<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital, Lifestyle and more &#187; ดิจิตอลไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="http://www.dplusmag.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dplusmag.com</link>
	<description>Digital Lifestyle magazine</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Oct 2011 04:36:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เด็กไทยสร้างชื่อ ชนะ 4 รางวัลจากงานอินเทล ไอเซฟ 2010</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 10:52:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel isef]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6587</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากการแข่งขันผลงานวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้ชื่อว่าการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทลไอเซฟ (Intel ISEF) โดยผลงานจากนักเรียนไทยทั้งหมด 4 โครงงาน ประกอบด้วยโครงงานเดี่ยว 3 โครงงาน และโครงงานกลุ่ม 1 โครงงาน ได้รับรางวัลแกรนด์อวอร์ด (Grand Award) และสเปเชี่ยลอวอร์ด (Special Award) จากการประกวดครั้งนี้ โครงงานประเภทเดี่ยวของนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลได้แก่ โครงงานที่มีชื่อว่า “ผลของสารสกัดจากพืชวงศ์ Euphorbiaceae กำจัดกลุ่มปูนา Somanniathelphusa sexpucntata” พัฒนาโดย นางสาวมาลินี มีทา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a5-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%259f-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากการแข่งขันผลงานวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้ชื่อว่าการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทลไอเซฟ (Intel ISEF) โดยผลงานจากนักเรียนไทยทั้งหมด 4 โครงงาน ประกอบด้วยโครงงานเดี่ยว 3 โครงงาน และโครงงานกลุ่ม 1 โครงงาน ได้รับรางวัลแกรนด์อวอร์ด (Grand Award) และสเปเชี่ยลอวอร์ด (Special Award) จากการประกวดครั้งนี้ <span id="more-6587"></span>โครงงานประเภทเดี่ยวของนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลได้แก่ โครงงานที่มีชื่อว่า “ผลของสารสกัดจากพืชวงศ์ Euphorbiaceae กำจัดกลุ่มปูนา Somanniathelphusa sexpucntata” พัฒนาโดย นางสาวมาลินี มีทา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนพนมสารคาม &#8220;พนมอดุลวิทยา&#8221; จังหวัด ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทแกรนด์ อวอร์ด เป็นทุนการศึกษามูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐ  สำหรับโครงงาน“ผลตอบแทนและคุณภาพของยางก้อนถ้วยระหว่างการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพกับกรดฟอร์มิก” พัฒนาโดยนายศุภชัย นิลดำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จังหวัดศรีสะเกษได้รับรางวัลที่ 4 ประเภทแกรนด์ อวอร์ด ในสาขา วัสดุและชีววิศวกรรม เป็นทุนการศึกษามูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ และโครงงานที่มีชื่อว่า “การศึกษาโบราณชีววิทยาของหอยฝาเดียวยุคเพอร์เมียน บริเวณเขาน้อย อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์” พัฒนาโดย นายฉัตรเฉลิม  เกษเวชสุริยา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับรางวัลที่ 3 ประเภท Special Awards จากกรมทรัพยากรธรณีของประเทศสหรัฐอเมริกา (American Geological Institute) เป็นทุนการศึกษามูลค่า 250 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ โครงงานกลุ่มที่มีชื่อว่า “ผลของการดัดแปลงสี รสชาติ และกลิ่นของเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารจากธรรมชาติต่อการป้องกันนกกินข้าวในนาหว่าน” พัฒนาโดย นางสาวสายฝน นภนิภา และนางสาวอภิชญา นพเลิศ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนพนมสารคาม &#8220;พนมอดุลวิทยา&#8221; จังหวัด ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลที่ 4 ประเภท  แกรนด์ อวอร์ด เป็นทุนการศึกษามูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6588" title="ISEF-Top-Three" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/06/ISEF-Top-Three.jpg" alt="ISEF-Top-Three" width="560" height="366" /></p>
<p>นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทย ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้งในงานอินเทล ไอเซฟ ที่เป็นการแสดงความสามารถทางวิชาวิทยาศาสตร์ของนักประดิษฐ์ และผู้นำรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์โดยในปีนี้มีผู้ประกวดจากทั่วโลกกว่า1,600 คน และหากดูจากความยอดเยี่ยมของผลงานที่นำมาแสดงในครั้งนี้ ผมมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ผลงานสร้างสรรค์ที่น่าตื่นเต้นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะยิ่งทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับวันนี้และอนาคต”</p>
<p>งานอินเทล ไอเซฟในปี 2010 นี้ มีการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ 1,611 คนจากประเทศต่างๆ 59 ประเทศ โดยนอกเหนือจากผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศที่กล่าวกันไปแล้ว ยังมีผู้ที่ได้รับรางวัลอื่นๆ อีกกว่า 600 คนที่ได้รับรางวัลสำหรับผลงานที่สร้างสรรค์และโดดเด่น ซึ่งรางวัลเหล่านี้แบ่งออกเป็น 19 สาขา โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละสาขาจะได้รับรางวัลคนละ 8,000 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ มูลนิธิอินเทลยังมอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนของผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ อีกรางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐ และสำนักงานตัวแทนการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติของอินเทลในท้องถิ่นที่นักเรียนเหล่านี้เป็นตัวแทนอยู่อีกรางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐอีกด้วย</p>
<p>สมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ เป็นองค์กรการกุศลที่อุทิศตนเพื่อการวิจัย และการให้การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชน โดยดูแลการจัดแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติมาตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2493</p>
<p>อลิซาเบธ มารินโคลา ประธานของสมาคมผลงานด้านเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ กล่าวว่า “เราขอแสดงความยินดีต่อนักเรียนผู้ชนะ ที่มีแรงผลักดันและความอยากรู้อยากเห็นของการไขปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ที่ท้าทายที่สุดในโลก ผลงานของนักเรียนที่มีความสามารถเหล่านี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจสำหรับพวกเราทุกคน และเรามีความมั่นใจว่านักเรียนเหล่านี้จะยังคงทำงานเพื่อไขปัญหาต่างๆในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้าอย่างแน่นอน” ผู้ที่เข้าร่วมงานอินเทลไอเซฟ 2010 นี้เป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากการประกวดต่างๆ กว่า 539 งานทั่วโลก โครงงานของพวกเขาจะถูกพิจารณาและให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับวุฒิดุษฏีบัณฑิต หรือเทียบเท่าและมีประสบการณ์การทำงานที่ช่ำชองในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 คน รายชื่อของผู้เข้าประกวดทั้งหมดสามารถดูได้ที่ www.societyforscience.org/intelisef2010 ผู้เข้าร่วมงานอินเทลไอเซฟนี้ได้รับการสนุนร่วมกันระหว่างบริษัทอินเทล และมูลนิธิอินเทล รวมถึงหน่วยงานเอกชน องค์กรทางการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน หนึ่งในความพิเศษของงานในปีนี้คือการได้รับความสนับสนุนหลักจากบริษัทกูเกิล</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล ไอเซฟ 2010ได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/events/isef2010  และติดตามอัพเดทกิจกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิดได้ที่ เฟสบุ๊ค www.facebook.com/pages/Inspired-by-Education/32855637280 และทวิตเตอร์ได้ที่ www.twitter.com/intelinspire. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะสามารถดูได้ที่ www.societyforscience.org.</p>
<h3><strong>รางวัลกอร์ดอน อี มัวร์</strong></h3>
<p>ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการแจกรางวัลกอร์ดอน อี มัวร์ให้แก่ผู้ชนะเลิศในงานอินเทล ไอเซฟ 2010 รางวัลนี้พร้อมทั้งทุนการศึกษามูลค่า 75,000 เหรียญสหรัฐจากมูลนิธิอินเทล ได้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กอร์ดอน มัวร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง รวมทั้งเป็นประธานและซีอีโอที่เกษียณอายุการทำงานไปแล้วของอินเทล มัวร์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจาก “กฎของมัวร์” ที่กลายเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มานานกว่า 45 ปี ในการพัฒนาชิพให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปพร้อมๆกับลดต้นทุนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ลง ถ้าหากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัวร์ กรุณาเข้าไปดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/bios/moore.htm</p>
<h3>โครงการเพื่อการศึกษาของอินเทล</h3>
<p>ความมุ่งมั่นในด้านการพัฒนาการศึกษาของอินเทลมีขอบเขตมากกว่างานอินเทล ไอเซฟ โดยในช่วงเวลาเพียง 1 ทศวรรษที่ผ่านมาอินเทล ได้ลงทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และพนักงานของอินเทลทั่วโลกได้ทุ่มเทเวลากว่า 2.5 ล้านชั่วโมงเพื่อการพัฒนาการศึกษาในประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อการศึกษาจากอินเทลสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/education และ blogs.intel.com/csr ผู้สนใจยังสามารถเข้าร่วมชุมชนเพื่อการแบ่งปันเรื่องราวที่จะเป็นเสียงที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการศึกษาทั่วโลกได้ที่ www.inspiredbyeducation.com.</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6587&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อินเทล ต่อยอดนวัตกรรม อินเทล™ คอร์™ 2010 โปรเซสเซอร์</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 10:04:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel core 2010]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทลTM เอชดี กราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล™ คอร์™ 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6581</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ตัวเลข 32 เป็นตัวเลขสำคัญเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ตัวใหม่นี้ – เป็นโปรเซสเซอร์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร  ที่จะทำให้แล็ปท็อปบางเฉียบลงถึงร้อยละ 32 และมีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นร้อยละ 32 
·        โปรเซสเซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างอัจฉริยะ โดยเป็นการผสมผสานดีไซน์ที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างลงตัว เพื่อตอบรับแล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบในปัจจุบัน ที่มีความหนาแค่ 0.8 ถึง 1 นิ้วในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าแล็ปท็อปแบบเก่า 1-2 ปอนด์
·        เทคโนโลยีล่าสุดชั้นยอดมากมายถูกรวบรวมไว้ในโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น เช่นอินเทล  เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมต่างๆ จะเร็วขึ้น และอินเทล เอชดี อินทิเกรทกราฟฟิกการ์ดจะทำให้ภาพคมชัดและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
อินเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F2010-intel-core.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ตัวเลข 32 เป็นตัวเลขสำคัญเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ตัวใหม่นี้ – เป็นโปรเซสเซอร์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร  ที่จะทำให้แล็ปท็อปบางเฉียบลงถึงร้อยละ 32 และมีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นร้อยละ 32 <span id="more-6581"></span><br />
·        โปรเซสเซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างอัจฉริยะ โดยเป็นการผสมผสานดีไซน์ที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างลงตัว เพื่อตอบรับแล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบในปัจจุบัน ที่มีความหนาแค่ 0.8 ถึง 1 นิ้วในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าแล็ปท็อปแบบเก่า 1-2 ปอนด์</p>
<p>·        เทคโนโลยีล่าสุดชั้นยอดมากมายถูกรวบรวมไว้ในโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น เช่นอินเทล  เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมต่างๆ จะเร็วขึ้น และอินเทล เอชดี อินทิเกรทกราฟฟิกการ์ดจะทำให้ภาพคมชัดและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น</p>
<p>อินเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ล่าสุดเปิดตัว อินเทลTM คอร์TM โปรเซสเซอร์  (Intel® Core™ processors)รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดของโปรเซสเซอร์ตระกูลคอร์สู่ อัลตร้าทิน แล็ปท็อป เพื่อรองรับแล็ปท็อปแบบบางเฉียบมีรูปแบบทันสมัยมากยิ่งขึ้น ให้ผู้ใช้งานมีความคล่องตัวสามารถพกพาไปไหนได้สะดวกด้วยความหนาไม่ถึง 1 นิ้ว และน้ำหนักเบาเพียง 2-5 ปอนด์เท่านั้น ให้ประสิทธิภาพเยี่ยม ในขณะที่กินไฟต่ำ และมีอายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีอิสระ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6583" title="intel-core-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/intel-core-2010.jpg" alt="intel-core-2010" width="426" height="266" /></p>
<p>ด้วยพื้นฐานการผลิตจากเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ของอินเทลนี้มีขนาดเล็กลงถึงร้อยละ 321 และมีประสิทธมีสูงขึ้น ถึงร้อยละ 322 ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบา ดีไซน์บางเก๋ทันสมัย นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดนี้ยังกินไฟน้อยลงกว่าร้อยละ 15 ส่งผลให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานไม่มีใครเทียบได้</p>
<p>มูลี่ อีเดน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปแผนกลูกค้ากลุ่มพีซีของอินเทล กล่าว “ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาแล็ปท็อปที่มีสมรรถนะสูง และมีดีไซน์ทันสมัย ซึ่งอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ 2010 แบบอัลตร้า-โลว์ โวลเทจ ในอัลตร้าติน แล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้ ได้รวมจุดเด่นทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้แล็ปท็อปสามารถมีดีไซน์บางเฉียบและประสิทธิภาพที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ และด้วยความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการผลิต Hi-k metal gate ในระดับ 32 นาโนเมตร ประกอบกับความก้าวหน้าในการออกแบบและดีไซน์ ส่งผลให้แล็ปท๊อปมีประสิทธิภาพเร็วขึ้น เบา และบางกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังกินไฟต่ำด้วย ไม่เพียงแค่ตัวแล็ปท๊อปเท่านั้นที่สามารถพกพาได้สะดวกมากขึ้น แต่ชิปประมวลผลภายในเครื่องรุ่นล่าสุดนี้ยังสามารถตอบสนองต่อการทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น และเวลาที่ใช้รอเครื่องประมวลผลลดน้อยลงอีกด้วย”</p>
<p>นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์บางรุ่นยังมีเทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ อินเทลTM เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี4 (Intel® Turbo Boost Technology)ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้โดยอัตโนมัติ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมหนัก โปรเซสเซอร์จะเร่งความเร็วขึ้น และลดความเร็วลงเพื่อประหยัดพลังงานได้ในขณะที่เครื่องไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่ ทำให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอินเทลTM ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง เทคโนโลยี5 (Intel® Hyper-Threading Technology) ที่มีอยู่ในอินเทลTM คอร์TM ไอเซเว่น  (Intel® Core™ i7) อินเทลTM คอร์TM ไอไฟว์ (Intel® Core i5) และอินเทลTM คอร์TM ไอทรี (Intel® Core i3 ) โปรเซสเซอร์ ยังช่วยทำให้เครื่องสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าจะทำงานหลายอย่างพร้อมกันก็ตาม</p>
<p>อินเทลTM เอชดี กราฟฟิก (Intel® HD Graphics) เป็นตัวช่วยให้โปรเซสเซอร์ประมวลผลภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและคมชัด สีสันสดใส พร้อมทั้งทำให้ภาพ และเสียงที่เกิดจากการเล่นวิดีโอไฮเดฟินิชั้น (HD) และออดิโอ เพลย์แบ็คนั้นราบลื่น ไม่มีสะดุด</p>
<p>นอกจากนี้ โมบายล์ อินเทล™ 5 ซีรี่ย์ ชิปเซ็ต Intel® 5 Series Chipset ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ถูกออกแบบมาสำหรับอัลตร้า-โลว์ โวลเทจ แล็ปท็อป ที่รองรับการทำงานอย่างสลับซับซ้อนของวิดีโอ และออดิโอต่างๆโดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของข้อมูล และเครื่องพีซีให้ดียิ่งขึ้น ด้วย อินเทล™ แอนตี้-เธฟ เทคโนโลยี (Intel® Anti-Theft Technology) พร้อมกันนี้ยังสามารถป้องกันข้อมูลดิจิตอลของผู้ใช้งานได้อีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ จะมีแล็ปท็อปที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ อาทิ เอเซอร์ อัสซุส และเลอโนโว รวมกว่า 40 รุ่น วางจำหน่ายในราคาที่หลากหลาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และรูปภาพของผลิตภัณฑ์ สามารถดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/ultrathin หรืออยากทราบว่าอัลตร้าธิน เป็นประโยชน์กับผู้ที่ชื่นชอบโมบายล์ไลฟ์สไตล์แบบคุณได้อย่างไร เข้าไปที่บล็อก Intel Inside Scoop</p>
<h3>เกี่ยวกับอินเทล</h3>
<p>อินเทล เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล รวมทั้งการออกแบบ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล สามารถดูได้ที่</p>
<p>www.intel.com/pressroom , www.intel.com/th, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6581&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อินเทลเตรียมใช้ชิปอะตอมกับรถยนต์ระบบสื่อสารในจีน</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 May 2010 08:29:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[intel อะตอม]]></category>
		<category><![CDATA[System-on-chip]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6556</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายด้านการวิจัยเกี่ยวกับการใช้พลังงานภายในบ้าน รถยนต์ และเครือข่าย
·        อินเทลเปิดตัว “ทัลแนล ครีก” (Tunnel Creek) ซิสเต็มออนชิป (System-onChip หรือ SoC) สำหรับไอพีโฟน พรินเตอร์ และระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์
·        ฮาวไต ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เตรียมนำโปรเซสซอร์อะตอมและซอฟต์แวร์ “มีโก” (MeeGo) ในแพลตฟอร์มระบบ อินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์
·        อินเทล และ ไชน่า โมไบล์ หนึ่งในบริษัทสื่อสารชั้นนำที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลในเครือข่ายรุ่นๆ ต่อไป
·        อินเทล แล็ป สาธิตการใช้เซ็นเซอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะและแดชบอร์ดควบคุมระบบพลังงานในบ้าน ซึ่งระบบสามารถเรียนรู้และแสดงให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานทั้งในบ้านและในหน่วยงานธุรกิจได้แบบเรียลไทม์

ผู้บริหารอินเทลได้เปิดตัว อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป (System-on-chip ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fintel-idf-beijing-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายด้านการวิจัยเกี่ยวกับการใช้พลังงานภายในบ้าน รถยนต์ และเครือข่าย<br />
<span id="more-6556"></span>·        อินเทลเปิดตัว “ทัลแนล ครีก” (Tunnel Creek) ซิสเต็มออนชิป (System-onChip หรือ SoC) สำหรับไอพีโฟน พรินเตอร์ และระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์</p>
<p>·        ฮาวไต ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เตรียมนำโปรเซสซอร์อะตอมและซอฟต์แวร์ “มีโก” (MeeGo) ในแพลตฟอร์มระบบ อินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์</p>
<p>·        อินเทล และ ไชน่า โมไบล์ หนึ่งในบริษัทสื่อสารชั้นนำที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลในเครือข่ายรุ่นๆ ต่อไป</p>
<p>·        อินเทล แล็ป สาธิตการใช้เซ็นเซอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะและแดชบอร์ดควบคุมระบบพลังงานในบ้าน ซึ่งระบบสามารถเรียนรู้และแสดงให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานทั้งในบ้านและในหน่วยงานธุรกิจได้แบบเรียลไทม์</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6558" title="IDF-Beijing-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/IDF-Beijing-2010.jpg" alt="IDF-Beijing-2010" width="450" height="300" /></p>
<p>ผู้บริหารอินเทลได้เปิดตัว อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป (System-on-chip หรือ SoC) รุ่นล่าสุดสำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ด โดยได้อธิบายถึงผลการวิจัยที่จะช่วยให้บ้านเรือนและธุรกิจขนาดเล็กสามารถบริหารจัดการระบบการใช้พลังงานได้ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ SoC รุ่นล่าสุดที่ซ่อนอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ไว้ภายในจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สร้างอุปกรณ์ที่รองรับ PCI Express* เพื่อเชื่อมต่อโดยตรงกับชิปได้เป็นครั้งแรก ทำให้แอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ดทำงานได้คล่องตัวมากกว่าเดิม</p>
<p>อินเทลยังพูดถึงงานที่ทำร่วมกับฮาวไต* ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในจีนซึ่งมีแผนนำเอาอินเทลอะตอมโปรเซสเซอร์และซอฟต์แวร์ MeeGo ไปใช้กับระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิต นอกจากนั้น ไชน่า โมไบล์* ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารไร้สายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังมีแผนที่จะนำชิปอินเทลไปใช้กับแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานของเครือข่ายไร้สายของตนอีกด้วย</p>
<p>ดัก เดวิส รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป เอ็มเบ็ดเด็ด แอนด์ คอมมูนิเคชัน กรุ๊ป ของอินเทล กล่าวว่า “อินเทลตั้งใจและทุ่มเทในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนวัตกรรมแอพพลิเคชันใหม่ๆ ในจีน โดยได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาโซลูชันระบบประมวลผลที่รองรับการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดมากขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับรถยนต์ บ้านเรือน และธุรกิจต่างๆ จนกลายเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามารองรับการใช้งานโมไบล์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและติดต่อสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม”</p>
<p>เดวิสเปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของอินเทล ซึ่งมีชื่อรหัสว่า “ทันแนล ครีก” (Tunnel Creek) ขณะบรรยายบนเวที โดยกล่าวว่า SoC รุ่นนี้ใช้สำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ด เช่น ระบบอินโฟเทนเมนท์ ในรถยนต์ และไอพีโฟน (โทรศัพท์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล) ซึ่งต้องใช้มีเดียต่างๆ นอกจากนั้น SoC รุ่นนี้ยังใช้ระบบเชื่อมต่อแบบมาตรฐานกับโปรเซสเซอร์อีกด้วย  SoC มีองค์ประกอบภายในครบวงจร ประกอบด้วย อินเทลอะตอม คอร์, เมมโมรี คอนโทรลเลอร์ ฮับ, กลไกกราฟิก และกลไกระบบวิดีโอที่รวมอยู่ในชิปเพียงตัวเดียว</p>
<p>นอกจากนั้น ชิปรุ่นนี้ยังใช้งานร่วมกับชิปที่บริษัทต่างๆ พัฒนาขึ้นเองได้ด้วย หากชิปของบริษัทต่างๆ ดังกล่าวใช้มาตรฐาน PCI Express*  ชิปรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว ช่วยลดต้นทุนด้านวัสดุ และลดพื้นที่บนเมนบอร์ดสำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ดอีกด้วย</p>
<h3>อินเทลชนะใจผู้ค้ารถยนต์และสื่อสารในจีน</h3>
<p>เดวิส ได้เชิญผู้บริหารของบริษัทฮาวไต ออโตโมบิล บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนขึ้นมาร่วมบรรยายบนเวที โดยฮาวไตได้ประกาศว่า รถซีดานสุดหรูรุ่นใหม่ คือ บี11 จะมีการติดตั้งแพลตฟอร์มที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ และ MeeGo ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เปิด ไว้ในระบบอินโฟเทนเมน์ของรถ</p>
<p>หวาง เทียนหมิง ประธานกรรมการของฮาวไต ออโตโมทีฟ กล่าวว่า “ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้สมรรถนะของอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ช่วยทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เดิมและล่าสุดได้ รวมทั้งนำเอาซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำงานบน MeeGo ซึ่งอิงกับแพลตฟอร์มลีนุกซ์มาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน แนวทางนี้นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแอพลิเคชันแล้ว ยังทำให้เราสามารถพัฒนาบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”</p>
<p>เมื่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ทำงานคล้ายคลึงกับพีซีสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น บริษัทสื่อสารจึงพยายามแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการใช้เครือข่ายได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย เดวิสเปิดเผยว่าอินเทลมีวิสัยทัศน์ด้านการนำระบบประมวลผลและโมเดลคลาวด์ของอุตสาหกรรมไอทีมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมสื่อสาร โดยใช้การทำงานบนระบบเครือข่ายมารวมไว้ภายใต้โครงสร้างเพียงชุดเดียว เขากล่าวว่าบริษัทสื่อสารชั้นนำทั่วโลกต่างยอมรับและนำโครงสร้างของอินเทลมาใใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานรุ่นต่อไปของตนเอง ตัวอย่างของบริษัทสื่อสารเหล่านี้ประกอบด้วย อัลคาเทล-ลูเซนต์ อีริกสัน หัวเหว่ย และซีทีอี เป็นต้น</p>
<p>ดร.ซุย ชุนเฟง ผู้จัดการห้องทดลองไร้สายแผนกสื่อสารไร้สายของสถาบันวิจัย China Mobile Research Institute พูดถึงการที่บริษัทสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกจับมือเป็นพันธมิตรกับอินเทล ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายไร้สายรุ่นต่อไป ซึ่งจะทำให้ไชน่า โมไบล์ ปรับการดำเนินงานไปสู่โมเดลใหม่คือ “ระบบประมวลผลที่ผสมผสานกับระบบคลาวด์” ได้ในที่สุด</p>
<p>ดร.ซุย ยังกล่าวต่อว่า “ไชน่า โมไบล์ กำลังวิจัยโครงสร้างของ Radio Access Network รุ่นใหม่อยู่ เพื่อทำให้เครือข่ายบอร์ดแบนด์ไร้สายเป็นเครือข่ายประหยัดพลังงานระดับโลก มีค่าใช้จ่ายลดลง แต่มีสมรรถนะสูง และสามารถจัดสรรทรัพยากรของระบบโครงสร้างพื้นฐานให้แก่การทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันภายในเครือข่ายได้อย่างคล่องตัว เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว เราจึงนำสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของอินเทลมาใช้ควบคู่ไปกับระบบโครงสร้างพื้นฐานรุ่นต่อไปของเรา เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน ความสามารถในการขยายระบบ และนวัตกรรมซอฟต์แวร์ชั้นเลิศ</p>
<h3>ระบบบริหารจัดการพลังงานส่วนตัว</h3>
<p>หลังจากที่เดวิสบรรยายจบ จัสติน แรทเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี และผู้อำนวยการบริหารของอินเทล แล็ป ได้อธิบายว่า เทคโนโลยีอัจฉริยะในบ้านและที่ทำงานจะเข้ามาช่วยลดและบริหารจัดการการใช้พลังงานได้ดีขึ้นได้อย่างไร แรทเนอร์กล่าวว่าเป้าหมายของอินเทลก็คือการนำเอาเทคโนโลยีของอินเทลมาสร้างภูมิความรู้เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคและบริษัทขนาดเล็กตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>แรทเนอร์ กล่าวว่า “การสร้างภูมิความรู้แก่ผู้บริโภคถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ผู้ใช้แต่ละคนจำเป็นต้องมีข้อมูล เครื่องมือ และความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรพลังงานที่กำลังขาดแคลน ลดผลกระทบจากการก่อก๊าซคาร์บอนฯ และควบคุมงบประมาณในการใช้พลังงานของตนเอง ถ้าหากเราทำให้การใช้พลังงานมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยใช้เครื่องมือที่ทำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพและรับทราบข้อมูลในทันที ซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งชุมชนแล้ว แนวทางนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนและช่วยประหยัดพลังงานไปได้อย่างมหาศาล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6559" title="Intel-IDF-Beijing-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Intel-IDF-Beijing-2010.jpg" alt="Intel-IDF-Beijing-2010" width="408" height="272" /></p>
<p>นักวิจัยของอินเทลได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ไร้สายชนิดใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภครวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานได้ง่ายขึ้นแถมยังเป็ยอุปกรณ์ที่มีราคาประหยัดอีกด้วย ผู้บริโภคเพียงแค่เสียบต่อเซนเซอร์ราคาถูกที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบนี้ร่วมกับระบบสายไฟภายในบ้าน จากนั้นระบบจะสามารถวัดและรายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ในทันที ผู้บริโภคสามารถติดตั้งใช้งานเทคโนโลยีนี้เพื่อวิเคราะห์อัตราการใช้พลังงานของอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วทั้งบ้านได้</p>
<p>นอกจากนั้นแรทเนอร์ยังได้ทำการสาธิตอุปกรณ์รุ่นต้นแบบของอินเทลที่สามารถแสดงผลการใช้พลังงานภายในบ้านควบคู่กับการใช้เซนเซอร์พลังงานไร้สายดังกล่าวให้ชม ระบบจะคอยเฝ้าดูการใช้พลังงาน แนะนำวิธีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม กำหนดเป้าหมายการประหยัดพลังงาน และให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำตามเป้าการประหยัดพลังงานได้อีกด้วย การทำงานควบคู่กันของอุปกรณ์ทั้งสองชนิด (ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบบริหารจัดการพลังงานส่วนตัว) จะช่วยทำให้บ้านเรือนแต่ละหลังในอเมริกาประหยัดค่าไฟได้  470 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ถ้าหากนำไปใช้ในบ้านเรือน 113 ล้านหลังทั่วอเมริกา ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้จะสูงกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือแม้แต่ถ้ามีบ้านเรือนแค่ร้อยละ 1 ในอเมริกาใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ก็จะช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหินได้ 371,000 ตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้ 2.4 ตันเมทริกซ์ตัน หรือเท่ากับการนำรถยนต์ 535,000 คันออกจากท้องถนน แรทเนอร์ยังได้พูดถึงวิธีปรับปรุงระบบบริหารจัดการการใช้พลังงานในรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย เขากล่าวว่าเมื่อจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น โรงงานไฟฟ้าในท้องถิ่นก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อรถยนต์เหล่านี้ถูกนำไปชาร์ตไฟในช่วงเวลากลางคืน อินเทล แล็ป กำลังมองหาวิธีการชาร์ตไฟแบบใหม่ เพื่อลดอักตราการใช้ไฟสูงในช่วงกลางคืน โดยหากทำสำเร็จจะไม่จำเป็นต้องขยายโรงงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล</p>
<p>อินเทล (NASDAQ:INTC) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมซิลิกอน สร้างสรรค์เทคโนโลยี สินค้า รวมทั้งการริเริ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลได้ที่ www.intel.com/pressroom , www.intel.com/th, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6556&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แอลจี เผยโฉมแอนดรอยด์โฟนรุ่นแรก ‘LG GW 620 Android’</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 May 2010 04:49:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Android OS]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[LG]]></category>
		<category><![CDATA[LG-GW-620-Android]]></category>
		<category><![CDATA[QWERTY]]></category>
		<category><![CDATA[smart phone]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6540</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
LG GW 620 Android เครื่องแรกของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ
แอลจี เปิดตัว LG GW620 แอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกของแอลจี และรุ่นเดียวของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนในหนึ่งเดียว เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่และแตกต่าง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และขยายฐานลูกค้าของแอลจีในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี
คุณสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ  บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแอลจีก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องที่แตกต่างกันของลูกค้า ในวันนี้เรามอบประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่ ด้วยการเปิดตัว LG GW620 ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Flg-gw-620-android.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>LG GW 620 Android เครื่องแรกของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ<span id="more-6540"></span><br />
แอลจี เปิดตัว LG GW620 แอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกของแอลจี และรุ่นเดียวของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนในหนึ่งเดียว เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่และแตกต่าง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และขยายฐานลูกค้าของแอลจีในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี</p>
<p>คุณสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ  บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแอลจีก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องที่แตกต่างกันของลูกค้า ในวันนี้เรามอบประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่ ด้วยการเปิดตัว LG GW620 ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ พร้อมความพิเศษของคีย์บอร์ดภาษาไทยเต็มรูปแบบซึ่งถือเป็นรุ่นแรกในไทย ซึ่งทางแอลจีเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องแรก และจะช่วยเสริมกลยุทธ์ในการบุกตลาดสมาร์ทโฟนของแอลจีได้อย่างแน่นอน”<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6541" title="LG GW 620 Android" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/LG-GW-620-Android.jpg" alt="LG GW 620 Android" width="374" height="315" /><br />
LG GW620 มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน HVGA LCD 3 นิ้ว และคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบที่มีถึง 5 แถว เช่นเดียวกับแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ คุณจึงพิมพ์ข้อความในโปรแกรมแชทและโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้แอลจียังร่วมพัฒนาแอนดรอยด์กับกูเกิลมาตั้งแต่ต้น จึงมั่นใจได้ว่า LG GW620 จะทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และรองรับแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ตรงใจได้จาก Android Market ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 20,000 รายการ</p>
<p>LG GW620 ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 1.5 และรองรับ Wi-Fi และ 3G (เฉพาะเครือข่าย AIS) จึงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งกล้อง 5 ล้านพิกเซลที่ปรับโฟกัสอัตมัติ และยังรองรับมัลติมีเดียเต็มรูปแบบเพื่อให้คุณดูหนังฟังเพลงได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีระบบ Multitasking ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดหน้าต่างหลายๆ โปรแกรมขึ้นมาใช้งานพร้อมกันได้</p>
<p>LG GW620 ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษไม่เหมือนใคร ทั้งพุชเมล์แบบเรียลไทม์ และ SNS Manager ที่ช่วยจัดการโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุคและทวิตเตอร์ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมี Instant Messenger และ threaded SMS ที่คุณสามารถส่งเอสเอ็มเอสโต้ตอบกันในรูปแบบหน้าต่างสนทนา เอาใจคนชอบแชทโดยเฉพาะ ที่สำคัญยังมีระบบ Auto Face-Tagging และ Face-To-Action ซึ่งจะจดจำใบหน้าของทุกคนไว้ จากนั้นเมื่อคุณต้องการโทรหาหรือส่งข้อความถึงใคร เพียงสัมผัสที่ใบหน้าในภาพก็สามารถติดต่อกับบุคคลนั้นได้ทันที</p>
<p>LG GW620 วางจำหน่ายแล้วในราคา 12,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) แถมฟรีการ์ดความจำ 8 GB มีให้เลือก 3 สี คือดำ เงิน และ น้ำเงิน ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.lg.com/th หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6540&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์ @ปลายแหลมฟาน</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 May 2010 03:16:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Take a seat]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารริมแม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์ @ปลายแหลมฟาน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6530</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
