สำนวนภาษาอังกฤษที่ควรหลีกเลี่ยง : Taboo Expressions in English
เป็นธรรมดาที่คนทุกชาติทุกภาษาต้องมีการพบปะสังสรรค์กัน ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงฉลองในโอกาสพิเศษต่างๆ งานแต่งงาน งานรับปริญญา หรืองานฉลองเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ที่ใกล้เข้ามา? คุณเองก็คงมีโอกาสไปร่วมงานฉลองหรืองานเลี้ยงดังกล่าวใช่ไหมครับ และหลายคนก็คงมีโอกาสที่จะได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติอยู่บ้างนะครับ เมื่อโอกาสนั้นมาถึง คุณพร้อมหรือยังที่จะพูดคุยในงานสังสรรค์เป็นภาษาอังกฤษ?
ซึ่งเมื่อคุณต้องทักทายพูดคุยกับเพื่อนเก่าของคุณ เพื่อนจากที่ทำงาน หรือแม้แต่เพื่อนใหม่ๆ ที่คุณอาจได้ทำความรู้จักในงานสังสรรค์ คุณต้องจำให้ขึ้นใจว่าหัวข้อสนทนาที่คุณคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาอย่างมากในสังคมไทยอาจไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมสากล ลองพิจารณาอ่านรายละเอียดต่อไปนี้ เพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงการเอ่ยอะไรออกมาแล้วทำให้ตัวเองขายหน้านะครับ ประโยคแรกที่อยากจะนำเสนอคือ
You’ve put on weight. (เธอดูน้ำหนักเพิ่มขึ้นนะ)
จำไว้นะครับอย่าทักเพื่อนด้วยประโยคนี้เป็นอันขาด ถึงแม้คุณจะคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงก็เถอะ นอกเสียจากว่าคุณจะต้องการเสียมารยาทโดยเจตนาเท่านั้น เพราะหัวข้อนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหว และสำนวนสำหรับตั้งข้อสังเกตอย่าง “You’re getting fat” (ดูอ้วนขึ้นนะ) ถือว่าเป็นการพูดดูถูกคู่สนทนาอย่างยิ่ง ในวัฒนธรรมสากล
Oh you’re pregnant! (โอ้ คุณท้องหรือนี่ )
นี่ก็ห้ามพูดเป็นอันขาดนะครับ นอกเสียจากว่าคู่สนทนาของคุณท้องโตจนเห็นได้ชัดว่าท้องจริงๆ เพราะถ้าหากเป็นการเข้าใจผิดของคุณฝ่ายเดียวแล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดูถูกกันอย่างยิ่ง เพราะแสดงว่าคุณเห็นว่าคู่สนทนาอ้วน ขึ้นนั่นเอง ผลลัพธ์ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกับสำนวนด้านบนนะครับ
Is this your daughter? (นี่ลูกสาวคุณเหรอ ?)
สมมุติว่าคุณได้พูดสำนวนนี้ออกไปจริงๆ แล้วคุณจะทำยังไงหากความจริงกลับกลายเป็นว่าผู้หญิงที่มากับคู่สนทนาของคุณเป็นแฟนสาวของเขาต่างหาก? เพราะฉะนั้นให้คุณจงหลีกเลี่ยงการสันนิษฐานเอาเองเรื่องความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของคนอื่นนะครับ ควรรอใครมาแนะนำให้รู้จักก่อนดีกว่า หรือถ้าคุณจะกล้าหน่อยก็เข้าไปแนะนำตัวเองก่อนเลยก็ได้
Your sister is so much prettier than you. (น้องสาวคุณดูสวยกว่าคุณเยอะเลยนะ)
ถึงแม้ว่าข้อสังเกตอย่างนี้จะถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาอย่างมากในวัฒนธรรมของบางประเทศ แต่มันก็อาจทำให้คนฟังเสียความรู้สึกและขายหน้าได้นะครับ ตามมารยาทที่ดีไม่ควรจะเปรียบเทียบอะไรอย่างนั้น ถ้าคุณอยากพูด ก็ให้พูดแค่เพียงว่าพี่สาวหรือน้องสาวของเขาสวยมากก็พอ (Your sister is very beautiful.)
That color doesn’t suit you. (สีนี้ไม่เหมาะกับคุณเลย)
การพูดเกี่ยวกับหน้าตาและการแต่งกายของใครในทางลบอาจมีผลให้คนนั้นเสียอารมณ์ไปเลยก็ได้นะครับ โดยเฉพาะถ้าเขาหรือเธอเสียทั้งเวลาและเงินทองไปไม่น้อยกว่าจะดูดีขนาดนั้น พยายามทำให้คนอื่นรู้สึกดีใจและภูมิใจจะดีกว่านะครับ ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการเอ่ยชมเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับชิ้นที่คุณชอบแทน เช่น Your earrings look nice. (ต่างหูคุณดูดีนะ)
How much money do you make? (คุณรายได้เท่าไหร่เหรอ)
ถึงแม้ว่าประโยคนี้ไม่ถือว่าเป็นการดูถูกกัน แต่มันก็เป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคู่สนทนาอย่างมากและอาจทำให้คนที่ถูกถามอึดอัดไม่อยากตอบได้ วัฒนธรรมในหลายประเทศจะไม่พูดคุยกันเรื่องเงินทอง รายได้ หรือเรื่องเงินเดือนกันนะครับ
You look sick. (คุณดูเหมือนไม่สบายนะ)
ถ้าพูดตรงๆ โผงผางอย่างนั้นออกไป ก็อาจถือได้ว่านั่นเป็นการดูถูกกันอย่างแน่นอน ดังนั้น หากคุณเห็นใครท่าทางหน้าตาดูไม่สบาย คุณควรใช้คำถามว่า “Are you feeling ok?” (คุณรู้สึกสบายดีไหม) เพื่อแสดงความห่วงใยของคุณแทนจะดูดีกว่าครับ
How old are you? (คุณอายุเท่าไหร่)
อายุถือเป็นหัวข้อที่ค่อนข้างอ่อนไหวและมีคนอีกมากมายที่ไม่ชอบเปิดเผยให้คนอื่นรู้อายุของตนเอง ดังนั้น คุณจงหลีกเลี่ยงการเอ่ยคำถามเช่นนี้กับคู่สนทนา นอกเสียจากว่าคุณกำลังคุยกับเด็ก 6 ขวบ เพราะเด็กขนาดนี้เขาคงชอบเหลือเกินที่จะบอกให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองมีอายุเท่าใดแล้ว! จริงไหมครับ
สรุปคือ ขอให้คุณเข้าใจเอาว่ามารยาทสากลที่ดีโดยทั่วไปก็คือ อย่าละลาบละล้วงเรื่อง ส่วนตัวของคนอื่นมากนัก และอย่าพูดถึงคนอื่นหรือตั้งข้อสังเกตในด้านลบ ทางที่ดีควรปฏิบัติตามสุภาษิตภาษาอังกฤษที่รู้จักกันดีว่า “If you can’t say anything nice, don’t say anything at all.” (ถ้าคุณพูดอะไรดีๆ ไม่ได้ ก็อย่าพูดอะไรเลยจะดีกว่า)










