<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital, Lifestyle and more &#187; ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์</title>
	<atom:link href="http://www.dplusmag.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dplusmag.com</link>
	<description>Digital Lifestyle magazine</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Oct 2011 04:36:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>E-book จริงหรือที่ว่ามันคืออนาคตของการอ่าน</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/e-book-future-of-reading.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/e-book-future-of-reading.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Mar 2010 15:57:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Plus Tag]]></category>
		<category><![CDATA[Business model]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[e-book]]></category>
		<category><![CDATA[E-book reader]]></category>
		<category><![CDATA[existing player]]></category>
		<category><![CDATA[iBooks Store]]></category>
		<category><![CDATA[iPod Touch]]></category>
		<category><![CDATA[Tablet computer]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6143</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
เดี๋ยวนี้ ปีนี้ ใครๆก็พูดถึงแต่ E-book และ Tablet computer ไม่ว่าจะเป็นผู้อ่านผู้ใช้ทั่วไปที่ได้ยินได้ฟังโฆษณาหรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากค่ายต่างๆ เช่น Apple, Google, Amazon และอื่นๆ รวมไปถึงผู้คนที่อยู่ในวงการหนังสือ ซึ่งมีตั้งแต่เพิกเฉยหรือมองไม่เห็นความสำคัญ ไปจนถึงวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาและแนวทางการปรับตัวที่ต้องทำ ในฐานะคนที่อยู่ในวงการหนังสือมานาน ผมขอใช้โอกาสนี้รวบรวมข้อมูลและข้อสังเกตส่วนตัวเท่าที่พอจะนึกออกมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้

เพื่อความสะดวก ผมจะเล่าเป็นข้อๆ ว่ามีเรื่องอะไรที่คุณควรจะรู้บ้างเกี่ยวกับ E-book แต่ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่มีการคอนเฟิร์มหรือฟันธงแต่อย่างใดทั้งสิ้น ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณเอาเองว่าอะไรที่น่าจะตรงใจหรือเป็นไปได้ในความคิดของคุณ เริ่มกันเลยนะครับ
16 เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ E-book
1. E-book มีมานานแล้วบน PC/Mac แต่เพิ่งจะเริ่มได้รับความสนใจมากเมื่อเร็วๆนี้
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะแต่เดิม E-book เป็นแบบที่ต่างคนต่างทำ มีหลากรูปแบบ หลายมาตรฐาน บางรายทำแบบ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ftechnologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps%2Fe-book-future-of-reading.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>เดี๋ยวนี้ ปีนี้ ใครๆก็พูดถึงแต่ E-book และ Tablet computer ไม่ว่าจะเป็นผู้อ่านผู้ใช้ทั่วไปที่ได้ยินได้ฟังโฆษณาหรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากค่ายต่างๆ เช่น Apple, Google, Amazon และอื่นๆ รวมไปถึงผู้คนที่อยู่ในวงการหนังสือ ซึ่งมีตั้งแต่เพิกเฉยหรือมองไม่เห็นความสำคัญ ไปจนถึงวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะตามมาและแนวทางการปรับตัวที่ต้องทำ ในฐานะคนที่อยู่ในวงการหนังสือมานาน ผมขอใช้โอกาสนี้รวบรวมข้อมูลและข้อสังเกตส่วนตัวเท่าที่พอจะนึกออกมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้<br />
<span id="more-6143"></span><br />
เพื่อความสะดวก ผมจะเล่าเป็นข้อๆ ว่ามีเรื่องอะไรที่คุณควรจะรู้บ้างเกี่ยวกับ E-book แต่ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่มีการคอนเฟิร์มหรือฟันธงแต่อย่างใดทั้งสิ้น ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณเอาเองว่าอะไรที่น่าจะตรงใจหรือเป็นไปได้ในความคิดของคุณ เริ่มกันเลยนะครับ<br />
16 เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ E-book</p>
<h3>1. E-book มีมานานแล้วบน PC/Mac แต่เพิ่งจะเริ่มได้รับความสนใจมากเมื่อเร็วๆนี้</h3>
<p>ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะแต่เดิม E-book เป็นแบบที่ต่างคนต่างทำ มีหลากรูปแบบ หลายมาตรฐาน บางรายทำแบบ proprietary กันมานาน แต่ละคนมี tool ของตัวเอง บางคนก็ใช้ไฟล์แบบ PDF เพื่อให้เปิดได้ทุกที่ บางคนก็ทำโดยใช้โปรแกรมอย่าง Adobe Flash เพื่อเน้น effect ทางด้าน multimedia ผสมกับวิดีโอ แต่ที่เหมือนกันคือส่วนมากจะทำให้อ่านบนเครื่องคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ที่มือถือแบบ Smartphone ซึ่งมีจอขนาดใหญ่ได้รับความนิยมแพร่หลาย จึงมีคนทำทั้งโปรแกรมอ่านและตัวหนังสือ E-book เองให้อ่านได้บนมือถือเหล่านั้น ตัวอย่างเช่นเครื่องอ่าน E-book ของ Amazon ที่เรียกว่า Kindle มีโปรแกรมที่ทำให้อ่านไฟล์แบบเดียวกันได้บน Smartphone หลายๆ ค่าย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6150" title="hero-top-right" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/hero-top-right.jpg" alt="hero-top-right" width="450" height="475" /></p>
<h3>2. ในปีนี้ (2010) จะมีผู้ผลิตเครื่อง E-book reader ออกมามากมายในรูปแบบของ Tablet computer</h3>
<p>ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีต่างๆ เริ่มจะเข้าที่และดีพอที่จะทำเครื่องออกมา และแต่ละรายก็พยายามหาจุดขายที่เป็นได้มากกว่าเครื่องอ่าน E-book เฉยๆ กลายเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในรูปแบบใหม่ ที่ฮือฮาที่สุดก็คงไม่พ้น Apple ที่เปิดตัว iPad ก่อนใคร (อ่านเรื่อง “iPad: ฤาจะเป็นแพลทฟอร์มนี้ที่เปลี่ยนโลก” ได้ใน D+Plus ฉบับที่แล้ว หรือที่<a href="http:// www.vasinpermsup.com" target="_blank"> www.vasinpermsup.com</a>) และตามมาติดๆด้วย G-Tablet ของ Google ที่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android เหมือนในโทรศัพท์มือถือของกูเกิ้ล หรือไม่ก็อาจมีที่ใช้ระบบปฏิบัติการกึ่งบราวเซอร์อย่าง Chrome (ของกูเกิ้ลอีกเหมือนกัน) ออกมาด้วย ทั้งหมดนี้ทำเอาค่ายที่ขายหนังสือและ E-book reader เป็นหลักอย่าง Amazon ที่ขาย Kindle ต้องปรับตัวขนานใหญ่ หรือแม้แต่ Barnes and Noble เชนร้านหนังสือใหญ่ของอเมริกา ต้องเปิดตัวเครื่องอ่าน E-book ของตนในชื่อ Nook ออกมาสู้ ส่วนอีกทางหนึ่งบรรดาผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย เช่น Acer, HP, Dell ก็ต้องออก Tablet computer โดยใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ของไมโครซอฟท์มาเอี่ยวด้วย ทั้งหมดนี้มากพอจะทำให้ตลาดอุปกรณ์สายพันธ์ใหม่นี้เดือดได้ทีเดียว<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6151" title="nookmicro_valentines" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/nookmicro_valentines.jpg" alt="nookmicro_valentines" width="450" height="280" /></p>
<h3>3. ทำไม E-book reader ถึงแห่กันมาออกปีนี้ (1)? เพราะจอภาพเริ่มดีพอที่จะเทียบได้กับการอ่านบนกระดาษ + แสดงภาพสี เล่นวิดีโอ ฯลฯ</h3>
<p>สาเหตุหนึ่งก็เพราะ เทคโนโลยีของจอแสดงผลได้พัฒนามาถึงจุดที่สามารถจะทำอุปกรณ์ให้อ่านสบายตาพอที่จะแข่งกับการอ่านตัวอักษรที่พิมพ์ด้วยหมึกบนกระดาษอย่างที่ใช้กันอยู่เดิมได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดคมชัด ความนิ่งสนิทของภาพ สีสัน ทั้งหมดนี้อาจไม่ดีไปกว่า แต่ก็ไม่ด้อยกว่าการพิมพ์บนกระดาษแล้ว จะมีต่างกันก็แค่ว่ายังมีเทคโนโลยีหลายแบบให้เลือก บางแบบแสดงภาพนิ่งสนิทเหมือนหมึกพิมพ์ เช่น e-ink ที่ใช้ในเครื่อง Kindle ของ Amazon แต่ไม่สามารถแสดงภาพสี (มีแต่ขาวดำ) และไม่เก่งเรื่องแสดงภาพเคลื่อนไหวหรือวิดีโอ ในทางตรงกันข้าม จอภาพบางแบบก็เก่งเรื่องสี แต่พอเป็นภาพนิ่งแล้วไม่นิ่งเท่า e-ink เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องไม่กินไฟมากไป คือยังสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ที่พกพาหรือถือลอยๆ ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กได้นานนับสิบชั่วโมง</p>
