อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Photo Know How

ไปสวนสัตว์กันเถอะ

นิตยสาร 2 พฤศจิกายน 2552 – 6:05 pm

ช่วงปลายฤดูฝนอย่างนี้ ยังคงมีฝนโปรยลงมากวนใจอยู่เกือบทุกวัน หลายๆคนคงไม่ค่อยอยากออกไปถ่ายภาพที่ไหนไกลๆ ถ้าขี้เกียจฝ่าฝน ผจญรถติดออกไปหาที่ถ่ายภาพ เช่นตามน้ำตก หรือป่าเขา ก็ลองมองหาสถานที่เที่ยวใกล้ๆบ้านดูสิครับ ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ก็น่าสนใจเหมือนกัน แต่สถานที่ที่ผมจะแนะนำในวันนี้ก็คือ สวนสัตว์ครับ

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งคิดว่า สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่มีแต่เด็กๆเท่านั้นที่ชอบไป ผู้ใหญ่อย่างเราๆหรือผู้ที่รักการถ่ายภาพ ?ต้อง? ไปให้ได้เลยครับ เพราะเดี๋ยวนี้สวนสัตว์ในบ้านเรามีสัตว์ต่างๆจากทั่วโลก เยอะแยะมากมาย รวมถึงมีการจัดการสถานที่ให้ดูใกล้เคียงกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น สัตว์จำนวนมากไม่ได้อยู่ภายในกรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฝึกถ่ายภาพสัตว์ต่างๆ (ที่ในชีวิตจริงหาชมได้ยาก) ว่าแล้ว ก่อนจะออกไปถ่ายภาพก็อย่าลืมเตรียมตัว พร้อมกับเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆกันก่อนนะครับ

ถ่ายภาพสวนสัตว์

1. อุปกรณ์ที่จำเป็น

ใครที่ใช้กล้องคอมแพค ก็ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมายครับ เช็คเมมโมรี่การ์ดและชาร์จแบตเตอรีกล้องให้เรียบร้อย ส่วนใครที่ใช้กล้อง DSLR ถ้ามีเลนส์ซูมไกลๆ เช่น 70-200 มม. หรือ 70-300 มม. ก็ควรพกไปด้วย เพราะสัตว์ในสวนสัตว์ส่วนใหญ่มักจะอยู่ไกลเกินกว่าระยะของเลนส์ช่วงนอร์มอล หรือถ้าใครขี้เกียจพกเลนส์หนักๆก็อาจหา (หยิบยืม) เลนส์ช่วงยาวๆ หรือเลนส์ซูมครอบจักรวาลจำพวก 18-200 มม. ไปด้วยก็ดีครับ สะดวก ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ไปมา

2. การปรับตั้งกล้อง

ถ่ายสัตว์ในสวนสัตว์ ถึงแม้จะง่ายกว่าถ่ายสัตว์จริงๆในธรรมชาติ เพราะสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์จะคุ้นเคยกับคน ไม่ตื่นกลัว และไม่ค่อยมีพื้นที่ให้วิ่งไปมา แต่ถึงกระนั้น ธรรมชาติของสัตว์ป่าส่วนใหญ่มักจะขี้ระแวงและมักจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง ดังนั้นจึงควรระวังเรื่องการโฟกัสให้ดี ควรเลือกใช้จุดโฟกัสแบบจุดเดียว จะดีกว่าการใช้ออโต้โฟกัส เพราะระบบออโต้โฟกัสบางครั้งอาจไปโฟกัสผิดที่ผิดทางได้ ถ้าจะให้สะดวกก็เลือกใช้จุดโฟกัสจุดกลางจุดเดียวไปเลย ส่วนเรื่องระบบการโฟกัสจำพวกติดตามการเคลื่อนไหวก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครับ เพราะอย่างที่บอกว่าสัตว์ในสวนสัตว์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีที่ให้วิ่งไปวิ่งมามากนัก อย่างมากก็แค่เดินไปมาหรือปีนป่ายอยู่ไม่ว่องไวมาก กะจังหวะโฟกัสให้ดีๆก็พอแล้วครับ

ถ่ายภาพสัตว์น่ารัก

3. เลือกโหมดใช้งาน

การถ่ายภาพสัตว์ ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงของเราหรือสัตว์ทั่วๆไป เรามักจะใช้โหมด Tv หรือโหมด S เพื่อกำหนดชัตเตอร์เอง (เพื่อจะได้จับการเคลื่อนไหวของสัตว์) แต่สำหรับสัตว์ในสวนสัตว์ ผมแนะนำให้ใช้งานในโหมด A หรือ P เป็นส่วนใหญ่ครับ เพราะอย่างที่บอก ว่าสัตว์ในสวนสัตว์ ไม่ค่อยตื่นคนหรือวิ่งหนี (แล้วแต่ชนิดของสัตว์ด้วย) ส่วนมากที่เห็นจะเชื่องๆ ยืนกินอาหาร ไม่ก็นอนอยู่กับที่มากกว่า อีกทั้งถ้าถ่ายกลางแจ้ง แสงมักจะพอเหลือเฟือ ทำให้เราได้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงพออยู่แล้ว ดังนั้นจึงอยากให้สนใจเรื่องการคุม Depth หรือความชัดลึกมากกว่า เวลาถ่ายสัตว์ในสวนสัตว์เนี่ย พยายามอย่าถ่ายให้เหมือนกับว่าสัตว์โดนขังครับ ให้ใช้รูรับแสงกว้างๆหน่อย เพื่อเบลอ ฉากหลังออกไป ให้เห็นแต่สัตว์ก็พอ อย่าให้เห็นลูกกรง ท่อน้ำ ถาดอาหาร หรือสิ่งรบกวนอื่นๆที่ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ยังไงเสีย ก็อย่าลืมเช็คสปีดชัตเตอร์ด้วยนะครับ ว่าต่ำเกินจนมืออาจจะถือไม่นิ่งหรือเปล่า

