อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Special Report

ผู้ประกาศข่าวคุณภาพ…มิ้ลค์ เขมสรณ์ หนูขาว

นิตยสาร 2 มกราคม 2552 – 4:19 pm

ห่างหายจากการทำหน้าที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมไปพักหนึ่ง มิ้ลค์ เขมสรณ์ หนูขาว ก็ปรากฎอยู่บนหน้าจอทีวีเป็นผู้ประกาศข่าวใบหน้าสวย ที่มีลีลาและการวิเคราะห์ข่าวที่เฉียบขาด มาดมั่น น่าติดตามอยู่ไม่น้อย บทบาทแบบใหม่ของผู้ประกาศข่าวคุณภาพคนนี้ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะขอเข้าไปพูดคุยถึงการทำงานผ่าน? จอทีวี ในสไตล์คนข่าวคุณภาพเช่นเธอบ้าง

หายไปเพราะไปเรียนต่อปริญญาโท ที่ลอนดอนประเทศอังกฤษค่ะ พอเรียนจบก็ไม่ได้คิดจะกลับเข้าวงการบันเทิง อยากกลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการเป็นผู้ประกาศข่าว ก็เลยเขียนใบสมัครไป สมัครไว้หลายที่ คือ ตอนนั้นจับพลัดจับผลู เปิดบริษัทกับเพื่อน แล้วเอารายการเข้าไปเสนอที่ UBC พอดีเค้าอยากได้ผู้ประกาศข่าว เราก็เลยโชคดีได้ทำ UBC 7 ที่ตอนนี้เป็น TNN ช่องข่าว 24 ชั่วโมง ทำอยู่ได้ห้าเดือน ช่อง 5 ก็เรียกเข้ามา

งานเล่าข่าวและจับประเด็นวิเคราะห์เพื่อให้ดูน่าสนใจนี้ เป็นหน้าที่หนึ่งในตำแหน่งผู้สื่อข่าวสายการเมือง สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลที่แน่นหนา และแน่นอนว่าอินเทอร์เน็ตช่วยให้การทำงานของเธอสะดวกขึ้น

ทีมงานจะส่งข้อมูลดิบมาให้ทางอีเมล์ แล้วดูว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่จะนำเสนอ ก็จะทำการบ้าน ฟังข่าว ดูข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ และเช็คข้อมูลตามเว็บไซต์ด้วย เพราะบางทีเราตื่นตีสามครึ่ง หนังสือพิมพ์ยังไม่มาส่ง เว็บไซต์ก็จะอัพเดทดี บางวันตอนเช้า มีเหตุฉุกเฉิน มีระเบิด มีอุบัติเหตุ มีประท้วง หรืออะไรที่หนังสือพิมพ์ยังไม่ได้ลง เราก็ตามเช็คข่าวจากเว็บไซต์ได้

เขมสรณ์

เธอเล่าถึงงานข่าวที่ต้องอยู่หน้าจอทีวีให้เราฟังด้วยความสนุก และยังบอกว่าบางครั้งก็จะต้องมีการลุยภาคสนามเองด้วย ซึ่งแม้จะเหนื่อยแต่ก็ดูเหมือนจะชอบงานเช่นนี้ไม่น้อย

โชคดีคือทำ TNN มาก่อน เหมือนเป็นสนามฝึก พอมาช่อง 5 เขาไม่ได้ให้เราอ่านข่าวอย่างเดียว ต้องออกไปทำข่าวด้วย ก็เป็นผู้สื่อข่าวตามสัมภาษณ์ คอยเขียนข่าวส่งสถานี ทำเต็มหน้าที่ ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ เข้าเวรจนสว่าง นอนสถานี ออกไปทำข่าว ก็ทำหมด ทำงานตอนเช้าเสร็จ 6-7 โมง กลางวันก็ทำข่าวถึงบ่ายสาม บางวันต้องกลับมาอ่านข่าวค่ำทุ่มหนึ่ง แล้วอ่านสี่ทุ่มอีก กลับบ้านแล้วต้องตื่นเช้าตีสามครึ่งเพื่อเตรียมตัว วนเป็นแบบนี้ แต่ได้ทำงานที่ชอบจริงๆ ก็คราวนี้แหละ รู้สึกสนุกกับมัน เหนื่อยก็สนุก อยากทำ

ด้วยภาระงานที่มากมาย และบางครั้งจะต้องลุยภาคสนามเองด้วยในฐานะผู้สื่อข่าว แต่ก็ยังเจียดเวลาว่างเสาร์อาทิตย์ลงเรียนหนังสือเพื่อเสริมความรู้ให้กับตัวเองด้วย

เรียนปริญญาเอกที่รามคำแหงค่ะ เป็นหลักสูตรนานาชาติทางกฎหมาย มีอาจารย์จากต่างประเทศบินมาสอน เรียนวันเสาร์- อาทิตย์ 9 โมงถึง 5 โมงเย็น แล้ววันจันทร์ถึงศุกร์ก็มาทำงาน คือตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าเกิดไม่เรียนต่อก็คงไม่เรียนแล้ว ต้องตัดใจถ้าเรียน ก็ต้องเรียน ไม่มีเวลา ก็ต้องเลือกเอา ไม่ได้เรียนเก่งนะ แต่บอกได้เลยว่าสนุก ชอบบรรยากาศในการเรียน เวลาทำข้อสอบ สนุกดี อารมณ์ยังเป็นนักเรียนอยู่ ได้คุยกับเพื่อน ได้เจอกับอาจารย์ ได้พูดคุยภาษาอังกฤษ ก็ค่อนข้างเหนื่อย แต่ตอนนี้เรียน Coursework จบแล้ว ก็เหลือทำดุษฏีนิพนธ์ค่ะ

เว็บไซต์ Google จึงเป็นเว็บที่มักจะชอบเข้าไปค้นหาข้อมูลอยู่ตลอดเกือบทุกวัน โดยเฉพาะกับการใช้ค้นคว้างานทางการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว

คือสนใจหัวข้ออะไรก็ไปค้น เช่น เราสนใจอยากทำเรื่อง อาชญวิทยา เราก็เข้าไปดูว่าประเด็นอะไร น่าสนใจ ก็ไปค้นดูดุษฎีนิพนธ์เก่าๆ ของคนไทย หรือของคนต่างประเทศว่ามีอะไรทำไปแล้ว เราจะได้ไม่ทำซ้ำ เพราะบางทีจะเข้าไปห้องสมุด เพื่อไปขอดูวิทยานิพนธ์เก่าๆ มันยาก ไม่มีเวลา แต่ค้นในเน็ตต้องดู Source ด้วยว่ามาจากไหน Journal อะไร ฉบับไหน เราต้อง Qoute ว่าเอามาจากไหน วันที่นั้น วันที่นี้ ก็คือสามารถเข้าไปค้นได้ อย่างบางทีเข้าผ่านเว็บไซต์ห้องสมุดออนไลน์ของต่างประเทศ สะดวกมาก

นอกจากนั้น รายการย้อนหลังทางอินเทอร์เน็ต ก็ดูจะเป็นเรื่องโปรดไม่ใช่น้อย เพราะบางครั้งใช้เพื่อนำมาปรับปรุงการทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าว เพื่อให้เนื้อหางานดูสมบูรณ์มากขึ้น

เวลาอ่านข่าวแต่ละครั้ง ก็จะเข้าไปดูวิดีโอตามเว็บไซต์นะ แต่จะเป็นรายการพวกข่าวย้อนหลัง หรือดูรายการตัวเอง เพื่อจะดูว่าวันนี้ ฉันพูดไม่ดีเลย วันนี้พูดผิด หรือวันนี้หน้าดุไป ยิ้มมากไป เพื่อมาวิเคราะห์ตัวเองว่าเราควรจะปรับ จะแก้ตรงไหน ยิ่งทำงานแรกๆ ดูทุกวัน ต้องไปดูย้อนหลังว่าเราอ่านไปเป็นยังไงบ้าง เพราะมันดูได้ตลอด สองเดือน สามเดือน ก็ดูได้

คนทำหน้าที่สื่อ เธอให้ความเห็นว่าจะมีผลต่อการชี้นำสังคมเหมือนกัน ดังนั้นการทำงานก็ต้องต้องพิจารณาให้ดีหรือไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

บางทีเอาข้อมูลจากเน็ตก็จะเลือกแหล่งที่เชื่อถือได้นะ ไม่ล่อแหลม หรือหาแหล่งที่มาได้ ไม่ใช่เอาคำวิจารณ์จากใครก็ไม่รู้ อย่างเวลาเล่าในรายการ ก็ค่อนข้างระวังมาก เราจะถือว่า ถ้าไม่รู้จริงไม่พูด คือพูดน้อยในรายการดีกว่าพูดมาก หรือพูดตามกระแสแบบโน้น แบบนี้ แล้วก็ขยี้ให้มันยิ่งแย่ไปอีก ก็ไม่ค่ะ หรืออย่างคำพูดแรงๆ ของนักการเมืองบางคน พูดถึงคนบางกลุ่มอะไรแบบนี้ เราก็ต้องพูดว่าคนนี้พูดว่าแบบนี้ อ่านตามคำพูดของเขาเลย ไม่ใส่อะไรของเราไป แล้วก็จบอะไรแบบนี้

บทสนทนาใกล้จบลง แต่เธอก็ได้ให้แง่คิดสำหรับใครที่สนใจอยากทำงานอยู่? หน้าจอทีวี โดยเป็นผู้ประกาศข่าวเหมือนกับเธอด้วย

ถ้าชอบก็ต้องมีความตั้งใจค่ะ แล้วจะทำด้วยความสนุก ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ถามใจก่อนว่าเราชอบอะไร พอเรา ก็ทำตามความฝันไปเลย อยากทำก็ไปสมัคร ครั้งแรกอาจจะไม่ได้ ครั้งที่สอง ครั้งที่สามอาจจะได้ก็ได้ อย่างมิ้ลค์เองก็ไม่ใช่สมัครปุ๊บแล้วรับปั๊บ ก็ต้องฝ่าฟันเหมือนกัน มีความตั้งใจ แล้วก็ก้าวตามฝัน แต่ถ้าไม่ได้ทำจริงๆ ก็อย่าท้อ อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำแล้ว

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark