ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตประจำวัน
ฉบับที่แล้วได้นำเสนอสำนวนภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตประจำวันเอาไว้หลายสำนวนด้วยกัน หวังว่าคงได้นำไปใช้กันบ้างนะครับ ฉบับนี้ก็ยังมีสำนวนภาษาอังกฤษที่น่าสนใจซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของใครหลายๆ คนได้ เริ่มเลยนะครับ
Whatever you say = อะไรก็ได้ / ยังไงก็ได้
สำนวนนี้เหมาะกับชีวิตประจำวันของคนไทยเราจริงๆครับ เพราะคนไทยชอบใช้สำนวน ?อะไรก็ได้? กันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน เพื่อนๆ มักจะถามว่ากินอะไรกันดี และหนึ่งในประโยคคำตอบยอดฮิตก็คือ อะไรก็ได้ ใช่ไหมครับ หากเราต้องการสื่อสารความคิดเดียวกันเป็นภาษาอังกฤษ สำนวน whatever you say ก็ใช้ได้ในทำนองเดียวกันครับ ลองดูตัวอย่างการสนทนาต่อไปนี้นะครับA: How about having dinner together after work? หลังเลิกงาน ไปทานอาหารเย็นกันไหม?
B: Fine. ไปซิ
A: Shall we have Japanese or European food? ทานอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารยุโรปดี?
B: Whatever you say! อะไรก็ได้
นอกจากจะใช้พูดเรื่องการรับประทานแล้ว ยังใช้ได้ในกรณีอื่นๆ อีก เมื่อเราไม่ต้องการแสดงความคิดเห็น เราก็สามารถใช้สำนวน ?whatever you say? ได้เลยครับ เช่น
A: We’ll go in your car, Billy. พวกเราไปรถเธอนะ บิลลี่
B: Whatever you say! ยังไงก็ได้
I am starving. = ฉันหิวมากๆ (ฉันหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้ว)
สำนวนนี้ก็ตรงตัวเลยนะครับ ใช้พูดเวลาต้องการบอกคนอื่นว่าเราหิวมากๆ หรือหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการแสดงความรู้สึกหิวที่มากกว่าคำว่า hungry ครับ ยกตัวอย่าง เช่นA: I think we should get something to eat. ฉันคิดว่าเราควรหาอะไรกินกันได้แล้วนะ
B: Are you hungry? เธอหิวเหรอ?
A: Hungry? I’m starving! ไม่ใช่แค่หิวธรรมดานะ ฉันหิวจนจะเป็นลมแล้ว
Can you give me a rain check! = ขอเวลาคิดหน่อย
เวลาเรายังไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ในทันที สำนวนนี้สามารถนำไปใช้ได้ครับ ยกตัวอย่าง เช่นA: My brother and his family will be coming into town next week. พี่ชายฉันกับครอบครัวจะมาเมืองนี้สัปดาห์หน้า
B: Is he the one who writes articles for The Post? ใช่คนที่เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ เดอะ โพสต์ หรือเปล่า?
A: Right, why don’t you come over next Sunday to meet him. ใช่ ทำไมเธอไม่มาเจอเขาวันอาทิตย์หน้าล่ะ
B: I’d love to but I can’t. Can you give me a rain check! ก็อยากเจออยู่นะแต่มาไม่ได้? ขอเวลาฉันคิดก่อนนะ
Brush up on! = ปัดฝุ่น
สำนวนนี้ใช้ในกรณีที่เราต้องการรื้อฟื้นความรู้หรือปัดฝุ่นความรู้ของเราใหม่ คงมีหลายๆ ครั้งที่เราเรียนอะไรมานานแล้ว พอถึงเวลาจะใช้งานจริงๆ ก็ต้องมีการรื้อฟื้นความรู้นั้นๆ ขึ้นมาใหม่ เราอาจพูดว่า ขอปัดฝุ่นความรู้ของฉันหน่อยนะ (Let me brush up on my knowledge!) หรือลองดูตัวอย่างการใช้สำนวนนี้จากบทสนทนาต่อไปนี้นะครับA: Do you have a driver’s license? เธอมีใบขับขี่ไหม?
B: No. I am going to take the test in a couple of weeks. ไม่มีหรอก ฉันกำลังจะไปสอบในอีกไม่กี่สัปดาห์นี่แหละ
A: Didn’t you drive in your country? เธอไม่ได้ขับรถในประเทศเธอเหรอ?
B: Yes, but I have to brush up on my driving. ก็ขับอยู่นะ แต่ฉันก็ต้องปัดฝุ่นฝีมือการขับรถฉันก่อน
I am broke! = ฉันถังแตก
สำนวนนี้คงเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้จริงๆ นะครับ ราคาข้าวของที่แพงขึ้นอาจทำให้เงินในกระเป๋าของเราหมดลงเอาได้ง่ายๆ ถึงเวลานั้นอาจได้นำสำนวนนี้มาใช้กันจริงๆ ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับA: Are you going to Hawaii on your vacation? พักร้อนนี้เธอจะไปฮาวายใช่ไหม?
B: Not this year! คงไม่ใช่ปีนี้หรอก
A: What not? ทำไมล่ะ
B: For a good reason, I am broke. เหตุผลก็คือ? ฉันถังแตกน่ะ (แต่ขออย่าให้มีใครได้ใช้สำนวนนี้เลยนะครับ แค่รู้ไว้ประดับความรู้ก็พอ)
หวังว่าสำนวนต่างๆ ที่ได้นำเสนอไว้ในที่นี้จะช่วยให้ใครหลายคนได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตามอย่าลืมฝึกฝนให้มากๆ นะครับ เพราะนานๆ ใช้ที ก็ต้อง brush up on กันบ่อยๆ จริงไหมครับ











I want to lern การฝึกพูดภาษาอังกฤษในร้านถ่ายรูป และร้านขายหนังสือ ตำรา วิชาการต่าง ๆ
ขอบพระคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ข้างต้น รู้สึกได้ความรู้ใหม่ ๆ เยอะเลย
ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลเพื่อสื่อการเรียนการสอนมากๆนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
Thanks for new knowladge.
ขอบคุณมากนะสำหรับความรู้ข้างต้น และหวังว่าโอกาสหน้าจะได้เรียนรู้คำสนทนาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม thanks a lot
mon….
มีประโยชน์ต่อการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันมากๆค่ะ