อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Photo Know How

โหมดการวัดแสง

นิตยสาร 21 เมษายน 2553 – 10:31 am

หลังจากที่คุณได้คุ้นเคย (สนิทสนม) กับกล้อง DSLR และสามารถชดเชยค่าแสงให้เป็น “ สีเทากลาง 18%” ได้แล้ว ทีนี้เราลองมาดูว่าจะสามารถเลือกใช้ระบบวัดแสงแบบไหนให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ได้บ้าง และควรเลือกใช้ตามความสามารถของระบบวัดแสงแบบนั้นๆ  เพื่อให้ได้ภาพอย่างที่ต้องการมากที่สุด กล้องถ่ายภาพส่วนใหญ่มีระบบวัดแสงให้คุณเลือกอยู่ 4 แบบครับ

1. ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหลายส่วน (Multi-Segment Metering) เหมาะสำหรับภาพวิว ที่ไม่มีความแตกต่างของสภาพแสงมากนัก เหมาะสำหรับถ่ายภาพโดยรวมในลักษณ์ตามแสง ไม่เหมาะกับภาพที่มีความแตกต่างของแสงมากนัก (ภาพย้อนแสง) แต่สามารถย้อนแสงอ่อนๆได้ในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือก่อนพระอาทิตย์ตก….
Multi-Segment-Metering-digital-camera

2. ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลางภาพ (Center-Weighted Metering) เหมาะสำหรับถ่ายภาพที่มีจุดสนใจขนาดใหญ่อยู่บริเวณกลางภาพ เช่น ภาพถ่ายแนวบุคคล ภาพอาหาร ซึ่งจะวัดแสงเน้นบริเวณกึ่งกลางภาพ มีขนาด
วัดแสงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-75% เมื่อเทียบกับขนาดของภาพที่ได้

Center-Weighted-Metering-digital-camera

3. ระบบวัดแสงเฉพาะส่วน (Partial Metering) เหมาะสำหรับถ่ายภาพวิวที่เน้นเฉพาะส่วน หรือถ่ายภาพสัตว์ต่างๆ ซึ่งมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเฟรมภาพ เป็นระบบวัดแสงที่มีความละเอียดเหมือนกับระบบวัดแสงแบบเฉลี่ย
กลางภาพ แต่มีขนาดวัดแสงเฉลี่ยเล็กกว่า มีขนาดรัศมีประมาณ 8-15%  เมื่อเทียบกับขนาดของภาพที่ได้

Partial-Metering-digital-camera

4. ระบบวัดแสงเฉพาะจุด (Spot Metering) เหมาะสำหรับสภาพแสงที่มีความแตกต่างของแสงมาก เช่นภาพย้อนแสง (แสงอยู่ด้านหลังของแบบ) หรือสภาพแสงที่เป็นช่องผ่านทางหน้าต่าง หรือแสงที่ทะลุเมฆเห็นแสงเป็นลำๆ หรือไว้สำหรับถ่ายภาพเงาดำ (Silhouette) ระบบวัดแสงแบบนี้มีความแม่นยำสูงมาก ซึ่งหากวัดแสงพลาดแค่นิดเดียวก็สามารถทำให้วัดแสงผิดพลาดได้ เพราะมีขนาดจุดวัดแสงเฉลี่ยที่เล็กมากประมาณ 1-5% เมื่อเทียบกับขนาดของภาพที่ได้
ระบบวัดแสงเฉพาะจุด

ขออนุญาตออกตัวเอี๊ยดด…ดังๆ ก่อนจบบทนี้เลยนะครับ ว่าแต่ละตัวอย่างที่ผมยกตัวอย่างไปนั้น เป็นเพียงแค่คำแนะนำความสามารถของแต่ละโหมด ว่ามีความสามารถอย่างไรในการวัดค่าแสงเท่านั้น…ไม่ผิดเลยถ้าหากคุณจะเลือกโหมดใดๆก็ได้(ตามใจฉัน) และไม่เหมือนกับที่ผมยกตัวอย่างไป  “การถ่ายภาพเป็นงานศิลปะที่ไม่มีใครตัดสินได้ว่าผิดหรือถูก…มีแต่ว่าคุณพอใจแล้วหรือยังกับผลลัพธ์ที่ได้” (คำพูดเท่ๆ แบบนี้ไม่สามารถใช้ได้กับคณะกรรมการของเวทีการประกวดถ่ายภาพนะครับ 555…) ผมเพียงแค่บอกหลักการทำงานของแต่ละโหมดว่ามีการคำนวนหาค่าแสงอย่างไร

Metering-Mode

ที่เหลือก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะครับว่าจะสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายออกมาในแนวทางไหนที่ตรงใจมากที่สุด… หากมีข้อสงสัยหรือคำถามอื่นๆ สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง (ที่เกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพ) ตลอด 24 ชั่วโมงครับที่ apichatt@provision.co.th ยินดีอธิบายอย่างละเอียดทุกข้อสงสัยครับผม…

ฉบับหน้าพบกับขั้นตอนการปรับตั้งค่ากล้องถ่ายภาพให้ทันกับเหตุการณ์… เคยมั้ยครับเวลาไปถ่ายภาพแล้วปรับตั้งค่ากล้องถ่ายภาพช้า (ไม่ทันกับเหตุการณ์) ผมมีวิธีเตรียมตัวและกล้องถ่ายภาพให้พร้อม รวมถึงอธิบายนิสัยของโหมด M / Av / Tv / P ว่าเป็นอย่างไร  ถ่ายภาพอย่างความสุขทุกๆ คน นะครับ…

บทความ : Apichat

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark

2 Comments »