อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Highlights

เปิดโลก 3G เทคโนโลยีสื่อสารไร้พรมแดนยุคที่สาม

นิตยสาร 29 มีนาคม 2553 – 10:32 am

“ฮัลโหล ฮัลโหล…กำลังพูดครับ นั่นใครเอ่ย?”
ประโยคนี้ เราคงจะไม่ได้ยินกันอีกแล้ว เพราะด้วยการสื่อสารยุคใหม่ที่เรียกกันว่า 3G ช่วยให้เราสามารถมองเห็นหน้าคู่สนทนาได้เลย ไม่ต้องเดาว่าผู้เรียกสายเข้ามาเป็นใครอีก แต่นอกเหนือไปจากความสามารถในการมองเห็นหน้า
คู่สนทนาของเราผ่านทางมือถือแล้ว ความสามารถของ 3G ที่เห็นกันชัดๆ ก็คือ การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่รวดเร็วขึ้น และด้วยเหตุนี้เราจึงพร้อมสำหรับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาผ่านมือถือนั่นเอง!

ปัจจุบัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในบ้านเราได้พัฒนาโครงข่ายสัญญาณ 3G เพื่อให้บริการกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการได้อย่างครบครันก็ตาม แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ควรต้องรู้จักและเข้าใจถึงการใช้งานกันก่อน เพื่อที่จะไม่ตกยุคนั่นเอง

รู้จักกับ 3G กันก่อน

3G เป็นเทคโนโลยีของการสื่อสารแบบโมบายหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 ที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2 (2G) และ 2.5 (2.5G) ซึ่งในยุคที่ 2 ก็คือการใช้โทรศัพท์พูดคุยเพียงอย่างเดียว เช่น ระบบ GSM ส่วนในยุค 2.5 ก็มีการพัฒนาความสามารถทางด้านการรับส่งข้อมูลที่ไม่ใช่เสียงเพิ่มเข้ามา แต่ทว่ามีข้อจำกัดหลายอย่างและยังรับส่งข้อมูลได้ไม่รวดเร็วพอ เช่น GPRS และ EDGE โดยในยุค 2.x นั้น เป็นการให้บริการระบบเสียง และการส่งข้อมูลในขั้นต้นเป็นหลัก
และเมื่อความต้องการทางด้านข้อมูลมีมากขึ้น การพัฒนาสู่ระบบ 3G จึงพร้อมที่จะตอบสนองต่อความต้องการทางด้านข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ๆ สามารถรับส่งไฟล์ภาพหรือวิดีโอ รวมทั้งสามารถรับฟังการถ่ายทอดสัญญาณผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์มือถือตัวเก่งของพวกเขานั่นเอง
3G

เครือข่าย 3G ในประเทศไทย

สำหรับเครือข่าย 3G ในประเทศไทยจะแบ่งออกเป็น 2 ระบบใหญ่ๆ คือ ระบบ CDMA มีชื่อเรียกว่า CDMA2000 1xEV-DO กับระบบ GSM หรือ WCDMA ทั้ง 2 ระบบต่างก็มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุด 2 เมกะบิตต่อวินาที แต่เครือข่าย WCDMA สามารถพัฒนาให้รองรับเทคโนโลยีของเครือข่าย 3.5G ในมาตรฐาน HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ได้ด้วย ซึ่งทำให้สามารถสื่อสารด้วยอัตราเร็วสูงถึง 14 เมกะบิตต่อวินาที หรือเร็วกว่าการสื่อสารแบบ EDGE ถึง 36 เท่า และในไทยก็สามารถใช้เครือข่าย HSDPA ได้แล้ว จากการทดสอบล่าสุดสามารถรับส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วมากกว่า 1 เมกะบิต และในอนาคตจะมีการพัฒนาความเร็วในการเชื่อมต่อให้เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้
3g-mobile

NOTE : ระบบ 3G คือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า WCDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบัน เทคโนโลยีแบบ HSPA สามารถแยกย่อยได้เป็น HSDPA, HSUPA และ HSPA+ โดย HSDPAนั้นสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้สูงสุดที่ 14.4 เมกะบิตต่อวินาที และอัพโหลดที่ความเร็ว 384 กิโลบิตต่อวินาที (ผู้ให้บริการทั่วโลกยังคงให้บริการดาวน์โหลดอยู่ที่ 7.2 เมกะบิตต่อวินาที เท่านั้น) ส่วน HSUPAจะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่าง แต่การอัพโหลดข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 เมกะบิตต่อวินาที และ HSPA+ เป็นระบบในอนาคต ที่สามารถดาวน์โหลดได้ด้วยระดับความเร็ว 42 เมกะบิตต่อวินาที และอัพโหลดได้ถึง 22 เมกะบิตต่อวินาที

ในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G (HSPA) ที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง AIS หรือ DTAC นำมาใช้จะเป็นระบบ 3G (HSDPA) โดยสามารถทำความเร็วในการดาวน์โหลดได้สูงสุดที่ 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับผู้ใช้บริการมือถือบ้านเราที่นิยมเปลี่ยนค่ายกันบ่อยๆ ก็คือ ระบบ 3G ทั่วโลกจะใช้ย่านความถี่ 3 ย่าน ที่เป็นมาตรฐานคือ 850, 1900 และ 2100 แต่บ้านเราจะแบ่งย่านความถี่ที่ให้บริการเป็นดังนี้
-  คลื่นความถี่ 850 MHz ผู้ให้บริการ DTAC และ True
-  คลื่นความถี่ 900 MHz ผู้ให้บริการ AIS
-  คลื่นความถี่ 2100 MHz ผู้ให้บริการ TOT

คลื่นความถี่ 1900 MHz ยังไม่ระบุผู้ให้บริการ
ดังนั้น หากจะต้องมีการเปลี่ยนค่ายบ่อยๆ ก็ควรระวังเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อสัญญาณอย่าง AirCard และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ด้วยว่าสามารถรองรับย่านความถี่ที่ให้บริการใดบ้าง

ประโยชน์ของเครือข่าย 3G

เครือข่าย 3G ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้สะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้ว่าปัจจุบันจะมีการใช้เทคโนโลยี Wi-Fi เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตไร้สายตามสถานที่ต่างๆ ก็ตาม แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่หลายด้าน ประการแรกคือ จำกัดเฉพาะลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการตามสถานที่นั้นๆ และเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากก็จะทำให้การดาวน์โหลดช้าลงไป เมื่อเทียบกับค่าบริการและค่าใช้งานภายในสถานที่บริการนั้นๆ ซึ่งถือว่ามีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร แต่เมื่อมีเครือข่าย 3G ในโทรศัพท์มือถือก็ไม่จำเป็นต้องใช้ Wi-Fi อีก เพราะสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทันที

mobile-phone

เราสามารถแนบไฟล์เพลงหรือวิดีโอไปพร้อมๆ กับข้อความหรืออีเมล์ แล้วส่งออกไปได้อย่างรวดเร็ว หากเราเป็นผู้รับก็สามารถดาวน์โหลดข้อมูลมาจัดเก็บได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานกันอยู่แล้วบนเครือข่าย EDGE แต่ด้วยความเร็วที่ไม่เพียงพอ และทำให้ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่าย EDGE แพงตามไปด้วย

ด้วยคุณสมบัติของการสนทนาแบบเห็นหน้า (Video Telephony) และการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ (Video Conference) ช่วยให้เราสามารถสื่อสารได้พร้อมกันทั้งภาพและเสียง โดยจะเห็นหน้าคู่สนทนาไปพร้อมๆ กันได้ ถึงแม้การใช้งานจริงอาจมีความล่าช้าของภาพเล็กน้อย แต่ก็ยังถือเป็นจุดขายที่น่าสนใจที่สุดของเครือข่าย 3G นั่นเอง

การชมวิดีโอหรือโทรทัศน์แบบสดๆ ผ่านทางโมบาย ซึ่งคุณสมบัตินี้แม้ว่าปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีโทรศัพท์มือถือที่รองรับ TV-tuner วางจำหน่ายอยู่มากมาย แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องหนึ่ง เพราะเป็นการส่งสัญญาณในรูปแบบอะนาล็อก ที่คุณภาพของสัญญาณมีความชัดเจนไม่เพียงพอ ยิ่งในบางพื้นที่อาจจะรับสัญญาณไม่ได้ครบทุกช่อง หรือภาพที่ได้ไม่ชัดเจน เพราะเป็นเสาอากาศในตัวเครื่องรับเอง แต่ในกรณีของเครือข่าย 3G เราสามารถรับชมโทรทัศน์หรือวิดีโอผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งมีข้อดีคือ ให้คุณภาพสัญญาณภาพที่คมชัด นอกจากนี้ยังอาจจะมีแพ็กเกจของเคเบิลทีวีแนบมาพร้อมกับโปรโมชั่นด้วยก็เป็นได้

