไทยมาให้)
นับว่า Bloggie เป็นต้นแบบของกล้องระดับ HD ที่ช่วยทำให้เทคโนโลยีถ่ายภาพ ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนและเข้าถึงยากอีกต่อไป รวมถึงทำให้เป็นเรื่องสนุก ถือได้ว่าเป็นจุดดีอีกอย่างหนึ่ง และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และการแข่งขันในหมู่ผู้ผลิต ซึ่งผลดีก็ตกอยู่กับผู้ใช้อย่างเราๆนี่แหละ
ฉบับนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ
* รุ่นที่นำมาทดสอบเป็นรุ่น MHS-PM5K
บทความ : Thanakorn