“You say it best when you say nothing at all………”   บทเพลงสากลแสนหวานถูกขับขาน ไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีสดที่บรรเลงคลอตามจังหวะ ทำให้อาหารที่ร้าน Grand Seaside (แกรนด์ ซีไซด์) ชายทะเลศรีราชาทวีความอร่อยของรสชาติเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพราะนอกจากบรรยากาศร้านที่แสนจะคลาสสิก จากสไตล์การตกแต่งร้านแบบไทยย้อนยุค ตามแบบฉบับสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว วิวทะเลของปลายแหลมฟานที่อยู่รอบๆ บริเวณร้าน ก็อดทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำไปกับภาพท้องทะเลและเกลียวคลื่นม้วนกระทบฝั่ง และบรรยากาศที่แสนโรแมนติกไม่ได้

ร้านแกรนด์ ซีไซด์เปิดให้บริการมากว่า 36 ปี โดย คุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้บริหารบริษัท เอส ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ffood-and-cafe-resturant-recommended%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b2.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>“You say it best when you say nothing at all………”   บทเพลงสากลแสนหวานถูกขับขาน ไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีสดที่บรรเลงคลอตามจังหวะ ทำให้อาหารที่ร้าน Grand Seaside (แกรนด์ ซีไซด์) ชายทะเลศรีราชา<span id="more-6530"></span>ทวีความอร่อยของรสชาติเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพราะนอกจากบรรยากาศร้านที่แสนจะคลาสสิก จากสไตล์การตกแต่งร้านแบบไทยย้อนยุค ตามแบบฉบับสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว วิวทะเลของปลายแหลมฟานที่อยู่รอบๆ บริเวณร้าน ก็อดทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำไปกับภาพท้องทะเลและเกลียวคลื่นม้วนกระทบฝั่ง และบรรยากาศที่แสนโรแมนติกไม่ได้</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6531" title="Grand-Seaside-ยามค่ำคืน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Grand-Seaside-ยามค่ำคืน.jpg" alt="Grand-Seaside-ยามค่ำคืน" width="450" height="300" /></p>
<p>ร้านแกรนด์ ซีไซด์เปิดให้บริการมากว่า 36 ปี โดย คุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้บริหารบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งชื่นชอบการชิมอาหารมาตั้งแต่เด็ก จึงปรับปรุงเรือนบังกะโลของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มาเป็นเรือนอาหารทะเล โดยยังคงสไตล์การตกแต่งแบบโบราณเอาไว้ เพื่อยังคงความสวยงามของตัวบังกะโลที่สร้างในทะเล ให้ผู้ที่มาเยือนได้ใกล้ชิดกับสายลม และเสียงคลื่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6532" title="แกรนด์ซีไซด์" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/แกรนด์ซีไซด์.jpg" alt="แกรนด์ซีไซด์" width="450" height="300" /></p>
<p>เรือนอาหารแบ่งออกเป็น2 ส่วนหลัก คือ ภายในบ้าน และนอกตัวบ้าน ภายในบ้านนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ห้องหลัก คือ ห้องโถงใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนของห้องอาหารที่เปิดรับลมเย็นจากทะเล แต่ถ้าอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหาร ก็เลือกใช้บริการอีก 2 ห้อง คือ ห้องอาหารเล็ก ชื่อว่า “ห้องแหลมฟาน” และห้องใหญ่ ชื่อห้อง “ศรีราชา” ที่มาของชื่อห้องทั้งสองนี้ เกิดจากวิวทะเลที่มองจากโต๊ะอาหารภายในห้องออกไปนอกหน้าต่าง ที่จะพบกับปลายแหลมฟาน และ ทะเลศรีราชา ที่ได้มุมและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6533" title="บรรยากาศในร้านยามเย็น" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/บรรยากาศในร้านยามเย็น.jpg" alt="บรรยากาศในร้านยามเย็น" width="450" height="300" /></p>
<p>ส่วนด้านนอกร้าน จะตกแต่งเพิ่มเติมสำหรับงานแต่งงาน หรือปาร์ตี้ริมทะเล ตามทางเดินจะเต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นานาพรรณ เหมาะสำหรับการจัดเลี้ยงยามเย็น ที่แขกผู้มาเยือนจะได้ซึมซับภาพความงดงามของอาทิตย์อัสดงที่ปลายแหลมฟาน จนใครๆที่เคยเห็นก็ได้แต่บอกต่อกันถึงความสวยงาม และภาพความประทับใจไม่รู้ลืม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6534" title="ทางเดินเข้าร้าน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/ทางเดินเข้าร้าน.jpg" alt="ทางเดินเข้าร้าน" width="450" height="300" /></p>
<p><img class="alignnone size-full  wp-image-6535" title="Grand-Seaside" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Grand-Seaside.jpg" alt="Grand-Seaside" width="450" height="300" /></p>
<p>สำหรับอาหารขึ้นชื่อของ ที่แกรนด์ ซีไซด์ ก็คือ กุ้งอบเกลือ ที่คุณภัทรา เผยถึงเคล็ดลับความอร่อยว่า “ที่นี่เราจะใช้กุ้งชีแฮ้ ที่เป็นกุ้งทะเลสด ๆ เลือกตัวขนาดกลาง เพื่อที่ส่วนผสมจะได้เข้าไปในตัวกุ้งได้ทั่ว และถึงรสถึงชาติมากกว่าการใช้กุ้งตัวใหญ่ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เคยรับประทานเมนูนี้ เป็นต้องกลับมาสั่งเมนูนี้ซ้ำเป็นประจำ”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6536" title="กุ้งอบเกลือ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/กุ้งอบเกลือ.jpg" alt="กุ้งอบเกลือ" width="250" height="375" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6537" title="ปูอบเกลือ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/ปูอบเกลือ.jpg" alt="ปูอบเกลือ" width="250" height="375" /></p>
<p>และด้วยประสบการณ์การเปิดร้านที่ยาวนานกว่า 30 ปี บวกกับการมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางด้านอาหารมากมาย ทำให้ ร้านอาหารแกรนด์ ซีไซด์, บริการจัดเลี้ยง S&amp;P caterman (เคเธอร์แมน) สามารถต่อยอดการให้บริการลูกค้า ด้วยบริการจัดงานเลี้ยง งานหมั้น งานแต่งงาน งานเลี้ยงพระ งานวันเกิด ทั้งในและนอกสถานที่ เป็นบริการแบบครบวงจรทั้งสถานที่ อาหาร โดยเฉพาะพิธีการแต่งงาน มีบริการแพคเกจ ชุดขันหมากพรีเมี่ยมชาววัง และแพคเกจครบชุดตามพิธี พร้อมกับขนมมงคล 9 ชนิดที่หาทานยากในปัจจุบัน นับเป็นต้นตำรับชาววังแท้ ๆ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6538" title="บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง.jpg" alt="บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง" width="450" height="300" /></p>
<p>เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับการจัดเลี้ยงที่ต้องการความสะดวก มีให้เลือก 3 ชุด แบ่งราคาตามงบประมาณของลูกค้า ได้แก่ ชุดสุดประหยัดเริ่มต้นที่ 350 บาทต่อท่าน ชุดสุดคุ้ม 550 บาทต่อท่าน และบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่ราคา 750 บาทต่อท่าน</p>
<p>คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหาร งานจัดเลี้ยงในบรรยากาศแสนโรแมนตกริมทะเล ได้ที่ Grand Seaside ปลายแหลมฟาน อำเภอศรีราชา สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 314-0990-1</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6530&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แพลตฟอร์ม อะตอม™ โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ หนุนอินเทลลุยตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเบล็ต</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 May 2010 11:20:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[atom platform]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[intel อะตอม]]></category>
		<category><![CDATA[processor]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[แทบเบล็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6525</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
อินเทล คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวอินเทล™อะตอม™แพลตฟอร์มล่าสุด (ชื่อรหัสเดิมคือ “มัวร์สทาวน์”) ที่มีจุดเด่นจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงาน ความเชี่ยวชาญในการออกแบบทรานซิสเตอร์และแผงวงจร บวกกับเทคนิคขั้นตอนการผลิตที่โดดเด่นของอินเทล
แพกเก็จเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมาก1 จะช่วยให้อินเทลมีโอกาสบุกตลาดอุปกรณ์ประมวลผลที่กว้างขวางยิ่งขึ้น อาทิ สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ แทบเบล็ต และอุปกรณ์โมบายล์ขนาดพกพาชนิดอื่นๆ อีกมาก ชิปรุ่นนี้ยังคงจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ของอินเทลเอาไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพสูงที่รองรับการทำงานของแอพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้อย่างครอบคลุม มีซอฟต์แวร์ให้เลือกหลากหลาย และมีความสามารถในการรองรับการทำงานมัลติทาสกิ้งสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆมากมาย อาทิระบบวิดีโอ HD และระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอหลายจุดพร้อมกันเป็นต้น
นายอนันด์ จันทราเซเคอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอัลตร้า โมบิลิตี้ กล่าวว่า “อินเทลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่จัดว่าเป็นการเปิดประตูให้อินเทลอาร์คิเทคเจอร์ (IA) บุกตลาดสมาร์ทโฟนได้ ซึ่ง      “มัวร์สทาวน์” จะช่วยให้อินเทลสามารถ ปรับคุณสมบัติของอินเทล อาร์คิเทคเจอร์ พร้อมๆกับลดอัตราการใช้พลังงาน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%25e2%2584%25a2-processor.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>อินเทล คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวอินเทล™อะตอม™แพลตฟอร์มล่าสุด (ชื่อรหัสเดิมคือ “มัวร์สทาวน์”) ที่มีจุดเด่นจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงาน ความเชี่ยวชาญในการออกแบบทรานซิสเตอร์และแผงวงจร บวกกับเทคนิคขั้นตอนการผลิตที่โดดเด่นของอินเทล<br />
<span id="more-6525"></span>แพกเก็จเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมาก1 จะช่วยให้อินเทลมีโอกาสบุกตลาดอุปกรณ์ประมวลผลที่กว้างขวางยิ่งขึ้น อาทิ สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ แทบเบล็ต และอุปกรณ์โมบายล์ขนาดพกพาชนิดอื่นๆ อีกมาก ชิปรุ่นนี้ยังคงจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ของอินเทลเอาไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพสูงที่รองรับการทำงานของแอพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้อย่างครอบคลุม มีซอฟต์แวร์ให้เลือกหลากหลาย และมีความสามารถในการรองรับการทำงานมัลติทาสกิ้งสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆมากมาย อาทิระบบวิดีโอ HD และระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอหลายจุดพร้อมกันเป็นต้น</p>
<p>นายอนันด์ จันทราเซเคอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอัลตร้า โมบิลิตี้ กล่าวว่า “อินเทลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่จัดว่าเป็นการเปิดประตูให้อินเทลอาร์คิเทคเจอร์ (IA) บุกตลาดสมาร์ทโฟนได้ ซึ่ง      “มัวร์สทาวน์” จะช่วยให้อินเทลสามารถ ปรับคุณสมบัติของอินเทล อาร์คิเทคเจอร์ พร้อมๆกับลดอัตราการใช้พลังงาน ต้นทุน และขนาดของแพลตฟอร์มลงไปได้อย่างมาก เพื่อให้เหมาะกับตลาดอุปกรณ์มือถือต่างๆ และผลจากความพยายามของเราทำให้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น พร้อมๆกับมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าเดิมอย่างมาก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีทางเป็นไปได้ที่อุปกรณ์มือถือจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่พกพาได้และมีขนาดเล็ก”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6526" title="Aava-Mobile-Smartphone" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Aava-Mobile-Smartphone.jpg" alt="Aava-Mobile-Smartphone" width="350" height="376" /></p>
<h3>อุปกรณ์ที่สร้างสรรค์มาให้มีการใช้พลังงานน้อยและมีประสิทธิภาพระดับชั้นนำอุตสาหกรรม</h3>
<p>แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วยอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ซีรีส์ (ชื่อรหัสเดิมคือ “ลินคอร์ฟ” [Lincroft] ซิสเต็มส์ออนชิป [SoC]) อินเทล แพลตฟอร์ม คอนโทรลเลอร์ฮับ เอ็มพี 20 (ชื่อรหัสเดิมคือ “แลงเวลส์” [Langwell]) และ มิกซ์ ซิกแนล ไอซ๊ (MSIC) ชื่อเดิมคือ “ไบรเออร์ทาวน์” (Briertown)</p>
<p>แพลตฟอร์มนี้ได้ถูกจัดวางตำแหน่งใหม่ให้มีอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ในตัว โดยประกอบด้วยคอร์ของอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์แบบ 45 nm ที่มีระบบกราฟิก 3D ระบบเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอ รวมทั้งหน่วยควบคุมความจำและจอภาพอยู่ภายในการออกแบบเป็น SoC เพียงชิ้นเดียว นอกจากนั้น ในแพลตฟอร์มนี้ยังมี MP 20 แพลตฟอร์มคอนโทรลเลอร์ฮับที่รองรับการทำงานของระบบได้หลายระดับและI/O บล็อคหลายชนิดอีกด้วย และ MSIC ยังมีการจัดสรรพลังงานและการชาร์จแบตเตอรี พร้อมทั้งยังมีการรวมเอาส่วนประกอบแบบอนาล็อกและดิจิตอลหลายชนิดไว้ในตัวอีกด้วย</p>
<p>องค์ประกอบเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกัน ทำให้ชิปรุ่นใหม่มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าเดิมเป็นอย่างมาก อาทิการใช้พลังงานที่ลดลงมากกว่า 50 เท่าขณะที่ไม่มีการทำงาน และมีอัตราการใช้พลังงานลดลงมากกว่า 20 เท่า เมื่อทำงานเกี่ยวกับระบบเสียง ส่วนในขณะท่องเว็บและดูวิดีโอใช้พลังงานลดลงถึง 2-3 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอัตราการใช้พลังงานในระดับแพลตฟอร์ม เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้านี้ของอินเทล1 พลังงานที่ประหยัดได้เหล่านี้สามารถเทียบเท่ากับการทำงานในภาวะสแตนด์บายที่ยาวนานถึงกว่า 10 วัน หรือการฟังเพลงได้นานกว่า 2 วัน และการท่องเว็บได้กว่า 5 ชั่วโมง3 และเมื่อบวกกับประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นมากกว่า 1.5-3 เท่า ระบบกราฟิกที่ดีขึ้น 2-4 เท่า ประสิทธิภาพในการประมวลผลจาวาสคริปท์ที่ดีขึ้น 2-4 เท่า รองรับการถอดรหัสวิดีโอ HD 1080p ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และการบันทึกวิดีโอแบบ 720p HD ได้ นวัตกรรมรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำนี้จะช่วยให้อุปกรณ์ประมวลผลขนาดเล็กสำหรับพกพาสามารถใช้งานได้สมบูรณ์แบบเหมือนกับการใช้พีซี4</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6527" title="Intel-Atom-ProcessorZ6xx(Lincroft)-and-Platform-Controller-Hub_package" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Intel-Atom-ProcessorZ6xxLincroft-and-Platform-Controller-Hub_package.jpg" alt="Intel-Atom-ProcessorZ6xx(Lincroft)-and-Platform-Controller-Hub_package" width="462" height="351" /></p>
<p>SoC รุ่นใหม่พัฒนามาจาก C6 state ของการออกแบบชิปอะตอมรุ่นแรก โดยมีการใส่ state รุ่นใหม่ที่กินไฟต่ำเป็นพิเศษลงไป (S0i1 และ S0i3) ซึ่งทำให้ SoC รุ่นใหม่มีอัตราการใช้งานอยู่ที่ 100 ไมโครวัตต์5 ถ้าหากดูจากระดับแพลตฟอร์มแล้ว อินเทลมีการพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ละเอียดลงไปด้วย เพื่อใช้ในการควบคุมสภาพการใช้พลังงานขณะที่ไม่ได้ทำงานหรือขณะทำงานขององค์ประกอบทุกส่วนของระบบ โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เทคนิคการควบคุมซอฟต์แวร์นี้นำไปประยุกต์ใช้กับช่องทางการจ่ายไฟให้กับระบบพลังงานและสัญญาณนาฬิกาทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบจ่ายพลังงานของ SoC และระบบจ่ายพลังงานอื่นๆ ของระบบด้วย นอกจากนั้นอินเทลยังใช้เทคโนโลยีการผลิต Hi-k metal gate ในระดับ 45nm 2 LP SoC รุ่นใหม่ เพื่อรองรับการออกแบบทรานซิสเตอร์สำหรับ I/O ที่ใช้โวลเทจสูงๆ หลากชนิดอีกด้วย</p>
<p>คุณสมบัติควบคุมพลังงานเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกับอินเทล™ เบิรสท์ เพอฟอร์แมนซ์ เทคโนโลยี ( Intel® Burst Performance Technology) ซึ่งเป็นระบบเรียกใช้ประสิทธิภาพสูงตามความต้องการ และเทอร์โบโหมดของอินเทล เบิร์สท์ สำหรับเรียกใช้แบนด์วิธสูงตามความต้องการ แล้วก็จะช่วยทำให้สามารถพัฒนาอุปกรณ์มือถือหลากชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออุปกรณ์พกพาหลากหลายชนิดในตลาด</p>
<p>เบลลิ คุททานา หัวหน้าแผนกสถาปัตยกรรมของ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ กล่าวว่า “หลังจากที่เราพัฒนาอินเทลอะตอมโปรเซสเซอร์รุ่นแรกที่มีอัตราการใช้พลังงานลดลง 10 เท่าออกมาได้แล้ว เราได้สร้างความท้าทายให้ตัวเองในเรื่องของการลดอัตราการใช้พลังงานในระดับแพลตฟอร์มลง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 50 เท่า ซึ่งเรารู้สึกดีใจอย่างมากที่สามารถทำได้ดีกว่าระดับที่ตั้งไว้ ไปพร้อมๆกับการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น และเรารู้สึกภูมิใจในเหล่าสถาปนิกและนักออกแบบที่เข้ามาช่วยสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับสถาปัตยกรรมของอินเทล”</p>
<h3>การวางจำหน่าย</h3>
<p>อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ซีรีส์ พร้อมทั้งอินเทล แพลตฟอร์ม คอนโทรลเลอร์ฮับ เอ็มพี 20 และ มิกซ์ ซิกแนล ไอซี เริ่มออกวางจำหน่ายแล้ว</p>
<p>แพลตฟอร์มใหม่นี้มีความเร็วหลายระดับตั้งแต่ 1.5 GHz สำหรับสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ ไปจนถึง 1.9 GHz สำหรับแทบเบล็ตและอุปกรณ์มือถือชนิดอื่นๆ ชิปรุ่นนี้ยังสามารถรองรับการทำงานของระบบสื่อสาร Wi-Fi, 3G/HSPA และ WiMAX รวมทั้งรองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการหลากชนิด อาทิแอนดรอยด์ (Android) มีโก (Meego) และโมบลิน (Moblin) อีกด้วย แถมอินเทลยังได้เตรียมการรวมเอาแอพพลิเคชั่นและระบบต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน ซอฟต์แวร์และการท่องอินเทอร์เน็ตที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้บริโภค ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าไปดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/atom/z6xx/index.htm</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6525&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microsoft Office 2010 และ SharePoint 2010 พัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกเวอร์ชั่น RTM แล้ว</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 03:12:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[MS-Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[rtm]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6521</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
จากผลตอบรับที่ดียิ่งต่อ Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้า และเสียงสะท้อนจากผู้ทดลองใช้งานทั่วโลก ไมโครซอฟท์พร้อมแล้วที่จะประกาศถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนา Microsoft Office 2010 เตรียมส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตและออกเวอร์ชั่น RTM (released to manufacturing) ก่อนการเปิดตัวกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ Office 2010 แล้ว ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ทั้ง SharePoint 2010, Visio 2010 และ Project 2010 ก็ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะออกเวอร์ชั่น RTM เช่นเดียวกัน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตภายในเดือนเมษายน
“RTM นับเป็นหลักไมล์ทางการผลิตขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาด และถือว่าเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับทีมงานไมโครซอฟท์ที่ได้ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชุดผลิตภัณฑ์ของ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-office-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>จากผลตอบรับที่ดียิ่งต่อ Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้า และเสียงสะท้อนจากผู้ทดลองใช้งานทั่วโลก ไมโครซอฟท์พร้อมแล้วที่จะประกาศถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนา Microsoft Office 2010 เตรียมส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตและออกเวอร์ชั่น RTM (released to manufacturing) ก่อนการเปิดตัวกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้<span id="more-6521"></span> นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ Office 2010 แล้ว ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ทั้ง SharePoint 2010, Visio 2010 และ Project 2010 ก็ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะออกเวอร์ชั่น RTM เช่นเดียวกัน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตภายในเดือนเมษายน</p>
<p>“RTM นับเป็นหลักไมล์ทางการผลิตขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาด และถือว่าเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับทีมงานไมโครซอฟท์ที่ได้ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชุดผลิตภัณฑ์ของ Office 2010 ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก” นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “นับตั้งแต่การเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีผู้ดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วกว่า 7.5 ล้านคนทั่วโลก ร่วมทั้งยอดดาวน์โหลดในประเทศไทยกว่า 67,000 ครั้ง เสียงสะท้อนของพวกเขา รวมทั้งผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าของไมโครซอฟท์กว่า 5 พันองค์กรที่ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชุดผลิตภัณฑ์ 2010 มีความ  สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคยมีมา เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมทั้งกับเครื่องพีซี โทรศัพท์มือถือ และเว็บเบราเซอร์”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6522" title="office 2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/office-2010.jpg" alt="office 2010" width="219" height="48" /></p>
<p>ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2010 ชุดใหม่นี้ ไมโครซอฟท์พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ที่จะช่วยพลิกโฉมการทำงานร่วมกับเครื่องพีซี ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น  แต่ยังช่วยสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ Microsoft Office 2010 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน วงจรชีวิตของการพัฒนาระบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านี้ จึงมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือในการพัฒนาและเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน โดยรวมไปถึง Technology Adoption Program (TAP), Rapid Deployment Program (RDP) และ Technical Beta Program ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าของไมโครซอฟท์กว่า 5 พันองค์กร ทำงานร่วมกันเพื่อทดสอบและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ ยอดผู้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้ากว่า 7.5 ล้านคนทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยนับเป็นจำนวนที่มากกว่าการดาวน์โหลด Office 2007 เวอร์ชั่นเบต้าถึง 3 เท่า</p>
<p>สมาชิกของ Technet และ MSDN สามารถดาวน์โหลด Office 2010 RTM ที่มีให้เลือก 37 ภาษาทั้งในเวอร์ชั่น 32 บิท และ 64 บิทได้แล้วตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยผลิตภัณฑ์ชุด Office 2010 จะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายน และพร้อมจำหน่ายสำหรับกลุ่มธุรกิจในเดือนพฤษภาคมและสำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2553</p>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังมอบสิทธิ์พิเศษในโปรแกรม Microsoft Office 2010 Technical Guarantee  เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2007 ที่มาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และแบบกล่อง ที่มีการเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ระหว่างวันที่ 5 มีนาคมถึง 30 กันยายน 2553 สามารถอัพเกรดเป็น Microsoft Office 2010 ได้ฟรี โดยสามารถดาวน์โหลดซอฟแวร์ Microsoft Office 2010   ได้เมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกประมาณเดือนกรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2553  สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมทั้งในส่วนของระยะเวลาโปรแกรม และรายละเอียดอื่นๆ สามารถศึกษาได้ที่ http://www.microsoft.com/thailand/office/techguarantee ทั้งยังสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากคู่ค้าโออีเอ็มของไมโครซอฟท์ ผู้แทนจำหน่าย ที่เว็บไซต์ไมโครซอฟท์ http://www.microsoft.com/thailand/partnerfinder/license/  หรือ ไมโครซอฟท์ Call Center 02263 6888</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6521&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ระดับโลกด้วยการติดตั้งแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นครั้งแรก</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 07:37:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles computing]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[fujisu]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูจิตสึ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6506</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud) ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นกลยุทธ์ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในด้านบริการประมวลผลแบบคลาวด์ ไปจนถึงการทดสอบและขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ทั่วโลกกลยุทธ์ดังกล่าวมีรากฐานมาจากมุมมองของฟูจิตสึที่มีต่อการประมวลผลแบบคลาวด์ซึ่งจำแนกองค์ประกอบได้เป็น 4 ประเภทหลัก โดยลูกค้าจะได้รับการนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดทั้งในด้านโครงสร้างระบบ แอพพลิเคชัน กิจกรรมความเคลื่อนไหวของระบบและเนื้อหาในระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟูจิตสึ ได้นำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สำหรับบริการด้านโครงสร้างระบบในระดับภูมิภาคแล้ว และการเปิดตัวครั้งนี้ก็เป็นการเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานที่พร้อมให้บริการในระดับโลก ซึ่งบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้จะถูกเปิดให้ทดลองใช้บริการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 (และจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นไป) ในประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมัน
แพลตฟอร์มระดับโลกจะช่วยเสริมแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ในระดับท้องถิ่น ด้วยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างระบบไอซีทีที่ได้มาตรฐานระดับโลก และไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการจากแพลตฟอร์มระดับท้องถิ่นหรือระดับโลกก็ตาม ก็ยังคงได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องต้นทุนด้านไอซีทีที่ต่ำลง ในขณะที่ได้รับความยืดหยุ่นและการตอบสนองของระบบที่ดีกว่า โดยไม่กระทบต่อเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมในการให้บริการของระบบ ที่สำคัญยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายของฟูจิตสึด้วย
ฟูจิตสึมองบริการการประมวลผลแบบคลาวด์ในฐานะวิวัฒนาการใหม่ที่สำคัญ โดยบริการด้านโครงสร้างระบบและในส่วนของแอพพลิเคชันนั้น ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b6-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2598%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2584.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud) ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นกลยุทธ์ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในด้านบริการประมวลผลแบบคลาวด์ ไปจนถึงการทดสอบและขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ทั่วโลก<span id="more-6506"></span>กลยุทธ์ดังกล่าวมีรากฐานมาจากมุมมองของฟูจิตสึที่มีต่อการประมวลผลแบบคลาวด์ซึ่งจำแนกองค์ประกอบได้เป็น 4 ประเภทหลัก โดยลูกค้าจะได้รับการนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดทั้งในด้านโครงสร้างระบบ แอพพลิเคชัน กิจกรรมความเคลื่อนไหวของระบบและเนื้อหาในระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟูจิตสึ ได้นำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สำหรับบริการด้านโครงสร้างระบบในระดับภูมิภาคแล้ว และการเปิดตัวครั้งนี้ก็เป็นการเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานที่พร้อมให้บริการในระดับโลก ซึ่งบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้จะถูกเปิดให้ทดลองใช้บริการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 (และจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นไป) ในประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมัน</p>
<p>แพลตฟอร์มระดับโลกจะช่วยเสริมแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ในระดับท้องถิ่น ด้วยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างระบบไอซีทีที่ได้มาตรฐานระดับโลก และไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการจากแพลตฟอร์มระดับท้องถิ่นหรือระดับโลกก็ตาม ก็ยังคงได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องต้นทุนด้านไอซีทีที่ต่ำลง ในขณะที่ได้รับความยืดหยุ่นและการตอบสนองของระบบที่ดีกว่า โดยไม่กระทบต่อเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมในการให้บริการของระบบ ที่สำคัญยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายของฟูจิตสึด้วย</p>
<p>ฟูจิตสึมองบริการการประมวลผลแบบคลาวด์ในฐานะวิวัฒนาการใหม่ที่สำคัญ โดยบริการด้านโครงสร้างระบบและในส่วนของแอพพลิเคชันนั้น ถือเป็นส่วนเสริมต่อยอดของบริการเดิมที่นำเสนอโดยฟูจิตสึในด้านที่เกี่ยวกับกิจกรรมของระบบและเนื้อหาบนระบบนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมไอซีทีที่ช่วยสร้างคุณค่าผ่านโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่เพื่อนำไปสู่บริการใหม่สำหรับผู้ซื้อ</p>
<p>ด้วยประสบการณ์อันยาวนานด้านการให้บริการแก่ธุรกิจ ฟูจิตสึได้จัดเตรียมความช่วยเหลือให้แก่ลูกค้าองค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางในการปรับเปลี่ยนและโอนย้ายระบบไอซีทีเดิมที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมายังโมเดลแบบคลาวด์โดยมีผลกระทบข้างเคียงที่น้อยที่สุดและให้ความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้การจับมือร่วมกับผู้ค้ารายอื่นๆ ในด้านคลาวด์ ยังทำให้ลูกค้าของฟูจิตสึสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกผูกมัดด้วยระบบแบบปิดอีกต่อไป</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6508" title="Kajiyama" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Kajiyama1.jpg" alt="Kajiyama" width="240" height="360" /></p>
<p>“ฟูจิตสึได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลผลแบบคลาวด์มาอย่างต่อเนื่องด้วยการรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และมองหาแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นจุดยืนที่คำนึงถึงมนุษย์ผู้ใช้เป็นหลัก” มาซากิ คาจิยาม่า ประธานบริษัท, บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ในประเทศญี่ปุ่น ฟูจิตสึได้ประสบความสำเร็จในการทดสอบโครงสร้างระบบไอซีทีในด้านเกษตรกรรมและสาธารณสุข และมั่นใจว่าบริการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้เรากลายเป็นผู้นำด้านบริการในระดับโลกต่อไป”</p>
<p>“เราพร้อมนำเสนอบริการระบบคลาวด์แบบมาตรฐานผ่านการติดตั้งบนแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ระดับโลกของเรา” ริชาร์ด คริสโต รองประธานผู้บริหารอาวุโสขององค์กร กล่าว “สำหรับการนำเสนอโมเดลบริการในส่วนอื่นๆ เราจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ด้วย กล่าวได้ว่าในขณะนี้ ฟูจิตสึได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมร่วมทำงานกับลูกค้าเพื่อนำเสนอประโยชน์สูงสุดจากระบบคลาวด์ก็ว่าได้”</p>
<h3>เกี่ยวกับ ฟูจิตสึ</h3>
<p>ฟูจิตสึ ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันระบบไอทีเชิงธุรกิจ โดยมีพนักงานกว่า 175,000 คน ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในประเทศต่างๆ กว่า 70 ประเทศ ฟูจิตสึได้รวบรวมระบบและผู้เชี่ยวชาญด้านบริการต่างๆ ในระดับโลก เข้ากับระบบประมวลผลที่ไว้วางใจได้และผลิตภัณฑ์ด้านระบบสื่อสาร ไปจนถึงเทคโนโลยีชั้นสูงด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ธุรกิจของลูกค้า ปัจจุบัน ฟูจิตสึ ลิมิเต็ด (TSE:6702) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีรายได้รวมกว่า 4.6 ล้านล้านเยน (ประมาณ 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีงบประมาณที่ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเรียกดูได้จาก http://www.fujitsu.com</p>
<h3>เกี่ยวกับ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด</h3>
<p>บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2533 โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้แก่ คอมพิวเตอร์ สแกนเนอร์ ดอตเมตริกซ์พรินเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ทางด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับงานด้านการผลิต การศึกษา การค้าปลีก ธนาคารและธุรกิจส่วนอื่น นอกจากนั้น เรายังให้บริการให้คำปรึกษา ออกแบบพัฒนาระบบ ออกแบบเครือข่าย  Helpdesk ฝึกอบรม ติดตั้งระบบ และการบำรุงรักษา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://th.fujitsu.com</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6506&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“บอลติก” อะไรหว่า? Alone in the Baltic countries</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 09:06:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[The Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Cathedral Square]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[riga]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลบอลติก]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศแถบบอลติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรปตะวันออก]]></category>
		<category><![CDATA[ลัตเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[ลิทัวเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโตรเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6478</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ก่อนจะใช้ขาคู่นี้เดินทางอีกครั้ง บาสก็ถูกฝูงเพื่อนถามว่า “มันอยู่ส่วนไหนของโลกเหรอ?” อย่าว่าแต่เพื่อนๆไม่รู้เลย ตอนแรกบาสก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ด้วยว่าจำเป็นต้องไปแบบโดดเดี่ยว ก็เลยต้องรื้อข้อมูลหน่อย “ทำไมคราวนี้ไปประเทศแปลกๆวะ?” &#8230; แปลกที่ไหน (วะ)&#8230; คนเรามักจะคิดว่าประเทศที่เราไม่คุ้นหู คือ

ประเทศแปลกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรเที่ยว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเลย จะว่าไปประเทศในแถบทะเลบอลติกนี้ไม่ใช่ประเทศแปลกๆ เพราะบริษัททัวร์ในเมืองไทยหลายๆ ที่ก็เริ่มจะบุกการท่องเที่ยวแถบนี้แล้ว ถ้ากางแผนที่ดู
ก็จะเห็น 3 ประเทศเล็กๆกระจุกตัวอยู่ทางซ้ายของประเทศรัสเซีย ซึ่งถ้าพูดว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียเก่าน่าจะได้ แต่บาสไม่คิดว่าคนแถบนี้จะชอบให้อ้างถึงประเทศตัวเองแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะทั้งลัตเวีย เอสโทเนีย และลิทัวเนีย ล้วนแต่ต่อสู้ยาวนานเพื่อเรียกร้องเอกราชจากสหภาพโซเวียตจนประสบความสำเร็จในที่สุด

หลังจากเริ่มหาข้อมูลบาสก็พบว่า เป็น 3 ประเทศที่ &#8230;อะไรวะเนี่ย?!?&#8230; ใช้เงินคนละสกุล ใช้ภาษาคนละภาษาและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (นี่มันประเทศเล็กๆที่กอดกันเหนียวแน่นและอยู่ติดกันจิงมั๊ยเนี่ย..) การเดินทางระหว่างกันสะดวกที่สุดคือทางรถบัสเท่านั้น ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ftravel-guide-travel-tips%2Falone-in-the-baltic-countries.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ก่อนจะใช้ขาคู่นี้เดินทางอีกครั้ง บาสก็ถูกฝูงเพื่อนถามว่า “มันอยู่ส่วนไหนของโลกเหรอ?” อย่าว่าแต่เพื่อนๆไม่รู้เลย ตอนแรกบาสก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ด้วยว่าจำเป็นต้องไปแบบโดดเดี่ยว ก็เลยต้องรื้อข้อมูลหน่อย “ทำไมคราวนี้ไปประเทศแปลกๆวะ?” &#8230; แปลกที่ไหน (วะ)&#8230; คนเรามักจะคิดว่าประเทศที่เราไม่คุ้นหู คือ<br />
<span id="more-6478"></span><br />
ประเทศแปลกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรเที่ยว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเลย จะว่าไปประเทศในแถบทะเลบอลติกนี้ไม่ใช่ประเทศแปลกๆ เพราะบริษัททัวร์ในเมืองไทยหลายๆ ที่ก็เริ่มจะบุกการท่องเที่ยวแถบนี้แล้ว ถ้ากางแผนที่ดู<br />
ก็จะเห็น 3 ประเทศเล็กๆกระจุกตัวอยู่ทางซ้ายของประเทศรัสเซีย ซึ่งถ้าพูดว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียเก่าน่าจะได้ แต่บาสไม่คิดว่าคนแถบนี้จะชอบให้อ้างถึงประเทศตัวเองแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะทั้งลัตเวีย เอสโทเนีย และลิทัวเนีย ล้วนแต่ต่อสู้ยาวนานเพื่อเรียกร้องเอกราชจากสหภาพโซเวียตจนประสบความสำเร็จในที่สุด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6482" title="Latvia-Country" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-Country.jpg" alt="Latvia-Country" width="450" height="299" /></p>
<p>หลังจากเริ่มหาข้อมูลบาสก็พบว่า เป็น 3 ประเทศที่ &#8230;อะไรวะเนี่ย?!?&#8230; ใช้เงินคนละสกุล ใช้ภาษาคนละภาษาและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (นี่มันประเทศเล็กๆที่กอดกันเหนียวแน่นและอยู่ติดกันจิงมั๊ยเนี่ย..) การเดินทางระหว่างกันสะดวกที่สุดคือทางรถบัสเท่านั้น (รถไฟอย่าไปหวังพึ่ง) แต่ก็ยังดีที่ยังมีตารางเวลารถบัสระหว่างเมืองใหญ่ๆออนไลน์อยู่บนอินเตอร์เน็ต ทำให้วางแผนล่วงหน้าได้บ้าง</p>
<p>เอาล่ะค่ะ บ่นอะไรมาซะยืดยาว เรามาเริ่มต้นเดินทางจากประเทศบนสุดก่อน นั่นก็คือ เอสโทเนีย ประเทศที่ใช้ภาษาเอสโทเนียนและสกุลเงิน Kroon (EEK) เมืองหลวงของเอสโทเนียก็คือ Tallinn (ทาลลินน์) ซึ่งอยู่เหนือสุดของประเทศหรือจะเรียกว่าเหนือสุดของพื้นที่ในคาบสมุทรบอลติกนี้ก็ได้ มีอ่าวเล็กๆกั้นระหว่างเฮลซิงกิของฟินแลนด์ ทาลลินน์ก็เลยถือว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้วย ก่อนมาถึงทาลลินน์ บาสคาดการอากาศผิดไปหน่อย ช่วงที่ไป คือ ฤดูร้อนของที่นั่น ถึงแม้ว่าจะรู้ว่ามันคงหนาวกว่าบ้านเรา แต่คิดว่าอยู่ติดทะเลอากาศคงกลางๆ ที่ไหนได้ ลมทะเลแรงๆตลอดทั้งวันนี่เอง ทำให้เมืองนี้หนาวที่สุดในทริปนี้เลย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6483" title="Estonia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Estonia.jpg" alt="Estonia" width="450" height="299" /></p>
<p>บาสเลือกหาที่พักถูกแสนถูกในโซนเมืองเก่า (Old town) ซึ่งถือว่าเป็น City Center ของทาลลินน์ โฮสเทลเล็กๆกับห้องใต้หลังคาที่ต้องปีนบันไดขึ้นไป แต่ซุกหัวนอนสบายบรื๋อ (ได้อารมณ์แฮรี่พอตเตอร์ตอนอยู่บ้านคุณป้า ฮ่าๆ) จะว่าไปโฮสเทลแห่งนี้แทบจะแทรกตัวอยู่ในกำแพงเมืองเก่าเลยทีเดียว ในโซนเมืองเก่าประกอบด้วยกำแพงเมืองเก่าซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นส่วนๆ บางส่วนสามารถขึ้นไปได้ มีจุดชมวิวสำหรับถ่ายรูปเมืองเก่าทั้งเมือง การท่องเที่ยวในโซนเมืองเก่านี้มีวิธีเดียวคือ การเดิน เพราะสถานที่ต่างๆอยู่ใกล้ๆกัน บาสใช้เวลาประมาณวันครึ่ง เดินไปถ่ายรูปไปจนรอบเมืองเก่า<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6486" title="ชุดประจำชาติลิทัวเนีย" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/ชุดประจำชาติลิทัวเนีย.jpg" alt="ชุดประจำชาติลิทัวเนีย" width="250" height="567" /></p>
<p>การเดินทางทุกครั้งสำหรับบาสมันคือกำไร และการมาทาลลินน์ครั้งนี้ถือว่าเป็นกำไรก้อนใหญ่จากความโชคดีที่มาเจองานยิ่งใหญ่ระดับชาติแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว นั่นคืองาน Estonia Song Festival ซึ่งจัดขึ้น 5 ปีต่อครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม บาสเดินตามคนที่ใส่ชุดประจำชาติเอสโทเนียไปเรื่อยๆจนถึงป้ายรถเมล์ที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ว่าสามารถขึ้นรถไปงานได้ ที่นั่นบาสยืนมองชุดประจำชาติน่ารักๆของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนข้างๆ เธอพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ก็ยินดีที่จะนำเราไปยังงานนี้ด้วยกัน (นี่ล่ะค่ะ มิตรภาพต่างแดน) เธอบอกด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่แข็งแรงแต่พอแปลได้ว่า คนที่จะร่วมร้องเพลงในงานนี้จะต้องแต่งชุดประจำชาติ และนี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา คนทั้งเมืองจะไปรวมตัวที่งาน</p>
<p><img class="alignnone  size-full wp-image-6485" title="Estonia-Country" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Estonia-Country.jpg" alt="Estonia-Country" width="450" height="299" /></p>
<p>ตอนนั้นบาสยังนึกภาพไม่ออกเลยว่างานนี้จะยิ่งใหญ่อลังการสักแค่ไหน จนเมื่อไปถึง สิ่งที่ได้เห็นคือคนเป็นแสนๆกำลังชมการขับร้องประสานเสียงของคนเป็นหมื่นๆคนบนอัฒจรรย์ใหญ่ยักษ์ด้วยการควบคุมของ conductor เพียงคนเดียว เสียงกระหึ่ม กังวาล และทรงพลังที่ถูกผสานจากผู้ขับร้องทุกคนทำให้บาสน้ำตาคลอ และพึมพำกับตัวเองตลอดเวลาว่า ขอบคุณมากๆๆที่ให้บาสได้เห็นอะไรแบบนี้ การร้องประสานเสียงของคนนับหมื่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เทศกาลนี้กำลังทำให้ชาวเอสโทเนียรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันยืนอยู่บนจุดเดียวกัน เหมือนกับที่พวกเขารวมพลังกันฝ่าฟันภาวะสงครามและการเรียกร้องอิสรภาพมาได้</p>
<h3>น่าประทับใจที่สุด</h3>
<p>บาสเดินทางออกจากทาลลินน์แบบอิ่มใจ ที่หมายถัดไปคือเมือง Parnu เมืองทางตะวันตกติดทะเลซึ่งเป็นที่ตากอากาศยอดนิยมของเอสโทเนีย ใช้เวลาจากทาลลินน์ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง แต่สภาพอากาศไม่เป็นใจนัก เนื่องจากฟ้าครึ้มมีฝนปรอยๆตลอดเวลา ขัดกับสภาพเมืองตากอากาศเสียนี่กะไร แต่ในเมื่อเรามาแล้วก็ต้องเดินไปดูชายหาดสำหรับตากอากาศกันหน่อย (ลืมบอกไปว่าทาลลินน์นั้นถึงแม้จะติดทะเลก็จริง แต่ไม่มีชายหาดดีๆให้วิ่งเล่นหรอกนะ) และ ณ ชายหาด Parnu นี่เอง ทำให้บาสรู้จักกับชายหาดที่หนาวที่สุดเท่าที่เคยเจอ ลมก็แรงซะจนต้องเก็บกล้องเข้ากระเป๋า ยืนอยู่แป๊บเดียวทรายปลิวมาเกาะเต็มขากางเกงเลย และที่ทำให้บาสตาโตคือ ขนาดอากาศทรมานกระดูกอย่างนี้ ยังมีคนลงไปเล่นกีฬาทางน้ำกันเต็มไปหมด ข้าน้อยขอคาราวะ&#8230;</p>
<p>ดูๆไปแล้ว Parnu เป็นเมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการตากอากาศจริงๆ นอกจากชายหาด (ที่หนาวที่สุดในโลก) แล้ว ทั้งเมืองยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีจริงๆ หลังจากที่สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่ 1 คืนแล้ว บาสก็ออกเดินทางยาวๆไปยังประเทศถัดไปนั่นคือ ลิทัวเนีย ซึ่งอยู่ใต้สุดในบรรดา 3 ประเทศ (ถามว่าทำไมไม่ไปลัตเวีย ก่อน เพราะว่าต้องขึ้นเครื่องกลับที่ลัตเวียค่ะ) ใช้เวลานั่งรถ+ต่อรถจาก Parnu (เอสโทเนีย) ถึง Vilnius (ลิทัวเนีย) ประมาณ 8 ชั่วโมง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6488" title="Lithunia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Lithunia.jpg" alt="Lithunia" width="250" height="376" /></p>
<p>ลิทัวเนีย ใช้ภาษาลิทัวเนียและเงินสกุลลิตัส (Lt) พอพูดถึงสกุลเงินก็งานเข้า เพราะต้องเปลี่ยนอัตราการคำนวณราคาต่างๆในสมองใหม่ (มีตัวคูณอัตราแลกเปลี่ยนใหม่) เราสามารถนำเงินสกุล kroon ของเอสโทเนียมาแลกได้ แต่เท่าที่เคยคำนวณไว้ บาสเสียส่วนต่างของการแลกเงินไปๆมาๆนี่หลายตังค์อยู่นะคะ (ถ้ามาจากเมืองไทย ให้แลกเงินยูโรหรือดอลลาร์มาก่อนค่ะ เพราะเมืองไทยไม่มีสกุลเงิน 3 ประเทศนี้) ที่สำคัญคือ ทั้ง 3 ประเทศนี้จะไม่อนุโลมให้ใช้เงินสกุลอื่นเลยค่ะ<br />
Vilnius เป็นเมืองหลวงของลิทัวเนีย และที่นี่ก็มีโซนเมืองเก่า (เดี๋ยวลัตเวียก็มีค่ะ สรุปว่ามีทุกประเทศ)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6489" title="Lithunia-landscape" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Lithunia-landscape.jpg" alt="Lithunia-landscape" width="520" height="231" /></p>
<p>บาสก็หาที่พักในโซนเมืองเก่าเช่นเคย เป็นโฮสเทลเล็กๆ แออัดหน่อยๆ เพราะห้องหนึ่งอยู่กัน 7 คน แต่อบอุ่นเพราะคนเยอะนี่แหละค่ะ โฮสเทลประเทศแถบนี้จะไม่แยกชายหญิงนะคะ แต่ที่สัมผัสมาก็ไม่มีอันตรายอะไร แถมยังได้เพื่อนทั่วโลกไว้คุยแก้เหงา หรือบางทียังชวนเรา dance ท่า Nobody (wonder girl) กลางห้องซะงั้น ใครยังไม่เคยสัมผัสบรรยากาศแนวนี้ ลองบ้างก็ไม่เลวนะคะ สำหรับสถาปัตยกรรมต่างๆใน Vilnius ก็มีลักษณะคล้ายๆ กับที่ทาลลินน์ แต่บาสให้คะแนนที่นี่มากกว่าที่ทาลลินน์หน่อยนึง</p>
<p>จุดสำคัญจะอยู่ที่บริเวณ Cathedral Square และ Bell Tower ถ้าเป็นช่วงเทศกาลก็มักจะใช้บริเวณนี้จัดกิจกรรมต่างๆ บาสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินถ่ายรูปตามที่ต่างๆในเขตเมืองเก่า แล้วพอเมื่อยเต็มที่<br />
ก็นั่งพักอยู่ไม่ไกลจาก Cathedral Square นัก เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า วันนี้มีคู่แต่งงานหลายคู่จัง บางคู่ก็เดินอยู่แถวๆวิหาร บางคู่ก็กำลังนั่งรถแห่ไปรอบเมืองสนุกสนานเฮฮา อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงดนตรีพื้นเมืองที่ดูครื้นเครงดังแว่วมาจนบาสต้องเดินไปดู จึงได้เห็นงานแต่งงานน่ารักๆงานหนึ่ง บาสไม่ทราบว่าเป็นประเพณีของคนที่นี่หรือเปล่า ภาพที่ได้เห็นคือ ทั้งเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ญาติๆ เพื่อนๆ กำลังจับคู่เต้นรำกันอย่างสนุกสนานอยู่ตรงลานกลางแจ้งหน้าร้านอาหาร (เต้นท่าเดียวกันด้วย เหมือนจะเป็นท่าเต้นพื้นฐานของเพลงนั้นๆ คงคล้ายๆกับการรำบ้านเรามั้งคะ) ไม่มีเครื่องเสียงอะไรใหญ่โต เครื่องดนตรีแค่ 3 ชิ้นแบบพื้นเมืองแถบนั้น ไม่มีโต๊ะจีน ไม่มีเวที ที่สำคัญใครจะมายืนดูก็ได้ค่ะ หรือจะเข้าไปเต้นด้วย เขาก็คงไม่ว่าอะไร บาสคิดว่านี่คือการแจกจ่ายความสุขอย่างหนึ่ง วันที่มีความสุขของคนสองคน</p>
<p>แต่สามารถแจกจ่ายความสุขไปถึงญาติๆ เพื่อนๆ หรือแม้แต่ใครก็ไม่รู้ข้างถนน มันน่าจะทำให้สุขยิ่งขึ้นนะคะ มันเป็นกิจกรรมที่ทำให้บาสยืนดูอยู่ได้นานจริงๆค่ะ (จริงๆอยากขอเข้าไปเต้นด้วย แต่สัมภารก(ระ) เยอะเหลือเกิน) ปิดท้ายวันนี้ด้วยการหาซื้อของกินตาม food shop เป็นแหล่งอาหารที่ประหยัดเงินในกระเป๋ามากที่สุด ที่หน้าร้านขายของ</p>
<p>ในประเทศแถบนี้มักจะเขียนแปะหน้าร้านตัวใหญ่ๆว่า 7-22 ตอนแรกคิดว่าเหมือน 7-11 (เซเว่น อีเลเว่น) แต่ก็งงๆว่า ทำไมร้าน 7-22 (เซเว่น ทเวนตี้ทู) มันเยอะจัง แล้วก็ถึงบางอ้อว่า มันคือเวลาเปิด-ปิดร้านนั่นเองจ้า<br />
ถ้าใครมีเวลาเหลือจากการเที่ยวในเขตเมืองเก่า ขอแนะนำให้นั่งรถบัสไปเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจาก Vilnius แค่ 28 กิโลเมตร นั่นคือเมือง Trakai เดินทางสะดวกมากค่ะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่<br />
น่าสนใจทีเดียว มีทั้งประสาทบนเกาะกลางน้ำ พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ต่างๆ เส้นทางสำหรับขี่จักรยานเที่ยว หรือจะพายเรือเล่นก็ได้</p>
<p><a href="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-6493" title="Latvia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia.jpg" alt="Latvia" width="250" height="376" /></a></p>
<p>แล้วก็ได้เวลาทำลายเหรียญลิตัส และแลกเงินอีกครั้ง บาสใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง เดินทางจาก Vilnius สู่ริกา (Riga) เมืองหลวงของประเทศสุดท้ายในทริปนี้ นั่นคือ ลัตเวีย ซึ่งใช้เงินสกุลลัต (LVL) และภาษาลัตเวีย<br />
ริกาเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆของประเทศในแถบบอลติก เคยได้ยินผ่านหูมาว่า ริกาคือกรุงเทพแห่งทะเลบอลติก บาสคิดว่าเกือบๆใช่เลยล่ะ ถ้าเปรียบเทียบเมืองหลวงของทั้ง 3 ประเทศ บาสว่าริกาเป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุด อาจเพราะความเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทำให้ที่นี่ดูวุ่นวายและอันตรายมากกว่าที่อื่น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6490" title="Latvia-Riga" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-Riga.jpg" alt="Latvia-Riga" width="450" height="299" /></p>
<p>มีคนจรจัดและขอทานอยู่ทั่วไป แถมคนก็ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก (โดยเฉพาะในตลาด ถ่ายผลไม้ยังโดนไล่เลย) บาสจึงชื่นชมริกาที่ความสวยงามของเมืองเสียมากกว่า โดยเฉพาะโซนเมืองเก่า ริกาเป็นเมืองที่มีแม่น้ำผ่ากลาง (เหมือนกรุงเทพเลย) สามารถล่องเรือชมทัศนียภาพได้ หรือถ้าอยากได้ภาพเมืองมุมสูงแบบ 360 องศา ก็ให้ขึ้นไปชมวิวที่โบสถ์ Sv.Petera luteranu baznica ค่าขึ้น 3 LVL ถ้ามองอีกด้านหนึ่งนั้น ความเจริญก็ถูกแทรกอยู่ในทุกๆมุมของเมืองเก่าเช่นกัน ทุกๆซอกซอยในเขตนี้มี</p>
<p>ร้านรวงเปิดกันให้พรึ่บ ตั้งแต่ร้านอาหาร เสื้อผ้า ดอกไม้ อัญมณี โดยเฉพาะที่ขายกันเยอะมากๆ (ย้ำ มากๆ) ในประเทศแถบนี้ก็คือ อำพัน (Amber) เขาว่ากันว่า อำพันจากทะเลบอลติก คืออำพันที่ดีที่สุดในโลก และยังมีความเชื่อโบราณมากมายเกี่ยวกับอำพันที่ทำให้สินค้าชนิดนี้ขายดิบขายดีโดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวล่ะค่ะ (บาสยังซื้อมาหลายชิ้นเลย)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6491" title="amber" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/amber.jpg" alt="amber" width="300" height="263" /></p>
<p>มีอีกที่หนึ่งของลัตเวียที่น่าสนใจ นั่นคือ Latvian Ethnographic Open-Air Museum บาสไม่เคยเจอพิพิธภัณฑ์ที่กว้างขนาดนี้มาก่อน เรียกว่าครอบคลุมพื้นที่หลายแสนตารางเมตร ที่นี่จะจัดแสดงบ้านแบบดั้งเดิมของชาวลัตเวีย เรียกว่าเป็นหมู่บ้านเลยดีกว่า เราจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ ลักษณะบ้านและสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากๆ สามารถขึ้น shutter bus เพื่อมาที่นี่ได้จากโซนเมืองเก่า ใช้เวลา 30 นาที ขอแนะนำให้มารถเที่ยวแรกและกลับไปรถเที่ยวสุดท้ายค่ะ เพราะขนาดบาสทำแบบนั้น ยังเดินไม่รอบเลย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6492" title="Latvia-room" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-room.jpg" alt="Latvia-room" width="450" height="299" /></p>
<p>การเดินทางในครั้งนี้สิ้นสุดลงที่ริกา บาสมองอำพันที่ถืออยู่ในมือแล้วถามตัวเองว่า ทำไมมันถึงดีที่สุดในโลก ถ้าอำพันก้อนนี้ไปตกอยู่ข้างถนน คนอาจจะเหยียบเพราะคิดว่าเป็นแค่พลาสติกก็ได้ คำตอบคือ เราเป็นคนให้คุณค่ากับสิ่งของสิ่งนั้นต่างหาก เหมือนกับถ้าเราไม่เคยรู้จักประเทศในแถบนี้ เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่มีคุณค่าพอให้สนใจ แต่ไม่ว่าเราสัมผัสแล้วมันจะน่าสนใจจริงหรือไม่ก็ตาม ถ้าเราให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่ได้จากมัน มันก็จะมีค่าสำหรับเราค่ะ</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6478&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ ส่งตรงเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์และบลูแทร็คในผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุด</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 03:07:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Comfort Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[LifeCam HD-5000]]></category>
		<category><![CDATA[LifeCam HD-6000]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[video call]]></category>
		<category><![CDATA[Wireless Mobile Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บแคม]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6469</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
เปิดตัวไลฟ์แคม 2 รุ่น ที่มีความละเอียดถึง 720 พิกเซล พร้อมด้วยเมาส์ราคาย่อมเยาที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพทรงพลังของเทคโนโลยีบลูแทร็ค
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งตรงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปในราคาเหมาะสม พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่งที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกๆที่
เผยสีสันสดใสผ่านวีดีโอคอลล์ (Video calls)
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งานจะสนุกสนานยิ่งขึ้นกับภาพวีดีโอสีสันสดใสจากเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ (TrueColor) เทคโนโลยีล้ำสมัยในการประมวลผลภาพ ซึ่งจะให้ภาพที่มีสีสันคมชัดและสว่างแม้ในที่มืด เทคโนโลยีดังกล่าวพร้อมสู่มือผู้ใช้งานแล้ววันนี้กับเว็บแคมสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่น LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-6000 เว็บแคมทั้ง 2 รุ่น ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมเทคโนโลยีออโต้โฟกัส ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี TrueColor ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-launches-new-lifecam-and-mous.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>เปิดตัวไลฟ์แคม 2 รุ่น ที่มีความละเอียดถึง 720 พิกเซล พร้อมด้วยเมาส์ราคาย่อมเยาที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพทรงพลังของเทคโนโลยีบลูแทร็ค<br />
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งตรงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปในราคาเหมาะสม พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่งที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกๆที่<span id="more-6469"></span></p>
<h3>เผยสีสันสดใสผ่านวีดีโอคอลล์ (Video calls)</h3>
<p>นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งานจะสนุกสนานยิ่งขึ้นกับภาพวีดีโอสีสันสดใสจากเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ (TrueColor) เทคโนโลยีล้ำสมัยในการประมวลผลภาพ ซึ่งจะให้ภาพที่มีสีสันคมชัดและสว่างแม้ในที่มืด เทคโนโลยีดังกล่าวพร้อมสู่มือผู้ใช้งานแล้ววันนี้กับเว็บแคมสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่น LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-6000 เว็บแคมทั้ง 2 รุ่น ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมเทคโนโลยีออโต้โฟกัส ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี TrueColor ยังสามารถใช้งานได้กับเว็บแคมรุ่นที่ผ่านมาด้วยการอัพเดทซอฟต์แวร์<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6471" title="cid_image009" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image009.jpg" alt="cid_image009" width="274" height="329" /></p>
<p>นายชัชวาล จิตติกุลดิลก ผู้จัดการฝ่ายขาย กลุ่มอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพของสีและความสว่างของภาพนับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับวีดีโอคอลล์ จากการศึกษาของเราพบว่า การใช้งานวีดีโอคอลล์ส่วนใหญ่มักจะใช้งานในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อย หรือ บริเวณที่มีแสงไม่สม่ำเสมอ ภายใต้สภาพดังกล่าว ผู้ใช้งานเว็บแคมมักจะต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้งานมาโดยตลอด วิศวกรของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ จึงได้ สร้างสรรค์เทคโนโลยี ทรูคัลเลอร์ (TrueColor) ในการเสริมสร้างประสบการณการใช้งานวีดีโอคอลล์ ด้วยการผสมผสานซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ภาพมีความสว่างและดูเป็นธรรมชาติในทุกๆสถานการณ์”</p>
<p>เทคโนโลยีการประมวลผลภาพของไมโครซอฟท์ จะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของผู้ใช้งานและจะปรับการ    ตั้งค่าเว็บแคมให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพที่สว่างและมีสีสันคมชัดยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์เพื่อภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น และเพื่อให้ได้ผลดังกล่าว เทคโนโลยี TrueColor ยังมีฟีเจอร์การจับภาพใบหน้า ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์ โดยจะสามารถจับภาพใบหน้าโดยที่มั่นใจได้ว่าภาพจะไม่มืด หรือ สว่างจนเกินไป ดังนั้น ภาพจากการใช้งานวีดีโอคอลล์จะมีความคมชัด แม้ในสถานการณ์ที่แสงสว่างไม่สามารถควบคุมได้</p>
<h3>LifeCam HD-5000</h3>
<p>LifeCam HD-5000 พร้อมด้วยเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ ให้คุณภาพของภาพที่ดีเยี่ยมในทุกๆ สถานการณ์ และนับเป็นเว็บแคมของไมโครซอฟท์อีกหนึ่งรุ่นที่ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมด้วยระบบออโต้โฟกัส ในราคาไม่ถึง 2,000 บาท LifeCam HD-5000 ยังมีรูปแบบการติดตั้งที่ยืดหยุ่น และสามารถปรับโค้งเพื่อให้เหมาะสมกับการติดตั้งได้ในทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นบนขอบจอมอนิเตอร์ จอโน้ตบุ๊ค หรือ การตั้งบนโต๊ะโดยตรง<br />
LifeCam HD-6000 สำหรับโน้ตบุ๊ค<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6472" title="cid_image010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image010.jpg" alt="cid_image010" width="294" height="394" /><br />
ไมโครซอฟท์ ยังเปิดตัว LifeCam HD-6000 สำหรับโน้ตบุ๊ค ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ ภาพความละเอียด 720 พิกเซล ระบบออโต้โฟกัส และดีไซน์พิเศษสำหรับการใช้งานร่วมกับโน้ตบุ๊ค LifeCam HD-6000 สามารถปรับเปลี่ยนมุมได้ 360 องศา ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงสามารถปรับเว็บแคมไปในทิศทางที่ต้องการ เพื่อแชร์ภาพกับเพื่อนและครอบครัวได้อย่างจุใจยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ขนาดกะทัดรัด สายพ่วง 3 สาย และกระเป๋าสำหรับพกพา LifeCam HD-6000 นับเป็นเพื่อนที่รู้ใจสำหรับการใช้งานนอกสถานที่</p>
<h3>เทคโนโลยีบลูแทร็คในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้</h3>
<p>ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวเมาส์ที่ใช้เทคโนโลยีบลูแทร็ครุ่นใหม่ล่าสุดในราคาย่อมเยาที่สุดเพียงแค่ 1,090 บาท ผู้ใช้งานจะสามารถใช้งานเมาส์ได้บนพื้นผิวทุกประเภท (ยกเว้นกระจกและแก้วใส) ในราคาเหมาะสม โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ด้วยกัน คือ Wireless Mobile Mouse 3500, Wireless Mouse 2000 และ Comfort Mouse 4500<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6474" title="cid_image011" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image011.jpg" alt="cid_image011" width="283" height="228" /><br />
เทคโนโลยีบลูแทร็ค ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวยิ่งขึ้นของผู้บริโภคในปัจจุบัน บอกลาแผ่นรองเมาส์ และใช้เมาส์บลูแทร็คได้ในทุกๆที่ ตั้งแต่บนเคาน์เตอร์หินแกรนิตในห้องครัว โต๊ะไม้ในร้านกาแฟ ไปจนถึงพนักวางแขนในสนามบิน เทคโนโลยีบลูแทร็ค เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2551 และมีให้เลือกทั้งหมด 8 รุ่นด้วยกัน ผู้บริโภคจึงสามารถเลือกดีไซน์ สีสัน และ ราคาที่เหมาะกับความต้องการได้<br />
Wireless Mobile Mouse 3500 และ Wireless Mouse 2000<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6473" title="cid_image013" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image013.jpg" alt="cid_image013" width="349" height="247" /><br />
Wireless Mobile Mouse 3500 มีตัวรับสัญญาณนาโนทรานซีฟเวอร์ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อกับพอร์ตยูเอสบีแล้วจะมีส่วนยื่นออกจากโน้ตบุคน้อยกว่า 1 เซนติเมตร ผู้ใช้งานจึงสามารถเสียบตัวรับสัญญาณค้างไว้กับเครื่องได้ตลอดเวลา ส่วน Wireless Mouse 2000 จะมาพร้อมกับ ทรานซีฟเวอร์จิ๋วซึ่งสามารถสอดเก็บไว้ใต้เมาส์ได้ขณะพกพา เมาส์ทั้งสองรุ่นรองรับการทำงานทั้งมือซ้ายและขวา พร้อมเส้นยางด้านข้างเมาส์เพื่อการจับที่ถนัดมือยิ่งขึ้น Wireless Mouse 2000 จะมีขนาดขนาดใหญ่กว่า Wireless Mobile Mouse 3500 ผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัดของมือ</p>
<h3>Comfort Mouse 4500</h3>
<p>Comfort Mouse 4500 คือ เมาส์พร้อมสายรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีบลูแทร็ค เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการมีปัญหากังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบ็ตเตอรี่ให้กับเมาส์</p>
<h3>ราคาและการวางจำหน่าย</h3>
<p>LifeCam HD-5000 จะมีวางจำหน่ายในเดือนเมษายน ในราคาขายปลีกประมาณ 1,850 บาท ส่วน LifeCam HD-6000 จะมีวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ในราคาขายปลีกประมาณ 2,150 สำหรับผู้ใช้งาน LifeCam Cinema สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับติดตั้งเทคโนโลยี TrueColor ได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง http://www.microsoft.com/hardware/</p>
<p>สำหรับ Wireless Mouse 2000 และ Comfort Mouse 4500 มีราคา 1,090 บาท และ 890 บาท ตามลำดับ และจะออกวางจำหน่ายในเดือนเมษายน Wireless Mobile Mouse 3500 ราคา 1,090 จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายน</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ต่างๆของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ พร้อมรับประกัน 3 ปี ข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ สามารถศึกษาได้ที่ http://www.microsoft.com/hardware</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6469&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

