อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Highlights

GPS…นวัตกรรมเปลี่ยนวิถี เทคโนโลยีตีกรอบโลกด้วยพิกัดจากท้องฟ้า

นิตยสาร 8 เมษายน 2553 – 2:53 pm

“นิยายวิทยาศาสตร์อาจจะเป็นเรื่องที่ฟังดูเกินจริงไปบ้าง แต่ใครจะรู้ว่า ณ วันนี้ หนึ่งในเทคโนโลยีที่เราเคยเห็นกันในหนังไซไฟหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น การระบุตำแหน่ง ค้นหาตัวบุคคล สถานที่อยู่ ณ ปัจจุบัน รวมถึงการติดตาม จะกลายมาเป็นจริงบนโลกใบกลมๆ นี้ได้”
ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงคำว่า GPS ที่ย่อมาจาก Global Positioning System เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอรู้จักกันทั่วแล้ว (ถ้าไม่ไปสับสนกับเทคโนโลยี GPRS เสียก่อน!) เนื่องจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและแทบจะไม่ค่อยมีคนรู้จักนี้ ได้ถูกนำมาใส่ไว้ในอุปกรณ์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายเรา ซึ่งก็คือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง แถมยังมีบริการอื่นๆ ให้เราสามารถเลือกใช้งานเพื่อความสะดวกสบายตามมาอีกเป็นพรวน และยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอนสนองความต้องการของผู้คนบนโลกยุคดิจิตอล ไปดูกันว่า GPS มีการพัฒนาถึงไหนแล้ว และมีบทบาทสำคัญอะไรในชีวิตประจำวันของเราบ้าง
GPS

สู่ยุคทองของ GPS

จริงๆ แล้ว GPS ไม่ใช่เรื่องใหม่บนโลกมนุษย์ เนื่องจากมันเกิดขึ้นมานานมากแล้ว เพียงแค่มีการจำกัดกลุ่มการใช้งานเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่ม เช่น เรือเดินสมุทร นักเดินป่า คนที่ทำงานในทะเลทรายหรือขั้วโลก ซึ่งไม่มีจุดสังเกตว่าเราอยู่ ณ บริเวณใด แล้วจะต้องเดินทางไปในทิศทางไหน เครื่อง GPS ช่วยบอกตำแหน่งพิกัดบนพื้นผิวโลกเป็นจุดตัดของเส้นรุ้ง เส้นแวง เพื่อให้คุณนำไปเปรียบเทียบกับแผนที่ว่าคุณอยู่บนจุดใด แล้วจึงค่อยเดินทางต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานเพื่อติดตามตำแหน่งของวัตถุหรือยานพาหนะในธุรกิจขนส่งโดยใช้อุปกรณ์ GPS เป็นตัวบอกตำแหน่งแล้วส่งค่ากลับมายังศูนย์กลางเพื่อบันทึกและติดตามได้ด้วย

GPS-Navigator

เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปมากจนอุปกรณ์ GPS มีขนาดที่เล็กลงและสามารถนำมาใส่ร่วมกับอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ อย่างโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่แทบจะทุกๆ คนจำเป็นต้องมีติดตัวอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ GPS จะกลายมาเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายชนิดที่ใครไม่รู้จักต้องเรียกว่าเอาท์กันสุดๆ บทบาทหลักๆ ของ GPS ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้คงหนีไม่พ้นโทรศัพท์มือถือนี่แหละครับ