การเชื่อมต่อเครือข่าย-EDGE

การใช้งาน 3G ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์สื่อสารแบบอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก พีดีเอ รวมถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เช่น แล็ปท็อปหรือว่าโน้ตบุ๊กด้วย เพราะนอกจากโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังมีอุปกรณ์โมเด็มที่รองรับเครือข่าย 3G ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Aircard หรือ USB Modem ลูกค้าสามารถหาซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว แล้วนำมาใส่ซิมการ์ดในระบบ 3G เข้าไป เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
หรือโน้ตบุ๊ก สำหรับใช้เข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตอบสนองลูกค้าที่เน้นใช้งานด้านข้อมูลเป็นหลัก เพราะคอมพิวเตอร์มีความสามารถมากกว่าโทรศัพท์มือถืออยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นบราวเซอร์ หรือโปรแกรมดาวน์โหลดต่างๆ แต่ถ้าไม่ต้องการสิ้นเปลืองไปกับการซื้ออุปกรณ์โมเด็มมาเพิ่มเติม ก็ควรพิจารณาเลือกโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่นโมเด็มในตัวมาใช้งานไปเลยจะดีกว่า

communication

สำหรับเครือข่าย 3G ส่วนใหญ่เรามักจะพบว่าผู้ใช้งานมักจะใช้บริการอินเทอร์เน็ตกันเป็นส่วนมาก ทั้งจากการใช้งานผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่รองรับระบบ 3G หรือการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โดยที่เราใช้งานกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นการเซิร์ฟอินเทอร์เน็ตผ่านบราวเซอร์ การพูดคุยกันผ่านทางโมบาย นอกเหนือไปจากนั้นยังสามารถใช้บริการทางด้านเสียง และแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ๆ เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต แสดงแผนที่ตั้งต่างๆ และยังสามารถใช้เช็กข้อมูลในแอ็คเคานต์ส่วนตัว เพื่อใช้บริการในรูปแบบอื่นๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และใช้บริการคอนเทนต์ต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และตารางนัดหมายส่วนตัว รวมทั้งการประชุมแบบเห็นภาพผ่านทางมือถือ เป็นต้น ทำให้รูปแบบของการใช้งานมือถือมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

คุณสมบัติหลักของ 3G อีกอย่างหนึ่งก็คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือ ไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย จึงทำให้เราเสียค่าบริการที่ต่ำกว่าแม้ว่าจะต่ออยู่กับเครือข่ายอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
access-computer

จุดเด่นของระบบ 3G

-    สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น
-    ใช้เป็นโทรศัพท์แบบเห็นภาพ และรองรับการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอได้
-    รองรับแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ บนโมบายได้หลากหลายขึ้น เช่น เปิดแผนที่ หรือดูภาพถ่ายดาวเทียม
-    อัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ยังอินเทอร์เน็ต หรือแนบไฟล์ไปกับอีเมล์ได้รวดเร็วทันใจ
-    สามารถชื่อมต่อได้ตลอดเวลาเพราะจะคิดค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีการถ่ายโอนข้อมูลเท่านั้น

ข้อสังเกต

-    ระบบเครือข่ายที่รองรับ 3G ยังมีพื้นที่ให้บริการที่ค่อนข้างจำกัด ยังไม่ครอบคลุม
-    การเลือกซื้อมือถือที่รองรับ 3G มาใช้งานต้องใช้ความพิถีพิถันมากขึ้น เพราะรุ่นที่ต้องการอาจจะไม่รองรับกับย่านความถี่ที่โอเปอเรเตอร์ให้บริการ
-    ค่าบริการยังคงสูงอยู่
-    อุปกรณ์โมบายที่รองรับ 3G ยังมีให้เลือกไม่หลากหลายมากนัก
-    เมื่อมีการเชื่อมต่อใช้งานอยู่ตลอดเวลา จะมีการสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่มากกว่าปกติ

บทความ : Mister X

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark