เทคนิคการถ่ายภาพให้ทันกับสถานการณ์
หลังจากที่เราได้ศึกษาเรื่องเทคนิคการวัดแสง จังหวะช่วงเวลากันไปบ้างแล้ว หลายๆคนอาจนึกคันไม้คันมือ กะว่าเดี๋ยววันหยุดนี้จะขอเอาเทคนิคต่างๆที่ได้สอนไปลองของสักหน่อยแต่พอไปถึงสถานที่จริง เคยมั้ยครับ… ปรับตั้งโหมดกล้องไม่ทันกับเหตุการณ์ กว่าจะเลือกระบบวัดแสง เริ่มวัดแสง พอเลือกได้แล้วก็ส่ายกล้องหาจุดวัดแสง จัดองค์ประกอบภาพสุดยอดตามกฎ 3 ส่วนที่เคยอ่านมา เล็งไปที่จุดโฟกัส ล็อคโฟกัส (รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเศษๆ) แล้วกดชัตเตอร์ แช๊ะ… ปรากฏว่าส่วนใหญ่องค์ประกอบหลักที่เราโฟกัสไว้จะหายไปจากช่องมองภาพของเราเรียบร้อยแล้ว… (ภาพกีฬา/คน/ภาพการเคลื่อนไหว ฯลฯ)
ถ้าคุณเจอปัญหาเหล่านี้ ผมมีเคล็ดลับการแก้ไขปัญหามาบอกว่า จริงๆแล้วคุณไม่ได้สับสนกับวิธีใช้กล้องหรอกครับ ปัญหาก็คือ คุณไม่รู้ว่าจะถ่ายภาพอะไร และต้องการให้ภาพออกมาแนวไหนที่ตรงใจมากที่สุด และเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูกกับมุมกล้องมากเกินไป มัวแต่ปรับตั้งค่าแบบลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น คุณต้องรู้ว่ากำลังจะถ่ายภาพอะไร ต้องการให้ผลลัพธ์ของภาพออกมาในลักษณะไหน และเลือกใช้ระบบต่างๆที่มีอยู่ในกล้องของคุณนั้นให้เหมาะสม แค่นี้ก็สามารถถ่ายภาพได้เร็วขึ้นแล้ว มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ
เห็นภาพในจินตนาการทุกครั้งก่อนกดชัตเตอร์
จำเป็นอย่างยิ่งเพราะนั่นคือคำตอบว่าคุณจะใช้โหมดไหน วัดแสงตรงจุดไหน วางมุมกล้องไว้อย่างไร และที่สำคัญอย่าลังเล “แล้วทำอย่างไรถึงจะเห็นภาพในจินตนาการได้ล่ะ?” คำตอบคือ คุณต้องดูภาพเยอะๆหลายๆแนว แล้วภาพเหล่านั้นจะตามมาหลอกหลอนคุณเอง จากนั้นพิจารณาภาพว่าแสงที่ตกกระทบแบบนั้นมาจากทิศทางไหนบ้าง ซ้าย/ขวา/บน/ล่าง หรือมาจากข้างหลัง แล้วพยายามถ่ายภาพให้เหมือน หรือใกล้เคียงที่สุด
ณ ตอนนี้คุณควรที่จะเรียนรู้ทฤษฎีให้แน่น พยายามลอกเลียนแบบ และดึงมาใช้อย่างรวดเร็วที่สุดครับ ไม่ควรพยายามสร้างภาพอะไรที่นอกเหนือจากที่ศึกษามา เพราะจะทำให้คุณลังเล และไม่ควรสร้างทฤษฎีขึ้นมาใหม่ ตราบใดที่คุณยังไม่สามารถทำาตามทฤษฎีเก่าและลอกเลียนแบบได้ “ศิลปินที่สร้างผลงานศิลปะอย่างสร้างสรรค์ ทุกแขนงนั้น จริงๆแล้วไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เริ่มต้นจากการลอกเลียนแบบ และเข้าใจทฤษฎีอย่างถ่องแท้แล้วทั้งสิ้น” ทีนี้พอทำาบ่อยๆสมองและมือของเราจะไปสัมพันธ์กับกล้องถ่ายภาพเองโดยอัตโนมัติ แรกๆจะช้าแต่พอทำาจนชินแล้วการตั้งค่าระบบกล้องจะเร็วขึ้นมากอย่างแน่นอนครับ

เลือกโหมดในการถ่ายภาพให้ตรงกับภาพที่เห็นในจินตนาการ
โหมด P (Program AE)
หากคุณยังไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายภาพอะไร หรือยังไม่เห็นภาพที่ต้องการนั้น ผมขอแนะนำาให้คุณปรับโหมดนี้เตรียมพร้อมไว้เลยครับ เพราะว่าโหมดนี้เร็วและได้ภาพแน่นอน กล้องถ่ายภาพจะคำานวณค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้สัมพันธ์กันอัตโนมัติ รับรองว่าคุณจะได้ภาพทันเหตุการณ์แน่นอน เพียงแค่หางตาคุณเห็นภาพณ เวลานั้น จากนั้นเพียงแค่ชดเชยค่าแสง + หรือ – ค่าแสงเพียงแค่เสี้ยววินาทีคุณก็ได้ภาพนั้นอย่างแน่นอน
โหมด Tv (Shutter-priority AE)
คุณสามารถเล่นกับความเร็วของชัตเตอร์ได้ตามต้องการจะช้าหรือเร็วก็ได้ครับ โดยที่กล้องจะปรับค่ารูรับแสงให้คุณโดยอัตโนมัติ

โหมด Av (Aperture-priority)
คุณสามารถเลือกขนาดของรูรับแสงได้ตามต้องการ เพื่อเน้นจุดสนใจของภาพ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการภาพที่มีความชัดลึก (ชัดตั้งแต่ฉากหน้าจนถึงฉากหลัง) หรือต้องการภาพชัดตื้น(ฉากหน้าชัด ฉากหลังเบลอ) โดยที่กล้องจะทำาหน้าที่ปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ให้คุณโดยอัตโนมัติ
โหมด M (Manual Exposure)
เป็นโหมดที่ช่างภาพหลายคนถนัดนัก และก็มีอีกหลายๆคนไม่ถนัดเอาเสียเลย…แต่ส่วนตัวแล้วถ้าพอมีเวลาอยู่บ้าง ผมชอบที่จะใช้โหมดนี้มาก เพราะว่าหากคุณอยู่ในสภาพแสงที่ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เช่น ภายในอาคาร หรือตามสถานที่ต่างๆ เพียงแค่คุณเลือกตั้งค่าที่ต้องการเพียงครั้งเดียว ที่เหลือก็ถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องชดเชยค่าแสงอีกจนกว่าแสงจะเปลี่ยนอีกครั้งหรือไว้สำาหรับถ่ายภาพที่มีความซับซ้อนของแสงได้ดี

…ถ่ายภาพอย่างความสุขทุกๆคนนะครับ…
บทความ : Apichat