ถ่ายภาพสัตว์

4. เทคนิคการถ่าย

ถ้าสัตว์อยู่ในกรง มีลูกกรงหรือตาข่ายขวางอยู่ พยายามเอาเลนส์ไปชิดกับกรงหน่อย แล้วโฟกัสสัตว์ด้วยมือแทน (ใช้ Manual Focus) เพราะกล้องบางตัวถ้าเราใช้ออโต้โฟกัส กล้องมักจะไปโฟกัสที่ลูกกรง เมื่อโฟกัสสัตว์ได้แล้วก็ใช้ร่วมกับรูรับแสงกว้างๆ จะช่วยอำพรางภาพไม่ให้เห็นลูกกรงชัดเจนเกินไปได้
ถ้าสัตว์วิ่งหรือกระโดด ให้ใช้การแพนกล้องช่วย โดยการปรับสปีดให้ช้าลง (ถ้าเราอยู่ในโหมด A ให้หรี่รูรับแสงแคบลง เพื่อให้ได้ชัตเตอร์ที่ช้า แต่ถ้าอยู่โหมด S ก็ลองเลือกความเร็วไปที่ 1/60 วินาทีหรือต่ำกว่า) จับโฟกัสที่ตัวสัตว์ตอนกำลังจะผ่านหน้ากล้อง กดชัตเตอร์ลงถ่ายพร้อมกับหมุนกล้องตามทิศทางที่สัตว์วิ่งหรือกระโดดไป ก็จะทำให้ได้ภาพสัตว์ที่ชัดเจน แต่ฉากหลังเคลื่อนไหว ดูน่าสนใจไปอีกแบบ

ควรเลือกใช้จุดโฟกัสแบบจุดเดียว

ควรระวังเรื่องการวัดแสงให้ดี ถ้าถ่ายสัตว์ที่ตัวสีดำๆที่อยู่ในกรงมืดๆ เช่น หมี ก็ควรระวังภาพออกมาโอเวอร์ด้วย
ควรเลือกระบบวัดแสงให้เหมาะสม โดยปกติใช้ระบบวัดแสงเฉลี่ยก็ค่อนข้างจะโอเค แต่บางโอกาสอาจต้องปรับมาเป็นระบบวัดแสงแบบหนักกลางหรือเฉพาะจุด ร่วมกับการชดเชยแสงดูบ้าง ลองหัดใช้งานดูครับ

5. เทคนิคอื่นๆ

อย่าเอาแต่ซูม บางครั้งถ้าสภาพแวดล้อมรอบตัวสัตว์ เช่น ต้นไม้จำลอง หรือบ่อน้ำดูน่าสนใจ ก็ถอยออกมาจับภาพสัตว์มุมกว้างกับสภาพแวดล้อมดูบ้าง หากจะถ่ายซูม ก็ลองเจาะตามส่วนต่างๆของสัตว์ เช่นแววตา เขี้ยว กรงเล็บ หรือลวดลายที่น่าสนใจ เป็นต้น? และระมัดระวังการใช้แฟลชด้วย เพราะจะเป็นการรบกวนสัตว์ ทางที่ดีไม่ควรใช้เลยจะดีที่สุด

ภาพถ่ายสิงโต

6. ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ

ถึงแม้ว่าสวนสัตว์จะดูเหมือนเป็นที่ที่ดูสัตว์ได้อย่างปลอดภัย แต่ช่างภาพบางคนก็อาจมัวแต่ห่วงว่าจะได้ภาพ จนลืมละเลยเรื่องสำคัญไป การปีนป่ายลงไปในบ่อสัตว์ การเข้าใกล้กรงจนเกินไป หรือไปแหย่สัตว์ให้ตื่นหรือโกรธ เพื่อจะเก็บแอ็คชั่น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ผมเคยเห็นฝรั่งแหย่กล้องเข้าไปใกล้บ่อของลิงอุรังอุตัง เพราะคิดว่าลิงคงข้ามมาไม่ถึง สุดท้ายก็ถูกลิงแย่งกล้อง พร้อมเลนส์ซูมตัวละครึ่งแสนไปจากมือต่อหน้าต่อตา แบบนี้จะโทษสัตว์หรือโทษคนดีล่ะครับ – -?

ถ่ายภาพฮิปโป

เอาล่ะครับ เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่อยากจะแนะนำก็คงมีแค่นี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของช่างภาพเอง ลองฝึกฝน ลองมองหาเทคนิคการสร้างสรรค์ภาพแปลกๆใหม่ๆด้วยตัวเองดูครับ อย่ายึดติดว่า ถ้าจะถ่ายภาพสวยๆได้ ต้องออกไปฝึกตามป่าเขาหรือน้ำตก ที่ไม่มีคนไปถึงเท่านั้น ถ้าเราตั้งใจซะอย่าง สวนหลังบ้าน หรือห้องทำงาน อะไรๆก็จับมาเป็นที่ฝึกฝนได้หมดแหละครับ ขอให้ตั้งใจและได้ภาพสวยๆกลับมากันนะครับ ;P

บทความโดย : monotrendy

ผลงานล่าสุดของคุณ monotrendy

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark

One Comment »