เส้นทางไหน บอกได้ ไปเป็น

ต้องเรียกว่าเป็นต้นกำเนิดของความรุ่งเรื่องสำหรับ GPS ในบ้านเราเลยก็ว่าได้ กับบริการแผนที่และระบบนำทางซึ่งทำให้คนทั่วไปอย่างเราๆ ได้คุ้นเคยกับเจ้า GPS นี้กัน จริงๆ แล้วระบบแผนที่กับการนำทางของ GPS นั้นเริ่มมีใช้กันในอุตสาหกรรมยานยนต์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งมากับรถยนต์หรือจะเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งเพิ่มเข้าไปภายหลัง เพียงแต่อุปกรณ์เช่นนี้จะนิยมใช้กันในต่างประเทศแถบตะวันตก เนื่องจากมีความพร้อมของแผนที่และผู้ให้บริการที่มากกว่านั่นเอง แต่สำหรับในเมืองไทยนั้นจุดเริ่มต้นกลับอยู่ที่โทรศัพท์ถือตระกูลสมาร์ทโฟนหรือพีดีเอโฟนรุ่นใหม่ ที่มีราคาแพงและมาพร้อมฟังก์ชัน GPS ในตัว ทำให้คุณสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์แผนที่และระบบนำทางเพิ่มเข้าไป โดยใช้มันเป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้เป็นอย่างดี

Geolocation

ปัจจุบัน มือถือที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี GPS มีราคาที่ไม่สูงมากแล้ว อีกทั้งยังมีหลากรุ่นหลายแบรนด์ให้เลือกกันอย่างจุใจ ทั้งนี้ก็ด้วยการประยุกต์ระบบ GPS ให้อยู่ในรูปแบบของ A-GPS ทำให้ความซับซ้อนและต้นทุนของอุปกรณ์ลดลง จึงส่งผลให้จำนวนผู้ใช้มีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น นอกจากนี้บริการแผนที่ฟรีซึ่งมาพร้อมกับความสมบูรณ์ในระดับที่ทุกๆ คนยอมรับก็ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ช่วยให้การเติบโตของธุรกิจ GPS ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ความแตกต่างของ GPS และ A-GPS

ผู้ใช้บางคนอาจจะเคยสงสัยเมื่อได้เห็นสเปกข้อมูลของโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ที่มีราคาถูกบ้าง แพงบ้าง มีข้อมูลเกี่ยวกับระบบระบุตำแหน่งไว้ว่าเป็น “GPS” บ้าง หรือ “A-GPS” ระบุไว้ ซึ่งระบบทั้งสองตัวนี้มีความแตกต่างกันทั้งเรื่องของหลักการทำงาน และเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานอยู่ด้วย เราจะมาทำความรู้จักกันครับ

ตามปกติอุปกรณ์ GPS จะใช้การวัดระยะห่างโดยใช้คลื่นสัญญาณจากดาวเทียมบนท้องฟ้า ซึ่งมีอยู่หลายดวง โดยจะต้องจับสัญญาณดาวเทียมให้ได้อย่างน้อย 3 ดวง จึงจะสามารถคำนวณเพื่อหาตำแหน่งบนพื้นผิวโลกได้ แต่ปัญหาสำคัญสำหรับการใช้งาน GPS ก็คือระยะเวลาการจับสัญญาณและคำนวณหาพิกัดนั้นจะค่อนข้างนานเนื่องจากสัญญาณจากดาวเทียมนั้นมีโอกาสที่ตึกหรือเมฆจะบดบังได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเมือง
assisted-gps
เทคโนโลยี A-GPS จึงได้ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาในยุคที่โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชันการระบุตำแหน่ง โดยเป็นทางเลือกที่ใช้วิธีการที่แตกต่างออกไป ซึ่งใช้การจับระยะห่างระหว่างโทรศัพท์และเสารับสัญญาณของผู้ให้บริการมือถือ (อย่างน้อย 3 จุดเช่นเดียวกัน) ช่วยให้สามารถจับสัญญาณและระบุตำแหน่งได้เร็วขึ้น โดยอ้างอิงจากตำแหน่งของเสาสัญญาณ แต่เทคโนโลยีก็จำเป็นจะต้องแลกมาด้วยการเชื่อมต่อข้อมูล GPRS หรือ EDGE ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน และยังไม่สามารถใช้งานในบริเวณที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

