จาก E สู่ M Banking มาตรฐานใหม่ของธุรกรรมออนไลน์
อินเทอร์เน็ตได้อำนวยความสะดวกให้มนุษย์จัดการธุระต่างๆ ลุล่วงในเวลาที่เร็วและประหยัดกว่าเดิม ช่วยให้เราเอาเวลาที่เหลือไปทำประโยชน์ให้เพิ่มพูนหรือได้พักผ่อนเก็บแรงไว้ลุยงานสำคัญๆต่อไป ในความสะดวกที่อินเทอร์เน็ตอำนวยให้นั้นมีมากมายจนกลายเป็นปัจจัยต่อธุระอันหลากหลาย
เช่น การส่งอีเมล์แทนการส่งจดหมายใส่ซองติดแสตมป์ หรือการซื้อ-ขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์เพราะสินค้าชิ้นนั้นอาจไม่มีจำหน่ายในท้องถิ่นของเรา ตัวอย่างของความสะดวกในการทำธุระบนโลกออนไลน์นี้ ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจจนขาดไม่ได้ และแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว

ปัญหาก่อเกิดการพัฒนา
จากกิจกรรมอันมากมายที่อินเทอร์เน็ตได้เข้าไปมีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกนั้น ธนาคารต่างๆจึงเห็นเป็นช่องทางที่จะช่วยลดเหตุการณ์อันน่าเบื่อหน่ายที่ผู้ทำธุรกรรมต้องรอคิวนานๆ เสียเวลาอันมีค่าในการประกอบกิจธุระของแต่ละคน จึงเริ่มมีความคิดที่จะนำอินเทอร์เน็ตมาช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดขั้นตอนที่ต้องเดินทางไปฝาก-ถอน-โอนเงิน หรือชำระค่าบริการต่างๆ ถึงที่ทำการสาขาของแต่ละธนาคาร
กำเนิดธุรกรรมการเงินออนไลน์
เมื่อธนาคารหลายแห่งเริ่มเปิดให้บริการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นก็ให้ลูกค้านำหลักฐานประจำตัวอย่าง บัตรประชาชนและสมุดบัญชีเงินฝาก ไปขอรหัสผ่านจากธนาคาร ธนาคารจะให้ Username และ Password มาทำใช้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซท์ของธนาคารที่ใช้บริการ หรือธนาคารบางรายก็จะส่งข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ไปทางอีเมล์แอดเดรสที่เราได้กรอกข้อมูลไว้กับเจ้าหน้าที่ธนาคาร
ลืมหน้าพนักงานธนาคารไปเลย
จากนั้นเราแทบไม่ต้องทำไปธุรกรรมถึงที่ทำการของธนาคาร เมื่อถึงวันเงินเดือนออกหรือลูกค้าโอนเงินค่าจ้างในการทำงานมาให้ ก็สามารถชำระค่าบริการรายเดือนต่างๆ โอนเงินให้ญาติพี่น้องหรือเจ้าหนี้ทั้งหลาย รวมถึงเช็คยอดเงินคงเหลือในแต่ละเดือน (บางคนมีแอบซื้อกองทุนไว้กินระยะยาวอีก…เอ้า!) เพียงใช้เมาส์คลิกที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็สามารถจัดการเรื่องยุ่งเหยิงเหล่านี้ได้หมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง จะกลับไปธนาคารอีกครั้งก็คงเป็นการอัพเดทยอดเงินคงเหลือลงสมุดบัญชีหรือไม่ก็ต่อสมุดเงินฝากเล่มใหม่ จนลืมหน้าตาของเจ้าหน้าที่ธนาคารที่แต่ก่อนเคยพบหน้าค่าตาอยู่บ่อยๆกันไปเลย เราเรียกการทำธุรกรรมแบบนี้ว่า Electronic-Banking หรือ E-Banking
ยุคไร้สายเฟื่องฟู
หลังจากทำธุรกรรมการเงินออนไลน์บนโต๊ะทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ซักพัก อินเทอร์เน็ตไร้สายก็เริ่มเป็นที่เฟื่องฟู เราจึงเริ่มรู้สึกว่าการนั่งทำธุรกรรมบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่สะดวกครบถ้วนเพียงพอ ในบางครั้งก็อาจต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เมื่อคุณต้องรีบโอนเงินเพื่อตัดบัญชีบัตรเครดิตเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจเจอดอกเบี้ยบัตรเครดิตแสนโหดรออยู่? (บัตรเครดิตบางธนาคารอาจให้เราต้องจ่ายค่าปรับตั้งแต่ 10-20% เชียว) แต่เวลานั้นเรากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือจึงเริ่มถูกถามถึง

จาก E-Banking ไปสู่ M-Banking
เมื่อเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งช่วยให้การสื่อสารไร้สายเป็นจริงขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ATM Sim นวัตกรรมที่คอยให้บริการลูกค้าของธนาคารที่จำเป็นต้องเดินทางอยู่เสมอ และไม่มีโอกาสมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ATM Sim นั้นใช้วิธีการส่งคำขอทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน หรือขอดูยอดเงิน ไปที่โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการ หลังจากนั้นเมนูการทำธุรกรรมจะถูกส่งกลับมาทาง SMS หรือข้อความสั้น ให้เราได้เลือกใช้บริการต่างๆ เท่าที่สามารถทำผ่านออนไลน์ได้ นี่เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ยุค Mobile-Banking หรือ M-Banking J
ขึ้นชื่อว่านวัตกรรมก็ต้องมีการพัฒนา
แต่การต้องนั่งรอ sms ครั้งละ 15 วินาทีโดยประมาณในการเข้าทีละเมนู ยังไม่ตอบสนองความต้องการผู้ใช้มากพอ ยกตัวอย่างเหตุการณ์จำลองสถานการณ์ สมมติว่าเราต้องการชำระค่าบริการโทรศัพท์รายเดือน ต้องมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
1.เข้าสู่ระบบ ATM Sim กรอกรหัสผ่าน รอ sms ตอบกลับ 15 วินาที
2.เลือกเมนู ชำระเงิน จะมีรายการชำระค่าบริการต่างๆขึ้นมาให้เลือก
3.เลือกชำระค่าโทรศัพท์รายเดือน จะมีเมนูให้เลือกว่าชำระให้ตัวเอง หรือชำระให้ผู้อื่น แล้วรอ sms ตอบกลับอีก 15 วินาที (ซึ่งขั้นตอนที่ใกล้จะถึงธุระปะปังจริงๆ ของเรานี่ล่ะครับที่รอนาน บางครั้งอาจนานถึง 5 นาที หรือระบบจะล่มไปเลย)
4.ถ้าโชคดีเข้าสู่ระบบชำระเงินได้ ก็จะได้ทำในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าระบบเกิดล่มกลางคัน! ทำให้ผู้ใช้บริการบางท่านเริ่มจะท้อจนอาจถึงขั้นเข็ด พาลเปลี่ยนใจกลับไปเปิดคอมพิวเตอร์ทำธุรกรรมตามเดิม
เราทำธุรกรรมสะดวก แต่แฮกเกอร์ก็โจรกรรมรหัสผ่านสะดวกเช่นกัน
เอาล่ะ…กลับมาที่การทำธุรกรรมบนคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ก็เหมือนเผชิญกับจระเข้ เมื่อเจอผู้ไม่หวังดีมากมายสร้างโทรจันไว้ดักจับรหัสบัตรเครดิต รวมถึง username และ password จากการทำธุรกรรมการเงินของเรา

วิธีการทำงานของโทรจันเหล่านี้จะเข้าไปฝังตัวในเครื่องคอมของเรา จากการไปเผลอคลิกตามจุดต่างๆ ที่ผู้สร้างโทรจันไปซ่อนตามเว็บไซต์ หรือบางครั้งก็มากับไฟล์แนบในอีเมล์ที่ส่งมาหาเรา จากนั้นโทรจันจะเข้าไปฝังในระบบบนคอมพิวเตอร์โดยที่เราไม่รู้ตัว พอเราทำธุรกรรมออนไลน์ครั้งใด โปรแกรมโทรจันเหล่านี้จะเริ่มทำงานโดยการดูดข้อมูลส่วนตัวของเรา เช่น รหัสผ่านต่างๆ หรือรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตรเครดิต เมื่อผู้ไม่หวังดีได้ข้อมูลเหล่านี้ไป ก็สามารถซื้อสินค้าได้ตามใจชอบเท่าที่วงเงินของบัตรเรากำหนด หลังจากนั้นหนี้ก้อนโตจะถูกส่งผ่านใบแจ้งหนี้บริการให้เราต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า
M-Banking ผ่านระบบ Sim Card ปลอดภัยที่สุด
ทางเลือกที่น่าสนใจก็คือการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านระบบ Sim Card ด้วยบริการอินเทอร์เน็ตจากค่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นระบบ GPRS, Edge ในปัจจุบัน หรือ 3G ที่เริ่มมีให้บริการบ้างแล้วในบ้านเรา เพราะการออนไลน์ผ่านระบบเหล่านี้เป็นการออนไลน์ระบบปิด ไม่มีการปลอมแปลงตัวตน ดังเช่น การแก้ไขค่า Mac Address บนระบบอินเทอร์เน็ต ADSL รวมถึงในปัจจุบันโปรแกรมโทรจันดักจับข้อมูลส่วนตัวที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่สามารถล้วงรหัสลับผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเหล่านี้ได้
อินเทอร์เน็ตบน Sim Card เร่งความเร็วคู่คี่กับ ADSL
นอกเหนือจากพัฒนาการการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือสะดวกขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาให้เมนูการใช้งานบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพิ่มคำสั่งต่างๆให้ใหญ่ขึ้น ผู้ใช้เริ่มรู้สึกใช้งานได้ง่ายดังใจ กอปรกับความเร็วอินเทอร์เน็ตบนเครือข่ายโทรศัพท์ที่เร็วมากขึ้น โดย Edge เป็นบริการอินเทอร์เน็ตที่มีผู้นิยมใช้บริการมากที่สุดในปัจจุบัน? และเมื่อเปิด 3G เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ความเร็วอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านซิมการ์ดก็จะไม่เป็นรองอินเทอร์เน็ต Wireless ADSL หรือที่เรียกกันชินปากว่า Wi-Fi อีกต่อไป แถมยังมีสัญญาณที่เสถียรกว่า สัญญาณหลุดน้อยกว่า Wi-Fi เมื่อต้องเปลี่ยนจุดรับสัญญาณ

ความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้น
ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่นั้น เลือกซื้อใช้เพราะต้องการฟังก์ชั่นมากมายบนสมาร์ทโฟนให้ทดแทนการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุด และถ้าให้คุ้มค่าที่สุดก็ต้องเชื่อมต่อโลกออนไลน์อยู่เสมอแม้ต้องเดินทาง เจ้าของสมาร์ทโฟนเหล่านี้จึงนิยมสมัครใช้บริการอินเทอร์เน็ต GPRS หรือ Edge พ่วงไปกับบริการการโทรศัพท์หากันในแต่ละเดือน จึงเห็นหลายๆคนออนไลน์กันทุกที่ทุกเวลา
ธุรกรรมการเงินผ่าน Mobile Browser
การทำธุรกรรมบนโทรศัพท์มือถือจึงกลับมาอีกครั้ง ด้วยการใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์ บนโทรศัพท์มือถือที่รองรับ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นสมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการติดมากับตัวเครื่องด้วย ธุรกรรมการเงินบนโลกออนไลน์ผ่านมือถือที่สะดวก เร็วและปลอดภัย จึงตอบสนองไลพ์สไตล์ให้ผู้ใช้ไม่พลาดในธุรกรรมที่เร่งด่วน แต่ปัญหาก็มีให้แก้ไขเพื่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง แม้การใช้งานโปรแกรมธุรกรรมการเงินบนเว็บบราวเซอร์จะมีความเสถียรกว่า ATM Sim แต่ก็ยังมีเมนูการใช้งานเหมือนเว็บบราวเซอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ คำสั่งต่างๆจึงเล็ก บางครั้งเราอาจสั่งการผิด อาจเกิดความเสียหายต่อเงินของเรา

ง่ายขึ้นด้วย M-Banking Application
ค่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคปัจจุบัน กำลังแข่งขันกันในด้านคอนเทนท์ที่ตอบสนองการใช้งาน Mobile? Internet ต่างเขียนแอพพลิเคชั่นออกมาครอบคลุมการความต้องการของลูกค้าในหลายๆด้าน แถมมาพร้อมกับเมนูการใช้งานที่ใหญ่ เหมาะกับหน้าจอเล็กๆบนมือถือ ไม่ทำให้คำสั่งที่เราเลือกไปนั้นมีความผิดพลาด บริการต่างๆบนเว็บจึงนิยมเขียนแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้งานต่างหาก

M-Banking ก็เป็น 1 ในแอพพลิเคชั่นยอดนิยมที่มีการใช้งานกัน โดยทำงานคล้าย Web Portal หรือต้นทางไปสู่บริการของธนาคารชั้นนำ ที่ให้บริการธุรกรรมการเงินออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีตอบรับกระแสสมาร์ทโฟนที่กำลังเพิ่มความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในปี 2010 ที่กำลังมาถึง สัดส่วนการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคนในเมือง (ที่มีอินเทอร์เน็ตไร้สายเข้าถึง) จะเพิ่มขึ้นแซงจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ที่มีฟังก์ชั่นน้อย เน้นการโทรออก-รับสาย
ท้ายนี้จึงอยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่สามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์ รองรับความต้องการใช้งานที่หลากหลายของคุณได้ดีล่ะก็ แนะนำว่าให้เลือกสมาร์ทโฟนไปเลย เพราะไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนการใช้คอมพิวเตอร์จริง รวมถึงราคาที่กำลังลดลงตามการแข่งขันที่เริ่มดุเดือด ความคุ้มค่าของการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนจึงมีมากกว่า




