อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Cool Idea

บทความเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไอเดียดีๆ ไอเดียเด็ด คัดสรรมาเล่าและบอกต่อ

Insight Story

เรื่องราวหรือสกู๊ปเด่นเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ สารสนทศ และดิจิตอลไลฟ์สไตล์ทั่วไป

IT Guide

คอลัมน์แนะนำการใช้ไอทีให้เป็นประโยชน์

Know How

เทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล เทคนิคการถ่ายภาพเด็ด การถ่ายภาพให้สวย การใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพ การจัดการและตกแต่งภาพ

Tech Update

ข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่

Home » Insight Story

ออกนอกคอมฯ ไปท่องโลกกว้าง

นิตยสาร 11 พฤษภาคม 2551 – 3:06 pm
ออกนอกคอมฯ ไปท่องโลกกว้าง

แม้ใครๆ จะเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า “เราจะพบว่าโลกนี้กว้างใหญ่ ก็ต่อเมื่อเราได้ออกเดินทาง” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับคนที่ไม่เคยต้องออกเดินทางไกล ห่างจากบ้านไปยังที่ซึ่งไร้ผู้คนคุ้นหน้ารู้จักมักจี่กันมาก่อน เป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจเสียยิ่งนักหลายคนกังวลไปทุกอย่าง ทั้งจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราออกเดินทางได้ วิธีการเดินทาง ที่กิน ที่นอน พาลกลัวถูกหลอกไปเสียหมด แต่ในความเป็นจริงก็คือ “ถ้าเราไม่เริ่มต้น ก็จะไม่มีวันได้เริ่มต้นอีกเลย”

หากว่า …. คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเริ่มต้นเดินทางแล้ว นับจากนี้ เราจะมาร่วมหาหนทางในการเดินทางที่จะสะดวกใจ สบายกระเป๋า และทำให้เราเห็นโลกที่กว้างใหญ่ไปด้วยกัน

จุดเริ่มต้นของการเดินทางtravel 1

?

?

เรื่องง่ายที่สุดสำหรับนักอยากเดินทาง ก็คือคุณต้องรู้เสียก่อนว่าอยากจะไปสถานที่แห่งใด เรื่องที่ตามมาก็คือ คุณจะไปด้วยวิธีไหน ส่วนรายละเอียดที่เหลือ จำพวกที่พัก อาหารการกิน ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น วิธีการยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าให้ใช้ได้ครบจำนวนวันของการเดินทาง และสถานที่จะไปเที่ยวแต่ละแห่งนั้น ก็จะตามมาโดยปริยาย
?

ถ้าหากคุณทราบแล้วว่าอยากจะเดินทางไปที่ไหน และมีเงินในกระเป๋าครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้แบบไม่ต้องดื่มแต่น้ำทุกมื้อของการเดินทาง ก็ขอให้เริ่มต้นตรงที่วิธีการเดินทางเสียก่อน ซึ่งก็แบ่งแยกกันไปว่าจะไปทริปในต่างประเทศ หรือในประเทศ และทริปเหล่านั้นมีเส้นทางการเดินทางแบบไหนได้บ้างที่จะถูกใจ และถูกเงินในกระเป๋าของคุณมากที่สุด

และเพื่อช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น เราจึงขอแนะนำกรรมวิธีในการหาทางท่องเที่ยวในแบบฉบับที่สะดวกทั้งเวลาและเงินมากที่สุด นั่นก็คือ “เข้าหาอินเทอร์เน็ต”

โดยมากแล้ว ผู้เขียนมักจะแนะนำเพื่อนฝูง รุ่นน้องและคนรู้จักอยู่เสมอว่า ให้วางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าเสมอ เพราะไม่เพียงแต่จะรู้ว่าตัวเองต้องใช้เวลาในช่วงไหนของปีในการเดินทางแต่ละครั้ง หรือทราบกำหนดวันลาที่แน่นอน ซึ่งเหมาะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีวันลาจำกัด และต้องอาศัยวันสำคัญทางพุทธศาสนาและสำคัญทางราชการไปกับการพักผ่อน

ยิ่งไปกว่านั้น การกำหนดเวลาท่องเที่ยวเอาไว้ล่วงหน้า ยังช่วยให้หลายคนเก็บออมเงินไว้รอคอยการท่องเที่ยวที่จะมาถึงได้ด้วย เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมกันไว้เป็นอย่างดี หากไม่มีเหตุฉุกเฉินจนเกินไป การท่องเที่ยวที่อยากจะได้ก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นแน่แท้

ในเวลาต่อมา ผู้เขียนยังพบเสียด้วยซ้ำว่า รุ่นน้องหลายคนจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้มากทริปจนลืมกันไปเลยว่าเคยจองไว้แล้วก็มี

การเลือกทริปท่องเที่ยวและกำหนดวันล่วงหน้า ทำให้สามารถระบุการเดินทางที่เหมาะสมได้ พักหลังมานี้ สายการบินหลายแห่ง มักมีโปรโมชั่นกระตุ้นการเดินทางไกลในวันหยุดอยู่หลากหลายแบบ เช่น งดเว้นค่าตั๋ว คิดเพียงแต่ค่าภาษีสนามบินและค่าน้ำมัน หรือบางครั้งก็คิดในทางกลับกันขายเฉพาะมูลค่าตั๋วอย่างเดียวก็มี แต่มักจะจำกัดช่วงของการเดินทางเอาไว้ ซึ่งสายการบินหลายแห่งต้องการขายตั๋วล่วงหน้าเอาไว้ ป้องกันความเสี่ยงในอนาคต ขณะเดียวกันก็ฝึกฝนให้คนเที่ยวได้วางแผนการเอาไว้ด้วย โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ low cost airline ทั้งหลาย

air ticket

แน่นอนอยู่แล้วว่า โปรโมชั่นการท่องเที่ยวล่วงหน้าแบบนี้ บางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางน้อยเสียจนน่าตกใจ บางครั้งอาจจะคิดเป็น 50% ของช่วงปกติด้วยซ้ำ ดังนั้น ในระยะหลังเพื่อนฝูงผู้เขียนหลายคน จึงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ของสายการบินต้นทุนต่ำบางแห่งเอาไว้เพื่อแจ้งเตือนวันเวลา และช่วงเปิดตัวโปรโมชั่นลดกระหน่ำค่าตั๋ว

ทิปเทคนิคง่ายๆ ในการจองวันเวลาโปรโมชั่นของสายการบินต้นทุนต่ำ มีไม่มากนัก คุณเพียงแต่เลือกจองผ่านระบบออนไลน์ของเว็บไซต์สายการบินในทันทีที่โปรโมชั่นนั้นเริ่มต้น เช่น เที่ยงคืนหนึ่งนาทีของวันที่เริ่มให้บริการ หรือวันใหม่ เลือกวันที่ใครๆ เขาไม่เดินทางกัน เพราะบางครั้ง ต้องยอมรับเงื่อนไขว่า ในช่วงของวันหยุดยาว สายการบินมักจะขึ้นราคาค่าตั๋ว หรือยังคงราคาค่าตั๋วเดินทางเอาไว้เท่าเดิม เพราะเป็นช่วงที่ใครๆ ก็ต้องการ ดังนั้นหากคุณเลือกเดินทางในวันที่แตกต่างออกไป เช่นเดินทางวันธรรมดา หรือไม่ใช่ช่วงเทศกาล โอกาสที่จะได้ตั๋วในราคาถูกมาอยู่ในมือย่อมมีมากกว่า

อันที่จริงแล้ว ผู้เขียนก็ไม่ลืมที่จะถามด้วยว่า “คุณมีหนังสือเดินทางแล้วหรือยัง” เพราะการเดินทางไปยังต่างประเทศนั้น สิ่งที่คุณจะต้องพกพาหาใช่บัตรประชาชน แต่เป็นหนังสือเดินทางและวีซ่าที่ได้รับการตีตราแล้วว่าคุณสามารถเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ ได้ หากใครยังไม่มี ก็จำเป็นต้องไปทำพาสปอร์ตให้เป็นที่เรียบร้อย แวะเข้าไปอ่านรายละเอียดปลีกย่อยสำหรับเอกสารและสถานที่รับทำได้ที่เว็บไซต์ของกรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศก่อนได้ที่ www.consular.go.th

ปกติแล้ว ผู้เขียนมักแนะนำให้คนรู้จักซึ่งยังไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ เริ่มจากทริปสำหรับประเทศที่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เวียดนาม เกาหลี และอีกหลายประเทศ ก่อนขยับเข้าสู่ประเทศที่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ เพื่อทำความคุ้นเคยกันก่อน โดยประเทศในแถบเอเชียวางแผนการท่องเที่ยวไม่ยากนัก แต่หากใครจะข้ามขั้นก็ไม่ขัดศรัทธา

หลายครั้งที่ผู้เขียนเองก็ต้องวางแผนลงมือการเดินทางด้วยตนเอง และการหาข้อมูลแรกเริ่มมักจะแวะเวียนไปใช้บริการของเจ้าแห่งการค้นหาอย่าง “google.com” อยู่บ่อยครั้ง วิธีการค้นหาของผู้เขียนนั้น หากต้องการทราบเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวเป้าหมาย จะใช้พิมพ์ สถานที่ท่องเที่ยว บวกด้วย คำขยายที่ต้องการค้นหา เป็นการเพิ่มขอบเขตในการค้นออกไป เช่น เวียดนาม+ที่พัก , ท่องเที่ยว+เวียดนาม, เที่ยว+เวียดนาม, เที่ยว+เวียดนาม+แบบประหยัด เป็นต้น

หรือจะทำตามคำแนะนำของผู้บริหาร google ในเอเชียที่ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยได้พบปะ ในครั้งนั้นเขาแนะนำให้ใช้วิธีการใส่คำค้นหา แล้วเว้นวรรคหนึ่งวรรค ก่อนใส่คำเพิ่มเติม เช่น ท่องเที่ยว เวียดนาม (มีการเว้นวรรคหนึ่งวรรคก่อนตามด้วยคำว่า เวียดนาม)

หรือไม่ก็แวะเวียนไปยังเว็บบอร์ดท่องเที่ยวดังก้องเมือง เพื่อหาข้อมูลของผู้มากประสบการณ์อ่านเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเสียก่อน อาทิ ห้องสนทนา BluePlanet ของ www.pantip.com , เว็บไซต์ของบรรดาช่างภาพ และนักอยากถ่ายภาพ ที่มักจะรวบรวมเรื่องท่องเที่ยวเอาไว้ด้วยอย่าง www.2how.com เป็นต้น

การยื่นวีซ่าขอเข้าเมืองนั้น ควรทำก่อนเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป โดยสามารถหารายละเอียดทั้งการยื่นเอกสารขอเข้าประเทศที่กงสุลของประเทศนั้นๆ ซึ่งตั้งและเปิดทำการอยู่ในประเทศไทย โดยสามารถสอบถามและหาข้อมูลได้ที่ www.consular.go.th เว็บไซต์ของกรมการกงสุล ได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับทริปในประเทศที่อาศัยการเดินทางด้วยรถ หรือ บริการขนส่งทางรางแล้ว การจองตั๋วล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เพราะนั่นหมายถึงคุณได้ตัดสินใจจะเดินทางและมีอะไรรองรับแล้วว่า คุณจะไปถึงที่หมายได้อย่างที่ต้องการ

ที่นอน หมอนมุ้ง

หลังจากได้วันที่จะเดินทาง มีตั๋วเครื่องบินมาอยู่ในมือ มีพาสปอร์ตและวีซ่าเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไป คือการมองหาที่พักตลอดระยะเวลาการเดินทาง

หากคุณเป็นคนวางแผนการเดินทางด้วยตนเอง ไม่ได้มีทัวร์เป็นแพ็กเก็จรวมที่พักเอาไว้ให้ด้วยแล้ว การเลือกที่พักย่อมเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง ยิ่งไม่เคยเดินทางด้วยตนเอง ความกังวลก็จะเพิ่มทวีคูณขึ้นมาในหัวสมองอย่างไม่น่าเชื่อ

ประสบการณ์ของผู้เขียนในการเดินทางด้วยตนเองนั้น มักจะมองหาที่พักจาก ปากต่อปาก ซึ่งผู้ที่มากประสบการณ์กว่า มักจะช่วยแนะนำได้ว่า ที่พักไหนดีไม่ดี หากดีมีมูลค่าที่จะต้องแลกมันมาเท่าไร และถ้าไม่ดีต้องบอกเหตุผลด้วยว่าทำไม ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่ช่วยให้ทราบรายละเอียดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่เที่ยวด้วยตนเองก็เช่น www.wutkate.com

หลังจากได้ที่พักตามคำบอกเล่า ผู้เดินทางสามารถเข้าไปยังเว็บไซต์ของที่พักโดยตรง และทำการจองผ่านระบบ หรือส่งอีเมล์เข้าไปหา โดยต้องมั่นใจเสมอว่า เงินที่จ่ายไปได้รับการยืนยันมาเป็นลายลักษณ์อักษรแน่นอนแล้วว่า เมื่อไปถึงจะมีที่นอนอย่างที่ควรจะเป็น

คุณจะแวะเวียนเข้าไปจองที่พักผ่านระบบเอเยนซี่ หรือผู้ให้บริการจองที่พักออนไลน์เช่น www.agoda.co.th หรือ www.hotelthailand.com ก็ได้ ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง ผู้เขียนเลือกใช้บริการจองที่พักออนไลน์ผ่านเอเยนซี่ มักได้ราคาที่ต่ำกว่าปกติ นักท่องเที่ยวพึงเข้าใจอยู่เสมอว่า โดยมากแล้วการจองที่พักล่วงหน้าไว้ก่อน มักจะได้ราคาที่ต่ำกว่าการเดินเข้าไปติดต่อที่พักด้วยตนเอง

ส่วนใครที่เบี้ยในกระเป๋าน้อยเกินกว่าจะใช้บริการโรงแรมและที่พักแพงจนเกินไป ที่พักแบบที่เรียกกันว่า hostel ก็ช่วยให้คุณสบายกระเป๋าเช่นกัน เครือข่ายที่พักราคาประหยัดทั่วโลกแบบนี้ มีให้คุณได้จองและเลือกสรรอยู่หลากหลายแบบ โดยมากเว็บไซต์ที่รวบรวมเอาที่พักแบบ hostel เอาไว้ มักจะติดดาวเอาไว้หน้ารายชื่อที่พักบนเว็บ ซึ่งเกิดจากการโหวตของผู้ที่เข้าพักมาแล้ว มีคำพูด คำแนะนำ และการรีวิวภาพของที่พักเอาไว้เสร็จสรรพ เพื่อรอการตัดสินใจของคุณๆ อยู่ อาทิ www.hostels.com , www.hostelworld.com หรือเครือข่าย hostel ในไทยอย่าง www.tyha.org

กินเที่ยวแบบไม่เปลี่ยวใจ

travel12

มีคนเคยตั้งคำถามว่า ทำไมไปเที่ยวแล้วไม่โดนหลอก ผู้เขียนเองไม่เคยสักครั้งที่จะตอบออกไปว่าเพราะ โชคดี แต่เป็นเพราะการทำการบ้านที่ดีก่อนการเดินทาง การจองตั๋วการเดินทาง ที่พักที่ค่อนข้างแน่นอน และเลือกสถานที่ท่องเที่ยวทำเป็นโปรแกรมส่วนตัวเอาไว้ล่วงหน้าว่า แต่ละวันจะใช้ชีวิตไปกับการเดินทางอย่างไร แต่ละที่จะเดินทางไปได้อย่างไร ใช้ค่าใช้จ่ายตลอดการเดินทางอย่างไร และมีใครในเว็บบอร์ดท่องเที่ยวต่างๆ แนะนำว่าจะโดนหลอกเรื่องอะไรไว้บ้าง ก็ช่วยให้เรื่องที่เราจะโดนหลอกนั้นหดหายไปในทันที

ผู้เขียนมักจะพกพาเงินสดไปไม่มากนัก มักจะคำนวณคร่าวๆ เอาไว้ว่าจะต้องใช้เงินสดไปกับอะไรบ้าง เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก (หากไม่ได้จ่ายทั้งหมดจากการจองผ่านระบบออนไลน์) ค่าเดินทางไปมาในสถานที่เป้าหมายและค่าช็อปปิ้งส่วนตัว ที่เหลือขาดตกบกพร่องที่คาดการณ์เอาไว้ ก็มักจะยกให้เป็นภาระของบัตรเครดิตที่โดยมากแล้ว นักเดินทางมักจะรู้ว่า บางครั้งก็จำเป็นไม่น้อย บางโรงแรมในต่างประเทศ มักจะให้ผู้เข้าพักใช้บัตรเครดิตการันตีการเข้าพัก เข้าทำนองป้องกันการเบี้ยวจ่ายเอาไว้ล่วงหน้าด้วย

โดยพึงระลึกไว้ด้วยเช่นกันว่า ต้องคำนวณเป็นค่าเงินของประเทศนั้นๆ หาใช่เงินบาทไม่ โดยสามารถคลิกเข้าไปตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันได้จากเว็บไซต์สอบถามอัตราแลกเปลี่ยน และคำนวณมาตราส่วนทุกอย่างในโลก อย่าง www.onlineconversion.com ซึ่งผู้เขียนเองก็ใช้งานอยู่เป็นประจำ

ผู้เขียนเชื่อว่า มาถึงตรงนี้แล้ว คุณก็คงจะมีพาสปอร์ต วีซ่า มีที่พัก ที่นอน มีโปรแกรมส่วนตัวว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในโลกใบกว้างนี้ แลกเปลี่ยนเงินเป็นสกุลที่จุดหมายปลายทางใช้กันอยู่ ยังคงเหลือเพียงรอเวลาลากกระเป๋าที่เต็มแน่นไปด้วยข้าวของส่วนตัวออกเดินทางสู่โลกกว้างก็เท่านั้นเอง….