การทำงานให้มีประสิทธิภาพของระบบนำทางในอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เองก็ดี หรือในโทรศัพท์มือถือเองก็ดี จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ 3 ส่วนคือ ตัวอุปกรณ์ทั้งชิปประมวลผลตำแหน่ง GPS ที่ติดต่อกับดาวเทียม รวมทั้งเสาสัญญาณที่มีประสิทธิภาพสูง ส่วนของซอฟต์แวร์ระบบนำทางที่จะทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ และสุดท้ายคือแผนที่ที่ใช้จะมีรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน และมีการอัพเดตบ่อยเพียงใด ดังนั้น การเลือกซื้ออุปกรณ์ประเภทนี้จึงต้องใช้การพิจารณาที่ถี่ถ้วนพอสมควร ยกเว้นการใช้มือถือพวกสมาร์ทโฟนที่สามารถเปลี่ยนซอฟต์แวร์และแผนที่ใช้ได้ตามต้องการ

mapdot

นอกจากนี้เราจะได้เห็นการนำเอาเทคโนโลยี GPS และระบบนำทางเข้าไปบรรจุไว้ในรถยนต์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยหลายๆ รุ่น ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามซอฟต์แวร์ระบบนำทางและแผนที่ที่ผู้ผลิตรถยนต์เลือกนำมาใช้ โดยจุดเด่นของระบบ GPS ที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถยนต์นั้นจะได้เปรียบในเรื่องของการรับสัญญาณจากดาวเทียม ช่วยขจัดปัญหาการใช้งานอุปกรณ์ GPS แบบมือถือที่ไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้เมื่อใช้งานภายในรถยนต์ที่มีการติดฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมของปรอท อีกทั้งยังช่วยขยายความสามารถในการรับสัญญาณด้วยเสาสัญญาณที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวรถ โดยเราอาจสังเกตได้จากบนหลังคาที่มีเสาสัญญาณรูปแบบคล้ายชามคว่ำอยู่ หรืออาจจะฝังไว้กับตัวถังบริเวณอื่นเพื่อความสวยงาม
ในอนาคตอันใกล้นี้คาดว่าเราน่าจะเห็นการพัฒนาไปอีกขั้นของระบบ GPS นำทางในรถยนต์ โดยการผนวกรวมเข้ากับข้อมูลการจราจร

ซึ่งในบางประเทศมีใช้กันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยนำเอาข้อมูลสภาพการจราจรมาคำนวณร่วมกับการหาเส้นทางด้วย เพื่อให้ได้เส้นทางที่ดีที่สุด นอกเหนือจากระยะทางที่ใกล้แล้ว รถก็ต้องไม่ติดด้วย สำหรับบ้านเรายังถือว่าอยู่ในขั้นแรกๆ ของการพัฒนา โดยสังเกตได้จากข้อมูลสภาพการจราจรที่ทางกรุงเทพมหานครใช้แสดงผลบนป้ายจราจรอัจฉริยะมาเชื่อมโยงข้อมูลให้กับเว็บไซต์อย่าง www.traffy.in.th รวมไปถึง Google ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวบริการรายงานสภาพจราจรของพื้นที่กรุงเทพมหานครในบริการ Google Maps เมื่อเร็วๆ นี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการกระจายสัญญาณวิทยุเพื่อรายงานสภาพการจราจรให้ผู้ใช้ยานพาหนะได้รับทราบกัน โดยสามารถรับได้จากเครื่อง GPS นำทางที่รองรับกับคลื่นวิทยุระบบนี้และจะแสดงผลเป็นข้อความเพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับการจราจรให้ผู้ใช้ได้รับทราบ แม้ว่าจะยังดูไม่สวยหรู แต่นี่ก็เป็นการพัฒนาขั้นแรกที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ใช้งาน GPS เป็นระบบ Tracking

