รู้จักการวิจารณ์อย่างมีศิลป์
ผู้คนจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางจะค่อนข้างละเอียดอ่อนต่อคำวิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกล่าวคำวิจารณ์ที่เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า หากการวิจารณ์นั้นถูกกล่าวขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง แทนที่จะเป็นประโยชน์กลับจะส่งผลให้ผู้ฟังเสียความรู้สึก ลองนึกภาพดูสิ ถ้าเจ้านายของคุณบอกว่าคุณทำงานได้แย่มาก เพื่อนร่วมงานก็วิจารณ์คุณต่อหน้าทีมงานทั้งหมดของคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร โอ๊ย! มันเจ็บนะนั่น การเปิดใจรับฟังคำตำหนินั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าคำวิจารณ์นั้นจะมาจากใครก็ตาม แต่ว่าคุณสามารถทำคำวิจารณ์นั้นให้เสนาะหูน่าฟังขึ้นได้โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ภาษาอังกฤษ คุณเพียงแค่ปรับเปลี่ยนการใช้คำและมีทัศนคติที่เหมาะสม คุณก็สามารถทำให้ใครปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นได้แทนที่จะทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้
หลีกลี่ยงการตำหนิตรงๆ
ประโยคอย่าง “You’re wrong!” หรือ “Your presentation was terrible!” เป็นการวิจารณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลดี สิ่งที่ควรทำคือควรละการกล่าวคำว่า “you” ไปเลยถ้าเป็นไปได้ การกล่าวตำหนิบุคคลนั้นโดยตรงจะทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องป้องกันตัวเองและตอบโต้กลับ แล้วเขาจะไม่เปิดใจฟังในสิ่งที่คุณอยากพูดเลยแม้แต่นิดเดียว
ทำให้น่าฟังขึ้นโดยการกล่าวชม
ก่อนที่จะเริ่มคำวิจารณ์ ให้พยายามเตรียมผู้ฟังให้พร้อมด้วยการกล่าวชม ถ้าคุณกำลังคุยเรื่องงานกับคนๆ นั้น ให้พยายามนึกถึงสิ่งที่เขาปฏิบัติมาที่ถูกใจคุณจริงๆ อย่างเช่น “I enjoyed your presentation today. You presented a lot of good and helpful information in it, and I can tell you put a lot of effort into it. I appreciate your hard work.” นี่จะทำให้ผู้ฟังลดความเป็นอริลงและรู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าในตัวของเขา
อย่าต่อประโยคด้วยคำว่า “but”
อย่างไรก็ตาม คำชมสั้นๆ ที่คลุมเครือ ที่ต่อด้วย but? อย่างเช่น “It was a helpful talk, but you really need to improve your presentation skills.”? ก็ไม่ใช่ประโยคที่คุณควรใช้หากคุณต้องการติเพื่อก่อ คุณควรให้เวลาเขาในการซาบซึ้งกับคำชมที่คุณกล่าวไปก่อนแล้วถึงจะเริ่มส่วนวิจารณ์ได้ ถ้าคุณต่อคำชมของคุณด้วยคำว่า “but” ในทันทีมันจะกลายเป็นการลบล้างความรู้สึกดีๆ ที่คุณอยากให้เกิด เพราะมันจะดูว่าคุณเสแสร้งกล่าวชมและไม่มีความจริงใจ
ให้คำแนะนำ
จำไว้ด้วยว่าจุดประสงค์ของการติเพื่อก่อไม่ใช่การทำให้คนฟังรู้สึกแย่ แต่เป็นการทำให้เขารู้สึกอยากปรับปรุงให้ดีขึ้นต่างหาก แทนที่จะตำหนิเขาตรงๆ ให้ลองทำในรูปการให้คำแนะนำที่เป็นกันเอง อย่างเช่น “Next time you might want to ” หรือ “I find it helpful to” เป็นการละการกล่าวส่วนตำหนิตรงๆ แต่ให้ผลดีเท่าเทียมกับสิ่งที่คุณอยากกล่าว?”Next time you might want to give a little more attention to the audience. I find it helpful to look people in the eyes while I am speaking.”
พยายามเจาะจงให้ชัดเจน
คนเราไม่สามารถเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้ในวันเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาไม่ได้รับการแนะนำที่ละเอียดพอที่จะปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง การกล่าวแค่ว่า “you need to work on your presentation skills” จะไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นแม้แต่น้อย! พยายามให้รายละเอียดเมื่อคุณให้คำแนะนำ แล้วก็อย่าวิจารณ์หรือตำหนิเขามากไป อย่าลืมว่าคุณต้องการให้เขาปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้ท้อแท้ใจ!










ข้อมูลน่าสนจัยมากค่ะ ถ้ามีโอกาสอีกจะมาค้นหาใหม่นะค้ะ