มาทำ Home-made Dictionary กันเถอะ
เคยบ้างไหมครับ เวลาจะอ่านหรือจะพูดภาษาอังกฤษรู้สึกว่ามันติดๆขัดๆ เพราะไม่รู้จะใช้ศัพท์อย่างไร จะเปิดพจนานุกรม หรือ Dictionary ก็ไม่ได้ดั่งใจ เพราะมักจะได้ความหมายที่มากมายเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะใช้ความหมายใดดี หรือบางครั้งก็ไม่พบคำที่ต้องการในพจนานุกรมอีกซะนั่น น่าปวดหัวจริงๆเลยใช่ไหมครับ?? ผมและเพื่อนๆหลายคนก็เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาแล้ว พวกเราจึงได้ลองพิจารณาดูว่าปัญหามันคืออะไร และก็ได้พบกับคำตอบดังนี้ คือ
คำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น เมื่ออยู่ในบริบทที่ต่างกัน ความหมายก็จะต่างกันไปด้วย
การใช้พจนานุกรมทั่วๆไป อาจทำให้สับสนได้?? ยกตัวอย่างเช่น คำว่า ?culture? โดยทั่วๆไปมักจะหมายถึง ?วัฒนธรรม? เช่น ในประโยค ?In our culture, it is rude to ask someone how much they earn? แต่ถ้าเกิดคำว่า ?culture? คำนี้ไปปรากฏอยู่ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ หรือการเกษตร ความหมายของ ?culture? ก็มักจะหมายถึง เซลล์ หรือ เนื้อเยื่อ เช่น ในประโยคต่อไปนี้ ?It takes two to three weeks to grow the culture? ซึ่งถ้าหากใครแปลคำว่า ?culture? ในประโยคนี้ว่า ?วัฒนธรรม? ก็คงจะไม่เข้าเรื่อง
เรามักจำคำศัพท์ที่เพิ่งจะเปิดดูในพจนานุกรมไม่ได้
เนื่องจากเราไม่ได้ลงมือทำอะไรจริงจังกับคำศัพท์นั้น หรือไม่ได้นำคำศัพท์นั้นไปใช้อีกเลยหลังจากเปิดดูครั้งแรก
เรามักใช้คำบางคำผิดจากวิธีการใช้ที่ถูกต้อง
โดยเฉพาะคำที่ดูเหมือนง่ายๆ เราจึงใช้แบบผิดๆด้วยความเคยชิน?? เช่นคำว่า ?talk? เวลาเราต้องการใช้คำนี้เพื่อหมายถึง ?พูดกับ? เรามักใช้แบบผิดๆว่า ?talk with someone? ซึ่งจริงๆแล้ว ที่ถูกต้องควรจะเป็น ?talk to someone?
ไม่มีคำที่เราต้องการทราบความหมายในพจนานุกรม
และมีหลายครั้งที่เราจำเป็นต้องหาความหมายของคำนั้นด้วยวิธีอื่น ไม่ว่าจะเป็นการค้นจากอินเทอร์เน็ต หรือถามจากเจ้าของภาษา เป็นต้น
เมื่อเห็นปัญหาดังนี้แล้ว เราก็มาคิดกันว่าจะทำอย่างไรดีให้เราเก่งคำศัพท์ และคำตอบที่เราได้ก็คือการทำพจนานุกรมส่วนตัว หรือที่พวกเราเรียกว่า Home-made dictionary นั่นเอง หลักการก็ง่ายๆครับ คือเราอยากมีพจนานุกรมที่บรรจุคำที่เราต้องใช้บ่อยๆ และเป็นพจนานุกรมที่ทำให้เราสามารถนำคำๆนั้นไปใช้ได้อย่างถูกต้องทันที ไม่ต้องเปิดแล้วเปิดอีกให้ซ้ำซาก
มาเริ่มลงมือทำกันเลยดีไหมครับ
ก่อนอื่นเราต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำนะครับ เพราะว่าการทำพจนานุกรมส่วนตัวนั้นต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป สะสมไปวันคำสองคำ ซึ่งคำที่เราเก็บสะสมนั้นก็เป็นคำที่เราไม่คุ้นเคย แต่ต้องใช้บ่อยๆ ใครที่อ่านหน้าเวปไซต์ที่เป็นภาษาอังกฤษบ่อยก็จะได้เปรียบนะครับงานนี้ วันหนึ่งอ่านได้ซักสองสามหน้าก็คงได้ศัพท์เยอะเลยทีเดียว
เอาล่ะครับ สมมุติว่าเราอ่าน The Nations เป็นประจำ เราก็คงจะเจอภาษาอังกฤษหน้าตาประมาณนี้เป็นประจำนะครับ
“The number of confirmed cases of swine flu in Thailand is now expected to rise daily,” Dr Prat Boonyawongewirot, permanent secretary for the Public Health Ministry, said yesterday.
แล้วสมมุติว่าเราไม่รู้ความหมายของ swine flu กับคำว่า permanent secretary ในข่าวที่เราอ่านนี้ แล้วก็ปรากฏว่าคำสองคำนี้เราต้องเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาด เราก็อาจบรรจุคำสองคำนี้ไว้ในพจนานุกรมส่วนตัวของเราได้? โดยที่เราอาจใช้พวกโปรแกรม worksheet ทั่วไป เช่น Excel มาช่วยในการเก็บคำศัพท์ของเรานะครับ และหน้าตาของ home-made dictionary ของเราก็อาจประกอบไปด้วย คำศัพท์ ความหมาย แล้วก็ตัวอย่างประโยค ดังนี้

จากนั้นก็นำคำพวกนี้ไปใช้ให้คุ้นเคย แล้วเราก็จะไม่ใช้คำว่า pig flu เพื่อหมายถึงไข้หวัดหมูอีกต่อไป เพราะเรารู้แล้วว่าคำที่ถูกต้องคือ swine flu? และเราก็รู้อีกว่า คำว่า ?ปลัดกระทรวง? นั้นใช้คำว่า permanent secretary เมื่อเราใช้จนคุ้นแล้ว คำศัพท์นั้นก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน ที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเก็บคำศัพท์แล้ว ต้องนำไปใช้ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีประโยชน์อะไร
บทความโดย นิทัศน์ บุญไพศาลสถิตย์