คุณอาจกำลังนึกภาพถึงรถบรรทุกสินค้าที่วิ่งไปตามเส้นทาง แล้วถูกติดตามตำแหน่งจากเจ้าของบริษัทขนส่ง แต่นั่นอาจจะดูไกลตัวไปเสียหน่อย เพราะเป็นการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม สำหรับบุคคลเดินดินทั่วไป เทคโนโลยี Tracking ได้เข้ามามีบทบาทพอสมควร แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้ให้หลายๆ กลุ่มที่กำลังเป็นห่วงเรื่องของความเป็นส่วนตัวจะหายไปด้วย เพราะหากมีใครสามารถติดตามได้ว่าเราไปที่ไหนและกำลังทำอะไร แบบนี้คงไม่เป็นผลดีแน่ๆ
หากมองในมุมของประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีนี้ เมื่อมีการนำมาใช้งานจริงๆ เช่น เกิดเหตุฉุกเฉินกับเจ้าของโทรศัพท์ขึ้นมา ก็จะทำให้สามารถทราบตำแหน่งและรีบดำเนินการช่วยเหลือได้ทัน เหมือนกับโฆษณาจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ที่เป็นเรื่องราวของผู้สูงอายุที่เป็นลมไปขณะอยู่นอกบ้าน ทำให้ญาติสามารถแจ้งหน่วยฉุกเฉินให้รีบไปช่วยเหลือได้อย่างทันถ่วงที ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถทำได้แล้ว เพียงแต่จะทำหรือไม่เท่านั้นเอง!
PDA-Phone
ประโยชน์อีกมุมหนึ่งก็คือในกรณีที่โทรศัพท์ของเราหาย แน่นอนว่าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน ทั้งการลืมวางทิ้งไว้ และการถูกขโมย การมีระบบ Tracking จะช่วยตามหาตำแหน่งของโทรศัพท์ของคุณได้ เพียงแต่ในขณะนี้ยังไม่เห็นมีโซลูชันไหนจะถูกหยิบมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมนอกจากการสั่งบล็อก EMEI ที่ไม่ได้ช่วยให้ได้เครื่องโทรศัพท์กลับคืนมา แต่ช่วยทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้นเอง!
Geolocation…จับ GPS ผนวกกับสังคมออนไลน์

กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากสำหรับเรื่องของ Geolocation หลังจากที่อุปกรณ์ประจำตัวอย่างโทรศัพท์มือถือถูกเพิ่มความสามารถเข้าไปจนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและทำงานร่วมกับบริการ Social Network อย่างใกล้ชิด เป็นที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่น ซึ่งเราจะเห็นกลุ่มคนที่ซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือพีดีเอโฟนไปเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้งาน Social Network กันเป็นส่วนใหญ่

Geolocation เป็นการผนวกเอาความสามารถในการระบุตำแหน่งของผู้ใช้เข้ากับบริการในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถประยุกต์การใช้งานได้หลากหลายมาก เริ่มตั้งแต่เรื่องพื้นฐานที่เราเริ่มได้เห็นการใช้งานจริงกันก็คือ ฟังก์ชันการถ่ายภาพที่ช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพ พร้อมกับระบุตำแหน่งจากระบบ GPS เข้าไปในข้อมูลของภาพได้ทันที ซึ่งมันเป็นเครื่องช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าภาพนี้ถูกถ่ายขึ้น ณ สถานที่จริงหรือเปล่า แน่นอนว่าข้อจำกัดของ GPS ยังคงมีอยู่เช่นเดิมคือต้องถ่ายภาพกลางแจ้งเท่านั้น และจำเป็นจะต้องรอให้มือถือนั้นสามารถจับสัญญาณดาวเทียมเพื่อระบุตำแหน่งให้ได้ก่อนด้วย

สิ่งที่ดูจะเป็นจุดสนใจของเทคโนโลยี Geolocation น่าจะอยู่ที่การทำงานร่วมกับ Social Network ต่างๆ รวมไปถึงบริการที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งตัวอย่างที่ดูเป็นรูปธรรมแล้วก็คือ การผูกกันระหว่างโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เข้ากับบริการแผนที่ Google Maps ซึ่งช่วยบอกตำแหน่งของผู้ใช้บริการมือถือ Android ด้วยกันในแผนที่ได้ด้วย ซึ่งเป็นการช่วยสร้าง Social Network ให้กับกลุ่มคนที่ใช้ Android เหมือนกันได้อีกทางหนึ่ง

FourSquare ปักหมุดแล้วพากันเที่ยวทั่วไทย

เป็นแนวคิดที่ดีเรื่องของการนำเอาระบบการบอกตำแหน่งที่อยู่ในโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วมาใช้งานร่วมกับ Social Network ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมด้วยลูกเล่นที่ถือว่าแปลกใหม่สำหรับตลาดทั่วโลก และสามารถช่วยส่งเสริมการใช้งานของ Social Network ได้เป็นอย่างดี

foursquare

ตัวอย่างหนึ่งที่เด่นชัดสำหรับการเอาเทคโนโลยี Geolocation หรือ GPS ในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมาใช้ร่วมกับ Social Network เห็นจะเป็นเว็บไซต์ www.foursquare.comซึ่งคล้ายกับการปักหมุดบนแผนที่ของ Google Maps ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ทำอะไร คุณก็สามารถ “Check-in” จะว่าไปก็เหมือนกับการส่งข้อความใน Twitter เพื่อบอกว่าเรากำลังจะไปทำอะไร พร้อมด้วยข้อมูลพิกัดบนแผนที่ที่ได้จาก GPS ซึ่งทำให้เพื่อนคนอื่นๆ ที่อยู่ใน Social Network สามารถทราบได้ว่าเรากำลังอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เรียกว่าเป็นการดึงเอาสังคมบนโลกออนไลน์มาสู่โลกในความเป็นจริงกันเลยทีเดียว ที่สำคัญ FourSquare นั้นยังมีการทำกิจกรรม คล้ายๆ กับการเล่นเกม โดยคุณจะต้องพยายาม Check-in สถานที่ต่างๆ หรือเข้าไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ของทาง Social Network เพื่อเก็บแต้ม และจะได้รับป้ายเหมือนกับเป็นถ้วยรางวัลมาให้สะสมแข่งกันด้วย

หากมองในแง่ดีก็คือ Social Network เป็นตัวช่วยสงเสริมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เพราะเปรียบเสมือนกับเป็นการใช้พลังมหาชนให้เข้ามาช่วยเพิ่มสถานที่ที่น่าสนใจในแผนที่ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานที่ประเภทอื่นอีกมากมาย ที่ช่วยให้คนหาร้านเหล่านี้ได้สะดวกมากขึ้น แถมยังสามารถชวนเพื่อนๆ ไปทำกิจกรรมร่วมกันได้อีกด้วย แต่ถ้ามองในแง่ร้ายหรือความเป็นส่วนตัวแล้วละก็ อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยขึ้นได้เช่นเดียวกัน เพราะทุกๆ คนที่อยู่ใน Social Network นี้จะสามารถทราบได้ทันทีว่าคุณกำลังไปที่ไหน ทำอะไร ทำให้หมดความเป็นส่วนตัวและอาจจะหลายเป็นเป้านิ่งให้กับเหล่ามิจฉาชีพได้เช่นเดียวกัน

foursquare-webpage

นอกจาก FourSquare แล้ว Social Network ยอดฮิตอย่าง Facebook และ Twitter เองก็ขานรับระบบ Geolocationในมือถือสมาร์ทโฟนเช่นเดียวกัน โดยเริ่มมีการทดลองระบบระบุตำแหน่งในขณะที่คุณใช้งาน Social Network แล้ว ทำให้ทุกๆ การเคลื่อนไหวของคุณไม่ว่าจะเป็นการโพสต์หรือการทวีตให้เพื่อนๆ ได้ทราบนั้นก็จะมีการแนบพิกัดของที่อยู่ในปัจจุบันของคุณลงไปด้วย คราวนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องบอกแล้วว่าตอนนี้คุณกำลังอยู่ที่ไหน เพราะมีพิกัดจาก GPS เป็นเครื่องยืนยันได้ทันที

บทสรุป

จากอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ได้เพียงแค่ระบุตำแหน่งพิกัดท่านั้น แต่ด้วยการประยุกต์ใช้งาน GPS อย่างมากมาย ทำให้ปัจจุบันมีสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี GPS ที่มีความน่าสนใจออกมามากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มของ Social Network ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับการตอบรับได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของคนไอทีอย่างเราๆ ท่านๆ มากที่สุดด้วยเช่นกัน ( :

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark