Let’s continue – Genericized Trademark
หลังจากคั่นจังหวะด้วยเรื่องข้อความอวยพรกันไปแล้ว ฉบับนี้กลับมาติดตามเรื่อง “Genericized Trademark” กันต่อเลยดีกว่า…
Scotch Tape (อ่านว่า สก๊อทช์-เท้ป) แปลว่า transparent adhesive tape หรือเทปกาวใสติดกระดาษ ก็คำเดียวกับที่บ้านเรา
ใช้เรียกเช่นกัน จะยี่ห้ออะไรจำเพาะมาเป็นพิเศษก็แล้วแต่ เราก็เรียกว่าสก๊อตเทปกันอยู่ดี ตัวอย่างเช่น
He mended the torn page with Scotch Tape.
เขาซ่อมหน้ากระดาษที่ขาดด้วยสก๊อตเทป

**Trivia: ทราบกันหรือไม่ว่า คำว่า “สก๊อตเทป” นี้จริงๆแล้วมีที่มาที่ไปที่ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นักหรอกครับ แฝงไว้ด้วยการเหยียดหยามเชื้อชาติเล็กๆ กล่าวคือ เนื่องด้วยต้นทุนการผลิตเทปกาวในขณะนั้นยังมีราคาสูงลิบลิ่ว ทางบริษัท 3M จึงคิดวิธีลดต้นทุนการผลิตด้วยการทากาวเพียงบริเวณขอบบนและล่างของเทปเท่านั้น ลูกค้ารายหนึ่งจึงบ่นฝากไปกับเซลล์แมนของบริษัทว่า ให้บรรดาเจ้านายชาวสก๊อตผู้ขี้เหนียวของเขานั้นทาเทปกาวให้เต็มทั้งแผ่น ไม่ใช่แค่ที่ขอบ ดังนั้นคำว่า “สก๊อตเทป” จึงถูกใช้เรียกผลิตภัณฑ์ตัวนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ –”
Wite-Out (อ่านว่า ไวท์-เอาท์) แปลว่า correction fluid / correction tape / correction pen หรือ น้ำยาลบคำผิด / เทปลบคำผิด / ปากกาลบคำผิด ตามลำดับ สินค้าตัวนี้ไม่ว่าจะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ลักษณะใด เค้าก็เรียกมันว่า “ไวท์เอาท์” ประหนึ่งเหมือนกับที่บ้านเราก็เรียกกันว่า ‘ลิควิดเปเปอร์” นั่นแหละครับ ตัวอย่างเช่น
I have just made another typo. Anybody have a Wite-Out?
ชั้นเขียนผิดอีกละ ใครพอจะมีลิควิดให้ยืมบ้างอะ?
**Trivia: ทราบกันหรือไม่ว่า น้ำยาลบคำผิดรุ่นที่ผลิตในสมัยแรกๆนั้นมีส่วนผสมของน้ำเป็นหลัก หากใช้ผิดตำแหน่งหรือหกเลอะเทอะสิ่งใดก็สามารถใช้น้ำเปล่าล้างออกได้ทันที แต่ด้วยที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำ ปัญหาใหญ่ของมันก็อยู่ตรงที่ว่ามัน แห้งช้ามาก เช่นกัน เค้าจึงต้องคิดค้นพัฒนากันมาเรื่อยๆจนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ในลักษณะต่างๆให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้อกันอย่างในปัจจุบันนี้

Listerine (อ่านว่า ลิส-เตอ-รีน) แปลว่า antiseptic mouthwash หรือน้ำยาบ้วนปากนั่นเอง จะสูตรผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือไม่ผสมก็แล้วแต่เลือกซื้อเลือกหากัน คำนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำที่มีที่มาที่ไปเหมือนกับของบ้านเราครับ คือไม่ว่าจะต้องการพูดสื่อถึงน้ำยาบ้วนปากยี่ห้อไหน เราก็เหมารวมไปทั้งหมดว่ามันคือลิสเตอรีน ตัวอย่างเช่น

Our Listerine in the bathroom is now running out. Remind to get a new bottle soon.
น้ำยาบ้วนปากในห้องน้ำใกล้จะหมดแล้วนะ อย่าลืมเตือนให้ฉันซื้อขวดใหม่มาด้วยล่ะ
**Trivia: ทราบกันหรือไม่ว่า ขณะนี้ตามท้องตลาดทั่วสหรัฐอเมริการวมถึงตลาดทั่วโลก มีผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากลิสเตอร์รีนวางจำหน่ายแล้วถึง 7 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ สูตร Original สูตร Cool Mint สูตร FreshBurst สูตร Natural Citrus สูตร Vanilla Mint สูตร Advanced with Tartar Control และสูตร Whitening ตัวใหม่ล่าสุด (จะเยอะไปถึงหน๊ายยย??)

Ziploc (อ่านว่า ซิป-ล็อค) แปลว่า re-sealable zipper storage bag หรือถุงพลาสติกบรรจุของแบบมีซิปเปิด-ปิด ลักษณะเดียวกันกับ “ถุงยา” หรือถุงใส่ของเหลวที่นำขึ้นเครื่องบินที่แจกอยู่ตามสุวรรณภูมิบ้านเรานั่นแหละครับ แต่อาจมีขนาดใหญ่กว่าแล้วแต่รุ่นและผลิตภัณฑ์ที่ต้องการใช้บรรจุ โดยที่ยี่ห้อซิปล็อคนี้สามารถใช้เรียกแทนผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันที่เป็นยี่ห้ออื่นได้หมด ตัวอย่างเช่น
Dad, do we have any Ziploc left? I wanna bring these snacks to school for lunch.
พ่อครับ เรามีถุงซิปล็อคเหลือบ้างหรือเปล่าอะ ผมว่าจะห่อขนมพวกนี้ไว้สำหรับทานมื้อเที่ยงที่โรงเรียนน่ะครับ
**Trivia: ทราบกันหรือไม่ว่า ถุงซิปล็อครุ่น “Big Bag” ขนาดบิ๊กเบ้งที่ผลิตออกวางจำหน่ายนั้นมีด้วยกัน 2 แบบ 2 ไซส์ โดยที่ XL มีขนาด 2 X 1.7 ฟุต และ XXL มีขนาดถึง 2 X 2.7 ฟุต!! (จะใหญ่ไปถึงหน๊ายยย??)
Windex (อ่านว่า วิน-เด็กซ์) แปลว่า glass or window cleaner หรือ น้ำยาเช็ดกระจกที่มีลักษณะสีฟ้าๆเขียวๆที่ทุกคนคุ้นเคย
นั่นแหละครับ รู้สึกว่ายี่ห้อนี้ก็จะมีขายในบ้านเราด้วยเช่นกัน ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มียี่ห้ออื่นๆเรียงหน้ามาเป็นตัวเลือกกันมากมายอย่างในปัจจุบันนี้ ตัวอย่างเช่น
She cleans her glass windows at home with Windex.
หล่อนใช้น้ำยาเช็ดกระจกฉีดทำความสะอาดกระจกหน้าต่างที่บ้าน

**Trivia: ทราบกันหรือไม่ว่า ในสหรัฐอเมริกา น้ำยาเช็ดกระจกยี่ห้อนี้เป็นที่นิยมมากถึงขนาดเป็นแรงบันดาลใจให้กับบาร์เทนเดอร์นายหนึ่งเลือกใช้ชื่อนี้ตั้งเป็นชื่อเครื่องดื่มที่มีสีฟ้าๆเขียวๆ คล้ายน้ำยาเช็ดกระจกที่เค้าคิดค้นขึ้นมาเองเลยทีเดียว โดยเรียกเครื่องดื่มนี้ว่า “Windex shot”
ฝากย้ำไว้ก่อนนิดนึงนะครับว่า ก่อนจะเลือกใช้บรรดาคำศัพท์เหล่านี้พูดกับฝรั่งคนไหนเมื่อไหร่ หากเป็นไปได้ ควรเช็คให้แน่ใจก่อนว่าเขาผู้นั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากที่ใด เนื่องจากคำศัพท์ดังกล่าวมีที่มาที่ไปจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก และใช่ว่าฝรั่งทุกคนจะเข้าใจคำศัพท์เหล่านั้น แม้แต่ฝรั่งที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่เองก็ตามที บางคำก็อาจใช้กันจนเป็นที่ยอมรับในออสเตรเลีย บางคำชาวแคนาดาก็เข้าใจเช่นกัน และบางคำก็อาจทำให้ชาวอังกฤษงงเต้กไปเลยก็เป็นได้ แต่มีวิธีแนะนำดังนี้นะครับว่า หากคุณพูดคำศัพท์คำใดคำหนึ่งไปแล้วฝรั่งไม่เข้าใจ ก็ลองพูดใหม่แล้วใช้คำอธิบายความหมายของคำนั้นเป็นภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนใส่ไว้ให้แล้วแนบท้ายไปด้วย ตัวอย่าง
My breath really smells. Do you have Listerine, a mouthwash?
ปากผมเหม็นจัง คุณมีลิสเตอรีนป่ะ น้ำยาบ้วนปากน่ะ
เป็นยังไงกันบ้างครับ กับคำศัพท์ 10 คำใหม่ที่แนะนำให้ไปในทั้งฉบับนี้และฉบับที่แล้ว หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่สนใจในการฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้า…
บทความโดย : อโนเชาว์ เพชรรัตน์










เป็นประโยชน์มากค่ะ น่าสนใจมากๆ ขอบคุณค่ะสำหรับการสอนภาษาอังกฤษแบบนี้เข้าใจง่ายจัง ^^