<p>นอกจากเทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่แล้ว ยังมีจอภาพแบบใหม่อีกหลายอย่างอยู่ในคิวการพัฒนา รอที่จะออกมาแข่งกัน ไม่ว่าจะเป็นจอแบบ LED หรือ AMOLED ที่กินไฟน้อยกว่าที่ใช้กันอยู่ในมือถือรุ่นล่าสุด (มีบางแบบเริ่มใช้แล้วแต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก Smartphone ส่วนมากปัจจุบันยังเป็นจอแบบ LCD อยู่ ซึ่งกินไฟมากกว่า) หรือจอภาพแบบใหม่ที่ Amazon เพิ่งไปซื้อกิจการมา ที่แสดงภาพได้คมชัดพร้อมรองรับการสัมผัสได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าปกติมาก</p>
<h3>4. ทำไม E-book reader ถึงแห่กันมาออกปีนี้ (2)? เพราะ E-book reader ปัจจุบันเป็นอุปกรณ์สารพัดนึก</h3>
<p>ทั้งเครื่องอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เล่นเกม ฯลฯ<br />
ที่ว่าเป็นอุปกรณ์สารพัดนึก คือเป็นทั้งเครื่องอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดบรรจบของโทรศัพท์มือถือจอยักษ์กับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก และยังพ่วงเครื่องดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม (game console) เข้ามาอีก ทำให้เกิดตลาดอุปกรณ์สายพันธ์ใหม่ที่ทุกค่ายปล่อยวางไม่ได้ ยังไงก็ต้องมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาฟาดฟันกัน</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6155" title="dell-mini-5" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/dell-mini-51.jpg" alt="dell-mini-5" width="427" height="271" /></p>
<p>การแข่งขันใน segment นี้ของตลาดจะคล้ายๆ โทรศัพท์มือถือ คือแข่งกันในลักษณะของ platform หมายถึงฮาร์ดแวร์ + OS เข้าด้วยกันเป็นชุด ซึ่งก็ขึ้นกับว่าใครจะมีความพร้อมมากกว่ากัน บรรดาผู้เล่นในตลาดนี้ล่าสุดก็มี 3 กลุ่มคือ Apple (iPad ที่ใช้ iPhone OS), Google (G-Tablet ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android หรือ Chrome) และไมโครซอฟท์ ที่ใช้ Windows 7 (หรืออาจมีที่เอาระบบของมือถือตัวใหม่คือ Windows Phone 7 มาด้วย)</p>
<h3>5. ทำไม E-book reader ถึงแห่กันมาออกปีนี้ (3)? เพราะระบบ wireless เช่น 3G หรือแม้แต่ Edge เริ่มมีความเร็วและเสถียรภาพพอ</h3>
<p>ปัจจุบันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายเริ่มเข้าที่เข้าทางกว่าแต่ก่อนและเป็นมาตรฐานทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น GPRS หรือ Edge ที่มีความเร็วไม่สูงนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับโหลด E-book ที่เป็นข้อความหรือ text ล้วนๆ อย่างที่ใช้ในเครื่องอ่าน Kindle ของ Amazon แต่ถ้าจะโหลดสื่อที่มีรูปกราฟิกหรือมัลติมีเดียอย่างเช่นเสียงหรือวิดีโอก็ต้องรอ 3G หรือ 4G แต่ทั้งหมดนี้เริ่มหาได้ในประเทศต่างๆ หรือหาก 3G ยังไม่ครอบคลุม ก็ยังมีทางเลือกคือระบบเน็ตไร้สาย Wi-Fi ที่หาได้ในเมืองใหญ่ทั่วไปตามเขตชุมชน ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนตามบ้านในเขตที่ลากสาย ADSL ไปถึง</p>
<h3>6. E-book จะแพร่หลายเมื่อคนรุ่นใหม่คุ้นชินกับการอ่านจากหน้าจอเป็นหลัก และกระดาษเป็นรองมากขึ้น</h3>
<p>เรื่องนี้คงต้องใช้เวลา แต่เมื่อผู้อ่านพบว่าการอ่าน E-book เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น เท่ห์ สะดวก ก็จะเริ่มให้ความสนใจและรับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ อายุน้อย หรือแม้แต่คนรุ่นเก่ากว่าที่อ่านหนังสือบนกระดาษอยู่เดิม E-book ก็เป็นการเพิ่มทางเลือกในการอ่านให้หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าหนังสือบนกระดาษจะยังไม่น่าจะหมดไปง่ายๆ เพราะเป็นอะไรที่เชื่อถือได้ที่สุด ไม่ใช้พลังงานหรือเทคโนโลยีในการอ่าน จึงไม่มีข้อผิดพลาดในการทำงานที่จะทำให้เปิดแล้วอ่านไม่ได้ เช่น แบตเตอรีหมด เครื่องแฮงก์ แม้แต่ทำตกเก็บขึ้นมาก็ยังอ่านได้ ถึงแม้จะเยินไปบ้าง ในขณะที่เครื่องอ่าน E-book นั้นตกแล้วน่าจะพังเลย อย่างไรก็ตาม หนังสือที่เป็นกระดาษอาจจะมีปริมาณจะลดลงบ้าง ขึ้นกับชนิดของเนื้อหาและความสะดวกของผู้ใช้เป็นหลักว่านิยมอ่านจากไหนมากกว่ากัน เช่น อะไรที่ต้องอ่านกันอย่างเป็นจริงเป็นจังยาวๆ อาจจะอยู่บนกระดาษได้นานหน่อย แต่อะไรที่อ่านเป็นชิ้นย่อยๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร น่าจะกระทบหรือหายไปก่อน (ดูข้อถัดไป)</p>
<h3>7. ความจริงสื่อดิจิตอลที่เป็นข้อความ เช่นเว็บไซท์ มีผลกระทบกับวงการหนังสือมาก่อน E-book เสียอีก</h3>
<p>ข้อนี้ต้องยกตัวอย่าง หนังสือพิมพ์รายวัน หรือวารสาร IT ของต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ถูกแทนที่ด้วย E-book, E-newspaper หรือ E-magazine แต่ถูกแทนที่หรือแย่งตลาดด้วยเว็บไซต์มาตั้งแต่ตอนที่ E-book ยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายด้วยซ้ำไป เพราะในการอ่านสิ่งเหล่านี้ คนอ่านไม่ได้ต้องการอ่านทั้งฉบับ ทั้งเล่มพร้อมกัน แต่เป็นความสะดวกหรือคุ้มค่าของระบบการพิมพ์ที่นำมารวมไว้เป็นเล่มแล้วนำเสนอพร้อมกัน เช่น รวบรวมข้อมูลเป็นฉบับ แยกเป็นหนังสือพิมพ์กรอบเช้า กรอบบ่าย เท่านั้น ดังนั้นเมื่อมีสื่อชนิดใหม่คือเว็บไซต์ที่สามารถอัพเดทข้อมูลได้ตลอดเวลาเข้ามา ก็ทำให้คนอ่านเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่อ่านทั้งหมดในครั้งเดียว แต่อ่านทีละเล็กทีละน้อย เช่นเฉพาะข่าวที่ตนสนใจแทน ซึ่งจะมีผลกระทบถึงวิธีนำเสนอ content ในอนาคตเป็นอย่างมาก (มีรายงานวิจัยว่าคนอายุต่ำกว่า 35 ไม่ซื้อหรือถือหนังสือพิมพ์ไปอ่านอีกแล้ว แต่จะอ่านจากเน็ตเป็นหลัก พลอยทำให้คนอายุเกินก็ไม่กล้าถือไปด้วย กลัวคนรู้อายุจริง <img src='http://www.dplusmag.com/wp-includes/images/smilies/icon_wink.gif' alt=';-)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6153" title="Kindle-Video" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/Kindle-Video.jpg" alt="Kindle-Video" width="450" height="284" /></p>
<p>เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คนในวงการหนังสือมักไม่เห็นผลกระทบชัดเจน จนกว่ายอดขายหนังสือจะกระทบจังๆ หรือเริ่มลดลง เพราะตอนที่มันเริ่มมีผลแรกๆ นั้นอาจเห็นแค่อัตราการเติบโตที่ลดลง หรือแทนที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกลับโตแค่คงที่เท่าเดิม ทำให้ไม่รู้ตัวและไม่ได้เตรียมตัวรับผลกระทบล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจให้ดี</p>
<h3>8. คนทำหนังสือกลัว E-book จะทำให้หนังสือถูก copy ง่ายเหมือนเพลง MP3 – แต่ไม่ว่าจะกันยังไงก็ copy ได้อยู่ดี</h3>
<p>อันนี้ก็เป็นอีกปัญหาโลกแตกที่แก้ไม่ได้ อาการเดียวกับค่ายเพลงกลัว MP3, ค่ายหนังกลัว MP4 นั่นเอง ซึ่งวงการเพลงได้พิสูจน์มาแล้วว่าอะไรที่เล่นได้ก็ก๊อปได้ กันยังไงก็ไม่อยู่ หลังจากพยายามมาเกือบสิบปี สุดท้ายก็เลิกป้องกันก๊อปปี้กันไปหมดแล้ว แม้แต่ iTunes Store ของ Apple ก็เปลี่ยนเพลงทั้งหมดมาเป็นแบบที่ไม่ป้องกันการก๊อปปี้ที่เรียกว่า iTunes Plus แล้วตั้งแต่ปี 2009 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าร้านที่ขายเพลงออนไลน์ถูกกฎหมายเหล่านี้ยังอยู่ได้และเติบโตได้ แต่ก็เหลือเพียงรายใหญ่ไม่กี่รายซึ่งใหญ่พอที่จะคุ้ม สรุปสั้นๆ ก็คือ ก๊อปได้ก๊อปไป ถ้าบริการดี มีให้เลือกมากและราคาถูกพอ ความสะดวกในการซื้อและโหลดอย่างถูกต้องยังทำให้คนลงทุนซื้อมากกว่า แต่มีข้อแม้ว่านอกจากบริการดีแล้ว ร้านยังต้องใหญ่จริง มีของให้เลือกมากและหลากหลายพอ เช่น มีเพลงทั้งโลกหรือทั้งประเทศให้เลือก น้อยกว่านั้นอาจจะอยู่ยาก</p>
<p>สำหรับข้อนี้มีประเด็นเพิ่มตรงที่ว่าหนังสือนั้นก๊อปได้ง่ายกว่าเพลง เพราะข้อมูลที่เป็นข้อความนั้นเล็กมาก บีบอัดแล้วกินที่นิดเดียว และหากว่าเป็นเล่มที่มีการพิมพ์ขายบนกระดาษด้วยแล้ว ถึงจะกันก๊อปปี้ตัว E-book ได้แต่ก็ป้องกันการสแกนจากเล่มที่เป็นกระดาษเข้าไปไม่ได้อยู่ดี ไม่ว่าจะสแกนก่อนแล้วเอาไปแปลงเป็น text อีกทีด้วยโปรแกรมอ่านข้อความหรือ OCR หากเป็นภาษาที่แพร่หลายและมีโปรแกรมแปลงได้ เช่น ภาษาอังกฤษ (ถึงแม้จะไม่ถูกต้อง 100% ก็ตาม) หรือหากแปลงเป็นข้อความไม่ได้ หรือมีรูปภาพในหนังสือมาก ก็ยังจัดเก็บและส่งต่อเป็นไฟล์ภาพถ่ายทั้งหน้าได้อยู่ดี</p>
<h3>9. ทางออกของคนทำหนังสือในยุค E-book จะอยู่รอดได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ (Business model)</h3>
<p>จากข้อที่แล้ว หาก E-book แพร่หลายและทำให้คนอ่านมากขึ้น แต่คนซื้อลดลง ทางรอดของคนทำหนังสือก็คือการเปลี่ยนวิธีทำมาหากิน ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะออกมาในแนวไหน ลองดูตัวอย่างที่ค่ายเพลงทำกันมาแล้ว ขายซีดีไม่ได้ต้องขาย ring tone หรือทำธุรกิจในการจัด concert แทน คือยังต้องสรรหาและพัฒนาศิลปินใหม่ รวมทั้งโปรโมทให้ดัง แต่ไม่ได้ขายอัลบั้มเป็นหลักอย่างเก่า ถ้าจะเทียบกับสำนักพิมพ์ก็คือยังต้องผลิตเนื้อหาสาระหรือ content อยู่อย่างเดิม แต่หาวิธีขายหรือนำเสนอในรูปแบบใหม่ ดังนั้นต่อไปเราอาจได้เห็นสำนักพิมพ์กลายเป็น content promoter จัดเปิดตัวหนังสือ นักเขียน สัมมนา อบรม ฯลฯ มากขึ้น</p>
<h3>10. คนขาย (ร้านหนังสือ) ก็กลัวคนหนีไปซื้อ E-book จากร้านบนเน็ต หรือกลัว copy ต่อๆกันแล้วไม่ซื้อ</h3>
<p>เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้เช่นกัน และยากยิ่งกว่ากันการเอาหนังสือไปถ่ายเอกสารทั้งเล่มเสียอีก อย่างที่บอกแล้วว่าการป้องกันก๊อปปี้ไม่มีทาง work 100% แค่ทำให้ยากง่ายมากน้อยในระยะสั้นเท่านั้น และในระยะยาวจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ มีแต่จะทำให้คนไม่สะดวกและไม่ซื้อจากแหล่งที่กันก๊อปปี้ ดังนั้นร้านหนังสือก็ต้องค่อยๆ ปรับตัว คาดว่า<br />
การป้องกันก๊อปปี้ในช่วงแรกๆน่าจะยังมีเพื่อซื้อเวลาให้ปรับตัวทัน ที่สำคัญก็คือคนที่ปรับตัวได้แล้ว มีฐานลูกค้าแล้วจะเลิกกันก๊อปปี้ก่อนเพื่อดึงลูกค้าไปหา ทำให้คนอื่นที่ยังปรับตัวไม่ทันถูกบังคับให้ทำตามทันทีทั้งๆที่ยังไม่พร้อม ดังนั้นการปรับตัวให้เร็วที่สุดจึงจำเป็นมาก<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6156" title="hero" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/hero.jpg" alt="hero" width="360" height="436" /></p>
<h3>11. ทางออกของร้านหนังสือในยุค E-book จะอยู่รอดได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจ (Business model)</h3>
<p>จากข้อที่แล้ว จะเห็นว่าจุดสำคัญคือการปรับตัวเข้าสู่ยุค E-book ซึ่งถึงจะมาเร็วแต่ก็ยังน่าจะพอมีเวลาปรับตัวอยู่บ้าง เพราะหนังสือเล่มคงไม่หายไปหมดในทันที เหมือนอย่างร้านขายซีดีเพลงหรือ VCD/DVD ที่ปัจจุบันหายากขึ้นทุกที แต่ก็ไม่ถึงกับปิดไปหมด (ในขณะที่ค่ายเพลงใหญ่และแม้แต่ศิลปินอินดี้ยังอยู่ได้) อย่างไรก็ตาม ร้านหนังสือโดยทั่วไปมักดำเนินธุรกิจแบบเดิมที่เคยทำมา จึงปรับตัวค่อนข้างยาก อีกทั้งการปรับตัวที่จำเป็นในครั้งนี้ก็ค่อนข้างจะมากโขอยู่ จากการที่เคยขายหนังสือมาเป็นขาย content ในรูปแบบดิจิตอล จากที่เคยเพียงแค่แข่งกับร้านอื่นๆ ในทำเลใกล้เคียง ก็กลายเป็นแข่งกับทุกร้านทั่วโลกที่ขายหนังสือประเภทเดียวกันบนเน็ตด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ดังนั้นทางออกของร้านก็คือต้องรักษาฐานลูกค้าเก่าที่ยังอ่านหนังสือเล่มและมาซื้อที่ร้านอยู่ให้ได้มากและนานที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องผสมผสานช่องทางและทำเลการขายหนังสือเล่มแบบเดิมที่มีเข้ากับการขายบนเน็ตให้ได้กลมกลืนและยืดหยุ่น คือจะซื้อแบบไหน เป็นเล่มหรือจะโหลด ก็มีให้หมด รวมถึงบริการที่ดีกว่า เช่น รู้จักหนังสือว่าอะไรดีอะไรไม่ดี สามารถให้บริการหรือแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องใกล้ชิด  เป็นต้น</p>
<p>ท้ายสุดของข้อนี้ มีข้อสังเกตว่า การเปลี่ยน Business model มักจะเป็นเรื่องยากสำหรับ existing player คือคนที่เล่นอยู่เดิม แทนที่ว่าใครทำมาก่อนจะมีความได้เปรียบ กลับกลายเป็นใครเริ่มทำทีหลังกลับได้เปรียบกว่าก็ได้</p>
<h3>12. E-book คงไม่สามารถจะทดแทนหนังสือกระดาษได้หมด แต่มากน้อยแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง</h3>
<p>ข้อนี้ถ้าอยากจะทราบว่ามากหรือน้อยแค่ไหน ให้ลองถามตัวเองว่า ระหว่างหนังสือบนกระดาษกับ E-book หรือข้อมูลออนไลน์จากเว็บ อย่างไหนสะดวกกว่ากันในกรณีต่างๆ เช่น<br />
• ไปเลือกหนังสือที่ร้าน เปิดอ่านดูได้ กับเลือกหนังสือจากเน็ต อันไหนสะดวกกว่ากัน (ไม่เหมือนเพลงที่เลือก<br />
ที่ร้านก็ยังต้องเปิดฟังที่เครื่องในร้าน ถ้ายอมให้ลองฟัง) &#8211; คำตอบไม่ตายตัว ขึ้นกับว่าร้านออนไลน์นั้นทำได้ดี<br />
แค่ไหน สะดวกและเร็วแค่ไหน<br />
• ค้นหาหนังสือในตู้ที่บ้าน กับค้นจากในเครื่อง Reader หรือที่เก็บไว้ออนไลน์ อย่างไหนสะดวกกว่ากัน – คำตอบก็ไม่ตายตัวเช่นกัน ขึ้นกับว่า Reader แบบนั้นทำได้ดีแค่ไหน เชื่อมต่อกับออนไลน์ได้ดีแค่ไหน (บางบ้านมีหนังสือเยอะเล่มจนใส่ตู้แล้วหาไม่เจอก็มี)<br />
• พกพาหนังสือจำนวนมากไปมา เพื่ออ่านหรือค้นข้อมูลแค่บางส่วนบางจุด อันนี้ E-book น่าจะได้เปรียบ<br />
• พลิกดูผ่านๆ ถ้าสนใจค่อยเปิดดูโดยละเอียดอีกที อันนี้กระดาษเป็นเล่มน่าจะได้เปรียบกว่า</p>
<h3>13. การเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุค E-book ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในประเทศทางตะวันตกก่อน แต่อาจเกิดขึ้นในเอเชีย หรือที่ไหนก็ได้</h3>
<p>ข้อนี้เป็นเรื่องที่บางคนมองตัวอย่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรปหรืออเมริกา ว่าเขาก้าวหน้ากว่าเรา แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนไปเป็น E-book กันเลย ข้อนี้คงต้องอธิบายว่า เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปเร็วเท่ากันทั้งโลกแล้ว และเทคโนโลยีของ<br />
E-book ตัวจริงเพิ่งจะเริ่มออกมา ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ถ้าจะเกิดก็ไม่ต้องไปรอดูประเทศเหล่านั้น เพราะเขาไม่น่าจะไปก่อนเรา แต่อาจไปพร้อมๆกันมากกว่า พูดสั้นๆคือ แม้แต่ต่างประเทศ (จะเป็นฝรั่งหรือชาติอื่นๆก็ตาม) ก็ยังงงๆ ปรับตัวไม่ทันพอๆกับเรา จึงไม่ต้องไปรอดู และไม่น่าจะมีตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงให้ดูก่อนนานนัก</p>
<p>นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนมากหรือน้อยยังขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น วัฒนธรรม ความเคยชิน รวมถึง infrastructure ด้าน(ความเร็ว)เน็ตที่ต่างกัน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่จำเป็นต้องไปในทางเดียวกันหรือด้วยความเร็วเท่ากัน ยิ่งกว่านั้น บางคนบอกว่าประเทศที่มีวัฒนธรรมการอ่านเข้มแข็ง ฝังรากลึกมานาน เช่น ยุโรปหรืออเมริกา อาจยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่าประเทศทางเอเชียก็ได้ แปลว่าเอาเข้าจริงๆ ญี่ปุ่นหรือเกาหลี หรือแม้แต่เมืองไทย อาจเป็นผู้นำในเรื่องของการยอมรับ E-book ไปก่อนฝรั่งเสียอีกก็ได้ เพราะเรามีของเก่า (เปรียบเสมือนน้ำในถ้วย) อยู่น้อย<br />
จึงรับอะไรที่รินเติมเข้ามาใหม่ได้ง่ายกว่า</p>
<h3>14. การแข่งขันกันเรื่องอุปกรณ์ที่จะเป็น E-book reader ไม่ใช่สาระสำคัญในตัวเอง ประเด็นคือมันเป็นประตูหรือ gateway ที่จะดึงลูกค้าเข้าร้าน E-bookstore ของคนนั้นมากกว่า</h3>
<p>ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ของเครื่องอ่านนั้นไล่ตามกันทันไม่ยาก ของใครใช้ดีกว่าเดี๋ยวคู่แข่งก็เอาไปแกะแล้วทำตามให้ถูกกว่าดีกว่าได้ในเวลาไม่นาน ส่วนซอฟต์แวร์ก็อาจใช้เวลานานกว่าในการตาม เช่น OS ซึ่งประกอบรวมเข้ากับฮาร์ดแวร์กลายเป็น platform แต่ที่สำคัญที่สุดคือระบบของหน้าร้าน รวมไปถึงความเคยชินและติดใจในบริการ จนเกิดเป็นความนิยมของลูกค้าที่จะซื้อจากร้านนั้นๆ ซ้ำอีก ซึ่งต้องสร้างและดูแลอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นตัวสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในระยะยาว (ดูข้อถัดไป)</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6158" title="hero7" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/hero7.jpg" alt="hero7" width="360" height="436" /></p>
<h3>15. การแข่งขันในเรื่อง E-bookstore น่าจะรุนแรงมากกว่า Music store เพราะหนังสือมีความหลากหลายกว่า</h3>
<p>การที่หนังสือมีความหลากหลายกว่า จึงมีอะไรใหม่ๆ ให้เล่นได้มากกว่า หนังสือดิจิตอลจึงน่าจะเป็นตัวทำกำไรได้มากกว่าเพลง รวมทั้งมากกว่าขายฮาร์ดแวร์ด้วย เพราะในปีหนึ่งๆคนซื้อหนังสือมูลค่ามากกว่าราคาเครื่องอ่านหลายเท่า ถ้าจะย้อนกลับไปดูตัวอย่างคล้ายๆกันจากวงการเพลงที่เปลี่ยนเป็นดิจิตอลด้วยอิทธิพลของ MP3 จะเห็นชัดขึ้น เช่น  Apple ขาย iPod ไปนับกว่า 220 ล้านเครื่อง (นับถึงปี 2008) ซึ่งยังไม่รวม iPhone/iPod Touch อีก 78 ล้านเครื่อง (นับถึงปี 2009 – รวมทั้ง iPhone ที่มากกว่า 300,000 เครื่องในเมืองไทย) แต่ขายเพลงให้โหลดผ่าน iTunes store ไปแล้วทะลุหมื่นล้านเพลง (นับถึงกุมภาพันธ์ 2010) ซึ่งในระยะยาวน่าจะกำไรมากกว่าขายเครื่อง ดังนั้นผู้เล่นแต่ละรายในตลาด E-bookstore จึงต้องพยายามสรรหาโมเดลใหม่หรือโมเดลเดิมที่เคยประสบความสำเร็จมาใช้กับ E-bookstore เช่น</p>
<p>• Apple พยายามนำรูปแบบของ iTunes Store ที่ได้ผลดีกับการขายเพลงมาใช้กับ iBooks Store<br />
• Google ก็ไปทางเดียวกัน คือพยายามค้น (และขาย) หนังสือทุกเล่มที่เคยพิมพ์ขึ้นมาบนโลกนี้ โดยการสแกนหรือคีย์ text ของหนังสือทั้งโลกเข้าไป ขั้นต้นให้ search ได้ก่อน ขั้นถัดไปอาจขายแล้วแบ่ง % ให้เจ้าของ (ถ้าหนังสือนั้นกลายเป็นสาธารณะหรือ public domain ไปแล้วก็ไม่ต้องแบ่ง)</p>
<h3>16. สรุปก็คือ E-book กำลังจะเปลี่ยนโลกของการอ่านไปอย่างมาก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่  Gutenburg ริเริ่มการพิมพ์ในศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา</h3>
<p>จากทุกข้อที่ผ่านมา คำถามจึงไม่ใช่อยู่ที่ว่า E-book จะเป็นอนาคตของการอ่านจริงหรือไม่ (เพราะมันจริงอยู่แล้ว) แต่อยู่ที่ว่ามันจะเปลี่ยนรูปแบบของการอ่านในอนาคตได้เร็วและรุนแรงแค่ไหนต่างหาก ซึ่งพอจะตั้งข้อสังเกตได้ดังนี้</p>
<p>• ถึงหนังสือบนกระดาษจะไม่หายไปหมด แต่ก็คงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง หรือไม่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร (สมัยก่อนเราเคยดูปริมาณการใช้กระดาษต่อหัวต่อปีเป็นดัชนีวัดความก้าวหน้าของประเทศได้ เช่น ญี่ปุ่นใช้กระดาษมากกว่าไทย 7 เท่า ต่อคนต่อปี แต่ต่อไปคงดูยากขึ้น)<br />
• จุดเปลี่ยน (Trigger point) ที่สำคัญอีกอย่างอยู่ที่ mind set ของคนรุ่นถัดไป เวลาจะหยิบอะไรมาอ่าน ถ้ายังนึกถึงกระดาษเป็นหลัก กระดาษก็ยังอยู่ แต่ถ้าคนรุ่นใหม่มองหน้าจอก่อนว่าเป็นข้อมูลล่าสุด เวลาจะเก็บสำรองอะไรที่เป็นของเก่าค่อยพิมพ์ลงกระดาษ กระดาษก็มีสิทธิไปเร็วขึ้น<br />
เล่ามาตั้งยาวแล้ว ก่อนจบคงไม่มีอะไรจะเสริมอีก นอกจากจะบอกเพียงว่า ขอต้อนรับสู่รุ่งอรุณของยุค E-book ครับ ส่วนที่ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นเร็วแค่ไหน แดดจะร้อนจ้าจนเกรียม หรือแค่อุ่นๆ คงต้องรอดูกันต่อไป</p>
<blockquote><p>หมายเหตุ: ฉบับนี้หยิบเอาเรื่อง E-book มาคั่นก่อนเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ สำหรับฉบับหน้าคงจะเล่าเรื่องสงครามของ Smartphone ในปี 2010 ตามที่บอกไว้เดิมครับ สำหรับบทความนี้จะเป็นการสรุปเนื้อหาที่ผมได้รับเชิญไปพูดแบบ ignite ในงาน Ignite Bangkok (www.ignitebangkok.com) ในวันที่ 3-4 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC – เอ็มโพเรียม สุขุมวิท) ห้อง Auditorium สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักการพูดแบบ ignite ก็เข้าไปดูที่เว็บดังกล่าวได้ สรุปสั้นๆก็คือให้พูดเรื่องอะไรก็ได้ แต่มีเวลาแค่ 5 นาทีและ 20 สไลด์ โดยสไลด์จะเปลี่ยนเองทุกๆ 15 วินาที เนื้อหาจึงต้องกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ตามสโลแกนที่ว่า “enlighten us, but make it quick”</p></blockquote>
<p style="text-align: right;"><strong>บทความ : วศิน เพิ่มทรัพย์</strong></p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6143&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/e-book-future-of-reading.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทรูมูฟ ชวนส่ง SMS ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ &#8220;เฮติ&#8221; ข้อความละ 10 บาท</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/fast-forward/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%9f-sms-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b8%b4.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/fast-forward/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%9f-sms-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b8%b4.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 11:32:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Fast Forward]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[sms ช่วยเหลือเฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[truemove]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเฮติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5655</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ทรูมูฟ ร่วมกับครอบครัวข่าว 3 ขอเชิญชวนผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เฮติ ผ่าน SMS โดยพิมพ์ข้อความ &#8220;เฮติ&#8221; หรือ ?Haiti? ส่งไปที่หมายเลข 4567890 ร่วมบริจาคครั้งละ 10 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะส่งข้อความตอบรับ &#8220;ขอบคุณที่ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือเฮติค่ะ&#8221; สามารถส่ง SMS บริจาคได้ไม่จำกัด ตั้งแต่วันนี้ -19 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ ทรูมูฟจะมอบเงินบริจาคทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมร่วมบริจาคสมทบอีก 500,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทยต่อไป

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ffast-forward%2F%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%259f-sms-%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ae%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ทรูมูฟ ร่วมกับครอบครัวข่าว 3 ขอเชิญชวนผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวที่เฮติ ผ่าน SMS โดยพิมพ์ข้อความ &#8220;เฮติ&#8221; หรือ ?Haiti? ส่งไปที่หมายเลข 4567890 ร่วมบริจาคครั้งละ 10 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)<br />
<span id="more-5655"></span><br />
เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะส่งข้อความตอบรับ &#8220;ขอบคุณที่ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือเฮติค่ะ&#8221; สามารถส่ง SMS บริจาคได้ไม่จำกัด ตั้งแต่วันนี้ -19 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ ทรูมูฟจะมอบเงินบริจาคทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมร่วมบริจาคสมทบอีก 500,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทยต่อไป</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5655&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/fast-forward/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%9f-sms-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b8%b4.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศิลปะกับการถ่ายภาพ</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-camera-photography-tips/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-camera-photography-tips/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 10:31:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo Know How]]></category>
		<category><![CDATA[digital camera]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[digital photography]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[photo]]></category>
		<category><![CDATA[Rule of Thirds]]></category>
		<category><![CDATA[กฏ 3 ส่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวะ]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเด่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สีสัน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์ประกอบของภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แสงเงา]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5637</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
Photo Know How ฉบับนี้ ขอมาแนววิชาการสักหน่อย ปัจจุบันเราจะเห็นว่าผู้ใช้กล้องส่วนใหญ่ เมื่อต้องการถ่ายภาพ มักจะหยิบกล้องขึ้นมา เห็นอะไรแล้วก็ถ่าย หรือพยายามที่จะเก็บรายละเอียดทุกๆอย่าง ทำให้ภาพที่ออกมาดูรกรุงรัง เต็มไปด้วยรายละเอียดหรือวัตถุต่างๆ หาจุดเด่นแทบไม่เจอ

บ้างก็ถ่ายภาพคนออกมาหัวขาด มือขาดก็มี บางภาพก็จัดองค์ประกอบขาดๆเกินๆ ดูขัดกับความรู้สึก ปัญหาต่างๆที่กล่าวมานี้ ล้วนเกิดจากการที่ผู้ถ่ายภาพขาดความรู้ความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับ องค์ประกอบของภาพ, จังหวะ, แสงเงา, สีสัน, ความหมาย, จุดเด่น? สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการฝึกฝน บวกกับจินตนาการ และมีเทคนิคหรือหลักการเบื้องต้นที่ผู้ใช้กล้องควรศึกษาเอาไว้บ้าง เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางองค์ประกอบก่อนที่จะกดชัตเตอร์ครั้งต่อๆไป ดังนี้
1.องค์ประกอบของภาพ
หมายถึง การจัดวางสิ่งต่างๆ ลงในภาพ หากเราเปรียบช่องมองภาพ (View finder) ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-camera-photography-tips%2F%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>Photo Know How ฉบับนี้ ขอมาแนววิชาการสักหน่อย ปัจจุบันเราจะเห็นว่าผู้ใช้กล้องส่วนใหญ่ เมื่อต้องการถ่ายภาพ มักจะหยิบกล้องขึ้นมา เห็นอะไรแล้วก็ถ่าย หรือพยายามที่จะเก็บรายละเอียดทุกๆอย่าง ทำให้ภาพที่ออกมาดูรกรุงรัง เต็มไปด้วยรายละเอียดหรือวัตถุต่างๆ หาจุดเด่นแทบไม่เจอ<br />
<span id="more-5637"></span><br />
บ้างก็ถ่ายภาพคนออกมาหัวขาด มือขาดก็มี บางภาพก็จัดองค์ประกอบขาดๆเกินๆ ดูขัดกับความรู้สึก ปัญหาต่างๆที่กล่าวมานี้ ล้วนเกิดจากการที่ผู้ถ่ายภาพขาดความรู้ความเข้าใจ ที่เกี่ยวกับ องค์ประกอบของภาพ, จังหวะ, แสงเงา, สีสัน, ความหมาย, จุดเด่น? สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการฝึกฝน บวกกับจินตนาการ และมีเทคนิคหรือหลักการเบื้องต้นที่ผู้ใช้กล้องควรศึกษาเอาไว้บ้าง เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางองค์ประกอบก่อนที่จะกดชัตเตอร์ครั้งต่อๆไป ดังนี้</p>
<h3>1.องค์ประกอบของภาพ</h3>
<p>หมายถึง การจัดวางสิ่งต่างๆ ลงในภาพ หากเราเปรียบช่องมองภาพ (View finder) ของกล้องเป็นเหมือนเฟรมหรือกระดาษวาดภาพ สิ่งต่างๆที่จะวางอยู่ภายในเฟรมหรือพื้นที่ว่างนั้น ก็คือองค์ประกอบของภาพของเรานั่นเอง ภาพถ่ายที่มีองค์ประกอบของภาพที่ดี มักจะทำให้ภาพดูดี สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน ไม่ทำให้คนดูสับสน การจัดองค์ประกอบในการถ่ายภาพ ต่างจากการจัดองค์ประกอบในงานศิลปะแขนงอื่นๆก็คือ บางครั้ง เราไม่สามารถไปยุ่งกับวัตถุ ย้าย หรือขยับวัตถุต่างๆให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการได้ เช่น ย้ายต้นไม้ที่ขวางอยู่ออกไป หรือขยับรถที่จอดอยู่ให้ถอยออกไป วิธีแก้ไขก็คือใช้เทคนิคในการถ่ายภาพเข้ามาช่วย เช่น อาจจะย้ายมุมถ่าย ซูมเข้าไปใกล้ๆ หรือใช้การควบคุมการชัดลึก เป็นต้น<br />
ในการถ่ายภาพ มีหลักการวางองค์ประกอบง่ายๆ ที่นิยมคือ ?กฏ 3 ส่วน?</p>
<ul>
<li><strong>กฏ 3 ส่วน Rule of Thirds</strong></li>
</ul>
<p>คนส่วนใหญ่เวลาถ่ายภาพ มักจะวางวัตถุ หรือเลือกตัวแบบให้อยู่ตรงกลางภาพ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด<br />
หากเลือกใช้เป็นครั้งคราวหรือใช้กับภาพถ่ายบางประเภท เช่น ภาพบุคคล ส่วนการถ่ายภาพที่มีองค์ประกอบในภาพหลายหลาย เช่น ภาพเรือลอยอยู่กลางท้องทะเล โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสีเขียว หากจัดวางจุดสนใจไว้ตรงกลางภาพ อาจจะทำให้ภาพดูน่าเบื่อ ขาดความน่าสนใจได้ นักถ่ายภาพส่วนใหญ่จึงนิยมวางภาพในตำแหน่งของ ?กฏ 3 ส่วน? นั่นคือ หากเราลองแบ่งพื้นที่ในช่องมองภาพ ออกเป็น 3 ส่วน โดยลากเส้นแบ่งทั้งด้านกว้างและด้านยาว ตรงบริเวณที่เส้นแบ่งตัดกัน เป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของผู้ชมได้มากที่สุด เราจึงควรวางจุดสนใจเอาไว้ตรงบริเวณจุดตัดนั้นๆ เช่นในกรณีภาพถ่ายเรือที่กล่าวถึงข้างต้น ให้เราลองขยับกล้องเพื่อให้เรือมาอยู่ในตรงจุดตัด จุดใดจุดหนึ่ง แล้วจึงบันทึกภาพ ภาพที่ได้ก็จะมีความน่าสนใจมากกว่าวางเรือไว้ตรงกลางภาพ ในกรณีอื่นๆ ก็เช่นกัน ให้เราเลือกวัตถุที่เราต้องการนำเสนอ วางไว้ในตำแหน่งใดก็ได้ ตรงจุดตัดทั้ง 4 จุดนี้? และหากถ่ายภาพที่มีเส้นขอบฟ้า เช่น ภาพทะเลที่มีพื้นน้ำตัดกับเส้นขอบฟ้า เราก็นิยมวางตรงขอบฟ้ากับขอบน้ำนั้นไว้ตรงเส้นแบ่งเส้นใดเส้นหนึ่ง (จาก 2 เส้น) มากกว่าจะวางเส้นตัดของท้องฟ้าไว้ตรงกลางภาพ? (ดูรูปภาพประกอบ)</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5638" title="กฎสามส่วน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/กฎสามส่วน.jpg" alt="กฎสามส่วน" width="264" height="389" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5639" title="วางองค์ประกอบภาพให้ได้ตามกฎ-3-ส่วน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/วางองค์ประกอบภาพให้ได้ตามกฎ-3-ส่วน.jpg" alt="วางองค์ประกอบภาพให้ได้ตามกฎ-3-ส่วน" width="450" height="282" /></p>
<p>** เรื่องของกฎ 3 ส่วน เป็นที่นิยมกันมากในหมู่นักถ่ายภาพ บางครั้งอาจจะทำให้ภาพที่เราถ่ายออกมา ซ้ำๆกับภาพของคนอื่นๆ หรือภาพที่เห็นกันอยู่ทั่วๆไปตามเวบไซต์หรือโปสการ์ด อย่างไรก็ตาม มือใหม่ทุกคนควรจะฝึกวางองค์ประกอบภาพให้ได้ตามกฎ 3 ส่วน เสียก่อน หลังจากนั้นเมื่อเริ่มชำนาญมากขึ้น จึงค่อยหาแนวทางวาง<br />
องค์ประกอบภาพในแบบที่ตัวเองถนัดอีกที</p>
<ul>
<li><strong>ความสมดุล</strong></li>
</ul>
<p>เรื่องของความสมดุล เป็นหลักการทางศิลปะที่มีมานานแล้ว เนื่องจากการมองสิ่งต่างๆของคนเรามักจะมีความรู้สึกพอใจกับสิ่งที่มีสองด้านเท่าๆกัน เช่น ตาชั่ง ที่มีแขนข้างซ้ายและขวา คนเราที่มี 2 แขน หนังสือ ที่มีหน้าซ้ายและขวา ฯลฯ หากมีด้านใดด้านหนึ่งที่ขาดหายไป ก็มักจะทำให้เรารู้สึกขัดๆ หรือแปลกๆ ภาพถ่ายก็เช่นกัน โดยปกติ เราควรรักษาความสมดุลภายในภาพถ่ายของเรา ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5641" title="ความสมดุลย์ของการถ่ายภาพ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/ความสมดุลย์ของการถ่ายภาพ.jpg" alt="ความสมดุลย์ของการถ่ายภาพ" width="450" height="300" /><br />
<strong>สมดุล แบบ วัตถุ ซ้าย ? ขวา เท่ากัน</strong></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5643" title="สมดุลแบบน้ำหนักของแสงสี" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/สมดุลแบบน้ำหนักของแสงสี.jpg" alt="สมดุลแบบน้ำหนักของแสงสี" width="450" height="299" /><br />
<strong>สมดุลแบบน้ำหนักของแสงสี</strong></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5644" title="สมดุลแบบจำนวน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/สมดุลแบบจำนวน.jpg" alt="สมดุลแบบจำนวน" width="450" height="299" /><br />
<strong>สมดุลแบบจำนวน</strong></p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เป็นข้อห้ามตายตัวเสมอไป ว่าภาพถ่ายของเราต้องมีความสมดุล ซ้ายขวา บางครั้งภาพถ่ายที่มีวัตถุหรือจุดสนใจอยู่ด้านใดด้านหนึ่ง โดยทิ้งพื้นที่อีกด้านเอาไว้โล่งๆ ก็ดูดีได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของช่างภาพเป็นสำคัญ บางคนเรียกการจัดภาพลักษณะนี้ว่า การจัดภาพที่ไม่สมดุล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5646" title="หากรอบให้ภาพ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/หากรอบให้ภาพ.jpg" alt="หากรอบให้ภาพ" width="450" height="300" /><br />
<strong>การหากรอบให้กับภาพ</strong></p>
<p>เป็นเทคนิคการจัดองค์ประกอบยอดนิยม บางครั้งก็เรียกว่าการวางฉากหน้าให้กับภาพ วิธีการก็คือ หาวัตถุ หรือองค์ประกอบบางอย่าง วางเป็นฉากหน้า หรือกรอบให้กับภาพที่เราถ่าย ดังเช่นตัวอย่าง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5648" title="กรอบของภาพ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/กรอบของภาพ.jpg" alt="กรอบของภาพ" width="450" height="300" /></p>
<p>มีข้อควรระวังในการวางกรอบหรือฉากหน้าให้กับภาพก็คือ ระวังอย่าให้กรอบหรือฉากหน้าเด่นกว่าตัวแบบเรา เราอาจจะชดเชยแสงให้ตัวกรอบหรือฉากหน้า อันเดอร์หรือมืดลง เพื่อลบรายละเอียดออกไปก็ได้? และอย่าวางกรอบให้ใหญ่หรือกินพื้นที่ของภาพมากเกินไป</p>
<h3>2.จังหวะ</h3>
<p>หมายถึง จังหวะในการถ่ายภาพ เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสนใจมากเช่นกัน จังหวะของภาพก็คือ ช่วงเวลาที่เรากดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ภาพนกกำลังบิน ภาพคนกำลังกระโดดลงน้ำ ภาพสุนัขกำลังคาบสิ่งของ จังหวะของภาพถ่าย ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนดู ให้เราลองเปรียบเทียบระหว่าง ภาพนกที่กำลังบินโฉบลงมาคาบปลา กับนกที่กำลังบินอยู่เฉยๆ สองภาพนี้มีจังหวะที่แตกต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกต่างกัน ภาพแรกย่อมให้อารมณ์ที่ดีกว่า ทั้งที่เป็นภาพนกเหมือนๆกัน เนื่องจากได้จังหวะที่สำคัญ การถ่ายภาพให้ได้จังหวะที่ดีๆนั้น ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราตั้งใจจะถ่ายอะไร เช่น ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ก็ควรไปเฝ้ารอตั้งแต่เช้ามืด ถ่ายภาพกีฬา ก็ต้องคอยโอกาสที่สำคัญ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5651" title="จังหวะของภาพ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/จังหวะของภาพ.jpg" alt="จังหวะของภาพ" width="450" height="299" /></p>
<p>เช่น นักฟุตบอลกำลังกระโดดแย่งโหม่งลูก หรือผู้รักษาประตูกำลังพุ่งปัดลูก เป็นต้น เมื่อเรารู้ความต้องการของเราแล้ว จึงค่อยวางแผนว่าควรจะจับภาพตอนไหน ถึงจะดึงอารมณ์ของภาพออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ยาก เพราะจังหวะที่ดีๆ บางทีก็เกิดขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ต้องอาศัยโชคอยู่บ้าง ช่างภาพจึงควรมีความอดทน มีความพร้อมทั้งตัวเราเองและอุปกรณ์ กล้องถ่ายภาพที่มีระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง หรือ Burst-shot จะช่วยได้มาก ควรเช็คอุปกรณ์ให้เรียบร้อย เพราะหากถึงเวลาจริงๆขึ้นมา เจอจังหวะเหมาะๆ แต่กล้องกลับขัดข้องไม่สามารถจับไว้ได้ทัน ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก</p>
<blockquote><p>สำหรับองค์ประกอบที่เหลือ ติดตามต่อได้ในฉบับหน้านะครับ สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังครับ</p></blockquote>
<p style="text-align: right;"><strong>บทความโดย : monotrendy</p>
<p>ผลงานล่าสุดของคุณ monotrendy<br />
<a href="http://www2.provision.co.th/index.php?page=shop.product_details&amp;flypage=shop.flypage&amp;product_id=308&amp;category_id=23&amp;manufacturer_id=0&amp;option=com_virtuemart&amp;Itemid=31" target="_blank"><img src="http://www2.provision.co.th/components/com_virtuemart/shop_image/product/4b900ff22f07237873e2c8ec37bff2de.gif" alt="" width="160" height="210" /></a></strong></p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5637&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-camera-photography-tips/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ เผยโฉมเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นขาวดำรุ่นล่าสุด</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2010 06:23:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[fuji xerox]]></category>
		<category><![CDATA[printer]]></category>
		<category><![CDATA[WorkCentre 3210]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูจิซีร็อกซ์-พรินเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5631</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์เผยโฉม เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นขาวดำรุ่นล่าสุด WorkCentre 3210 และ 3220 ในระดับราคาที่คุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นขาวดำ WorkCentre 3210 และ 3220
ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและเวิร์กกรุ๊ปขนาดเล็ก รองรับการพิมพ์ ถ่ายสำเนา สแกน และแฟกซ์ อย่างครบวงจร ขนาดกะทัดรัด ตอบสนองทุกความต้องการภายในสำนักงาน มีความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 28 หน้าต่อนาที และใช้เวลาพิมพ์หน้าแรกเพียง 8.5 วินาที ทั้งยังสนับสนุนการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง โดยผู้ใช้จะสามารถสแกนไฟล์ได้แม้กระทั่งในขณะที่กำลังพิมพ์งานอื่นๆ

เครื่องพิมพ์ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับลดการใช้ทรัพยากร โดยเป็นไปตามข้อกำหนด Energy Star ด้วยโหมดประหยัดพลังงานที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้พลังงานของเครื่องพิมพ์ได้ และโหมดประหยัดหมึก ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%258c-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์เผยโฉม เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นขาวดำรุ่นล่าสุด WorkCentre 3210 และ 3220 ในระดับราคาที่คุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฟูจิซีร็อกซ์ พรินเตอร์ เปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นขาวดำ WorkCentre 3210 และ 3220</p>
<p><span id="more-5631"></span>ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและเวิร์กกรุ๊ปขนาดเล็ก รองรับการพิมพ์ ถ่ายสำเนา สแกน และแฟกซ์ อย่างครบวงจร ขนาดกะทัดรัด ตอบสนองทุกความต้องการภายในสำนักงาน มีความเร็วในการพิมพ์สูงถึง 28 หน้าต่อนาที และใช้เวลาพิมพ์หน้าแรกเพียง 8.5 วินาที ทั้งยังสนับสนุนการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง โดยผู้ใช้จะสามารถสแกนไฟล์ได้แม้กระทั่งในขณะที่กำลังพิมพ์งานอื่นๆ<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5632" title="ฟูจิซีร็อกซ์-พรินเตอร์" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/ฟูจิซีร็อกซ์-พรินเตอร์.jpg" alt="ฟูจิซีร็อกซ์-พรินเตอร์" width="360" height="346" /><br />
เครื่องพิมพ์ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับลดการใช้ทรัพยากร โดยเป็นไปตามข้อกำหนด Energy Star ด้วยโหมดประหยัดพลังงานที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้พลังงานของเครื่องพิมพ์ได้ และโหมดประหยัดหมึก ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์เอกสารในโหมดฉบับร่าง WorkCentre 3210 และ 3220 มีวางจำหน่ายแล้ว ในราคา 12,900 บาท และ 16,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามลำดับ</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5631&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูเกิลเผยสถิติคำค้นหายอดนิยมของไทยประจำปี 2552</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/computer-user-guide/google-search-engine.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/computer-user-guide/google-search-engine.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Dec 2009 14:50:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[IT Guide]]></category>
		<category><![CDATA[Web Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[google insight]]></category>
		<category><![CDATA[search engine]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ค้นหาคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานกูเกิล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5189</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
วันนี้ กูเกิลประกาศผลไซท์ไกสท์ประจำปี ซึ่งเป็นการมองผ่านสายตาคนไทยโดยรวมที่จับจ้องผ่านเว็บตลอดปี 2551 ผลไซท์ไกสท์ช่วงสิ้นปี 2551 จะสะท้อนภาพรวมที่โดดเด่นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ และแนวโน้มที่มาแรงที่สุดในรอบปีจากการค้นหาบน Google.co.th
ข้อมูลคำค้นหาสูงสุดบนกูเกิล ประเทศไทย เผยให้เห็นประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุดจากประชาชนชาวไทยในช่วงปีนี้ โดยพบว่าคนไทยใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นในการเข้าถึงไฟล์พอร์ทัลบนอินเทอร์เน็ต เช่น 4shared และการค้นหา ?ภาพยนตร์ออนไลน์?? นอกจากนี้ ในหมวดหมู่ความบันเทิง พบว่าคนไทยค้นหาผลการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์ The Star 5 และ Academy Fantasia 6 เพิ่มมากขึ้น และมีการค้นหาเพลง ?ความคิด? และ ?การเปลี่ยนแปลง?  ส่วนนักเรียนก็ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบ Gat-Pat สำหรับการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fcomputer-user-guide%2Fgoogle-search-engine.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>วันนี้ กูเกิลประกาศผลไซท์ไกสท์ประจำปี ซึ่งเป็นการมองผ่านสายตาคนไทยโดยรวมที่จับจ้องผ่านเว็บตลอดปี 2551 ผลไซท์ไกสท์ช่วงสิ้นปี 2551 จะสะท้อนภาพรวมที่โดดเด่นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ และแนวโน้มที่มาแรงที่สุดในรอบปีจากการค้นหาบน Google.co.th<br />
<span id="more-5189"></span>ข้อมูลคำค้นหาสูงสุดบนกูเกิล ประเทศไทย เผยให้เห็นประเด็นที่ได้รับความสนใจสูงสุดจากประชาชนชาวไทยในช่วงปีนี้ โดยพบว่าคนไทยใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นในการเข้าถึงไฟล์พอร์ทัลบนอินเทอร์เน็ต เช่น 4shared และการค้นหา ?ภาพยนตร์ออนไลน์?? นอกจากนี้ ในหมวดหมู่ความบันเทิง พบว่าคนไทยค้นหาผลการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์ The Star 5 และ Academy Fantasia 6 เพิ่มมากขึ้น และมีการค้นหาเพลง <strong>?ความคิด?</strong> และ<strong> ?การเปลี่ยนแปลง? </strong> ส่วนนักเรียนก็ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบ Gat-Pat สำหรับการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย และใช้พจนานุกรมออนไลน์ไทย-อังกฤษเพื่อรองรับการแปลคำศัพท์? นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องสุขภาพทางด้านร่างกายและจิตใจก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คนไทย ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปีนี้ คำค้นหาที่มาแรงได้แก่ <strong>?ไข้หวัดใหญ่ 2009&#8243; </strong>และ <strong>?ทำนายฝัน?</strong><br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5194" title="Google-Insights" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/12/Google-Insights.jpg" alt="Google-Insights" width="450" height="320" /><br />
แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ยังมีข่าวดีเกิดขึ้นมากมาย เช่น การถือกำเนิดของแพนด้าน้อยหลินปิงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ตรังเกมส์? นอกจากนี้ คนไทยให้ความสนใจกับหนังสือเล่มใหม่เรื่อง ?สแกนกรรม? กันอย่างกว้างขวาง แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ค้นหา ?ธรรมะออนไลน์? เพื่อศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า ละครโทรทัศน์หลังข่าวเรื่อง &#8220;ชิงชัง? ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนงานแต่งงานของ กบ สุวนันท์ กับ บรู๊ค ดนุพร ก็ได้รับความสนใจสูงสุดในหมวดหมู่การค้นหาเกี่ยวกับคนดัง และสุดท้าย คนไทยยังนิยมที่จะหวนระลึกถึงอดีตวันวานด้วยการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว เก่าแก่อย่างตลาดร้อยปีที่อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี และเมืองชายทะเลหัวหิน ซึ่งเป็นที่นิยมในของหมวดหมู่ท่องเที่ยวในช่วงปีนี้</p>
<p>ตรวจสอบรายการคำค้นหาที่ด้านล่างนี้ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกถึงสัมผัสของไซท์ไกสต์ หรือจิตวิญญาณแห่งกาลเวลา ในประเทศไทยประจำปี 2552!<br />
<strong><em><br />
* คำชี้แจง:</em></strong> คำค้นหายอดนิยม คือคำที่มีการค้นหาจำนวนมากทีสุดตลอดทั้งปี ส่วนดาวรุ่งพุงแรง และหัวข้อต่างๆ คือคำค้นหาที่มาแรงที่สุดในรอบปี และมีการตัดคำซ้ำทั้งหมดออกไป</p>
<p><strong>ดาวรุ่งพุ่งแรง </strong></p>
<p>1.????????????? 4shared</p>
<p>2.????????????? ดูหนังออนไลน์</p>
<p>3.????????????? ความคิด</p>
<p>4.????????????? gat-pat</p>
<p>5.????????????? dictionary อังกฤษไทย</p>
<p>6.????????????? the star 5</p>
<p>7.????????????? ทํานายฝัน</p>
<p>8.????????????? af6</p>
<p>9.????????????? การเปลี่ยนแปลง</p>
<p>10.????????? ไข้หวัด 2009</p>
<p><strong>ยอดนิยม</strong></p>
<p>1.????????????? เกมส์</p>
<p>2.????????????? hi5</p>
<p>3.????????????? youtube</p>
<p>4.????????????? hotmail</p>
<p>5.????????????? ดูดวง</p>
<p>6.????????????? ฟังเพลง</p>
<p>7.????????????? 4shared</p>
<p>8.????????????? ดูหนังออนไลน์</p>
<p>9.????????????? ผลบอล</p>
<p>10.????????? รถมือสอง</p>
<p><strong>รวมข่าวเด่น</strong></p>
<p>1.????????????? อาการไข้หวัดใหญ่ 2009</p>
<p>2.????????????? แพนด้าน้อย</p>
<p>3.????????????? ตรังเกมส์</p>
<p>4.????????????? สุริยุปราคา 2552</p>
<p>5.????????????? มอเตอร์โชว์ 2009</p>
<p>6.????????????? งานแต่งงานกบ</p>
<p>7.????????????? ข่าวหุ้นกู้</p>
<p>8.????????????? ดาราเกาหลีศัลยกรรม</p>
<p>9.????????????? นปช</p>
<p>10.????????? นโยบายเรียนฟรี</p>
<p><strong>แหล่งท่องเที่ยวถวิลหาวันวาน</strong></p>
<p>1.????????????? ตลาดน้ำสี่ภาค</p>
<p>2.????????????? อัมพวา</p>
<p>3.????????????? หัวหิน</p>
<p>4.????????????? สามชุก</p>
<p>5.????????????? ชะอำ</p>
<p>6.????????????? เกาะเสม็ด</p>
<p>7.????????????? เกาะล้าน</p>
<p>8.????????????? ท่าพระจันทร์</p>
<p>9.????????????? ตลาดโรงเกลือ</p>
<p>10.????????? เกาะสีชัง</p>
<p><strong>คนดัง</strong></p>
<p>1.????????????? กบสุวนันท์</p>
<p>2.????????????? หญิงแม้น</p>
<p>3.????????????? เจนนี่</p>
<p>4.????????????? สิงโต</p>
<p>5.????????????? ก้อยโย่ง</p>
<p>6.????????????? พลอยเฌอมาลย์</p>
<p>7.????????????? นิชคุณ</p>
<p>8.????????????? เต๋าสมชาย</p>
<p>9.????????????? แพนเค้ก</p>
<p>10.????????? พลอยชิดจันทร์</p>
<p><strong>เพลงไทย</strong></p>
<p>1.????????????? ความคิด</p>
<p>2.????????????? คู่ชีวิต</p>
<p>3.????????????? แฟนเก็บ</p>
<p>4.????????????? โอ๊ยโอ๊ย</p>
<p>5.????????????? ตัวอิจฉา</p>
<p>6.????????????? ถามเอาอะไร</p>
<p>7.????????????? เสียดาย</p>
<p>8.????????????? คนไม่มีเวลา</p>
<p>9.????????????? ฝุ่น</p>
<p>10.????????? วีน</p>
<p><strong>ละครหลังข่าว</strong></p>
<p>1.????????????? ชิงชัง</p>
<p>2.????????????? lee san</p>
<p>3.????????????? บ่วงหงส์</p>
<p>4.????????????? เมียหลวง</p>
<p>5.????????????? ไฟรักอสูร</p>
<p>6.????????????? สาปภูษา</p>
<p>7.????????????? ลูกไม้เปลี่ยนสี</p>
<p>8.????????????? จำเลยกามเทพ</p>
<p>9.????????????? พระจันทร์สีรุ้ง</p>
<p>10.????????? เสาร์ 5</p>
<p><strong>จิตและกำลังใจ</strong></p>
<p>1.????????????? แสกนกรรม</p>
<p>2.????????????? ตั้งชื่อมงคล</p>
<p>3.????????????? ดวง 2552</p>
<p>4.????????????? ทำนายความฝัน</p>
<p>5.????????????? กุมารทองสยาม</p>
<p>6.????????????? พระพิฆเนศ</p>
<p>7.????????????? ธรรมะออนไลน์</p>
<p>8.????????????? แม่ชีทศพร</p>
<p>9.????????????? หลวงปู่ทวด</p>
<p>10.????????? อาจารย์หนู</p>
<p>เครื่องมือไซท์ไกสต์ของกูเกิลนอกจากจะบอกให้เราทราบถึงประเด็นที่มาแรงที่ สุดในเมืองไทยแล้ว ยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกอีกด้วย? สถิติคำค้นหาสูงสุดจากกว่า 50 ประเทศมีอยู่บนเว็บเพจกูเกิล ไซท์ไกสต์ ที่ google.com/zeitgeist2009 โดยครอบคลุมประเด็นต่างๆ มากมาย เช่น ผู้สมัครรับเลือกตั้งในแอฟริกาใต้ ข่าวสารต่างๆ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในฮ่องกง หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับไซท์ไกสท์ระดับโลก โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ google.com/zeitgeist2009</p>
<p><strong>เมื่อเศรษฐกิจไม่เป็นใจคำว่า ?ลดราคา? ก็ครองความสนใจของคนไทย</strong><br />
ชาวบ้านต่างรัดเข็มขัดกันมาตลอดปีและค้นหาดีลที่ดีที่สุดด้วยการออนไลน์ค้น หาตั้งแต่รองเท้า ไปจนถึงเครื่องประดับ ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ อัตราการค้นหาของคำว่า ?ลดราคา? มีอัตราสูงขึ้นถึง 62% ในช่วงปี 2552 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว</p>
<p>กราฟโดย กูเกิล เจาะลึกการค้นหา (Google Insights for Search) แสดงถึงอัตราการค้นหาของคำว่า ?ลดราคา? ที่มีอัตราสูงขึ้นถึง 62% ในช่วงปี 2552 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว</p>
<p>ดูข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนไทยค้นหาอะไร และเปรียบเทียบในช่วงเวลาต่างๆ หรือเมืองที่ต้องการ ได้ที่ กูเกิล เจาะลึกการค้นหา (Google Insights for Search) www.google.co.th/insights/search</p>
<p><strong>คำอธิบายเกี่ยวกับไซท์ไกสต์</strong><br />
กูเกิลเปิดเผย ?ไซท์ไกสต์? บนอินเทอร์เน็ต (?Zeitgeist? เป็นคำภาษาเยอรมัน หมายถึง ?จิตวิญญาณแห่งกาลเวลา?) ผ่านการสำรวจเกี่ยวกับการค้นหาคำตอบต่อข้อสงสัยที่เกิดขึ้นผ่านคำค้นหาจำนวน นับหลายล้านคำที่เราได้รับในแต่ละวัน ซึ่งนอกเหนือจากไซท์ไกสต์ประจำปี ที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่อยู่ในความนิยมระหว่างปี 2552 แล้ว กูเกิลยังมีเครื่องมืออีกหลายอย่างที่ช่วยให้เจาะลึกแนวโน้มการค้นหาต่างๆ ในระดับโลก และในระดับภูมิภาคได้ครอบคลุมทั้งในอดีตและปัจจุบัน เครื่องมือไซท์ไกสต์ของกูเกิลไม่สามารถนำมาใช้กำหนดการค้นหาของผู้ใช้แต่ละ รายได้เนื่องจากเรายึดวิธีในการนับคำค้นหาโดยสรุปเป็นจำนวนรวมที่จะไม่เปิด เผยที่มาของผู้ค้นหา โดยรวบรวมจากจำนวนคำนั้นๆ ที่มีการค้นหาจริงอยู่บ่อยครั้งตลอดช่วงระยะเวลาหนึ่ง เครื่องมือเหล่านี้ได้เปิดพร้อมไว้ให้บริการสำหรับผู้ใช้ได้ลองใช้งาน สำรวจ และเรียนรู้ได้ที่ www.google.com/zeitgeist</p>
<p><strong>เกี่ยวกับบริษัท กูเกิล อิงก์</strong><br />
นวัตกรรมเทคโนโลยีการค้นหาของกูเกิลเชื่อมโยงผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกเข้า กับข้อมูลต่างๆ ในแต่ละวัน? กูเกิลก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 โดยนักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แลร์รี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน และปัจจุบัน กูเกิลเป็นทรัพย์สินบนเว็บที่มีมูลค่าสูงสุดในตลาดสำคัญๆ ทุกตลาดทั่วโลก? โปรแกรมการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายของกูเกิลช่วยให้องค์กรธุรกิจทุกขนาด ได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่สามารถวัดได้ ทั้งยังช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บโดยรวมอีกด้วย? กูเกิลมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ และมีสำนักงานสาขาในทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย? หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม http://www.google.co.th</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5189&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/computer-user-guide/google-search-engine.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Samsung Omnia II</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/gadget-review/samsung-omnia-ii.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/gadget-review/samsung-omnia-ii.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 08:21:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Gadget Review]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[omnia II]]></category>
		<category><![CDATA[samsung]]></category>
		<category><![CDATA[samsung omnia II]]></category>
		<category><![CDATA[smart mobile]]></category>
		<category><![CDATA[smart phone]]></category>
		<category><![CDATA[ซัมซุง ออมเนีย ทู]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5075</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
Let?s touch with big display
By?Thanakorn P.
เรียกได้ว่า โทรศัพท์มือถือได้เข้าสู่ยุคทัชกรีนอย่างเต็มระบบแล้ว หลังจากได้อิทธิพลจาก Apple iPhone? ซึ่งเข้ามาปฏิวัติวงการทัชสกรีนในมือถืออย่างเต็มรูปแบบด้วยการใช้นิ้วสัมผัส แทนการใช้ปากกาสไตลัสแบบเดิมๆ
สำหรับ Samsung Omnia II เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สอง หลังจากที่ Omnia I รุ่นแรกทำยอดขายได้ถล่มทลาย เนื่องด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม เฉียบคม และความชาญฉลาดของการทำงาน

Omnia II

ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile Version 6.1 รองรับเครือข่าย Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz), 3G (900/2100 ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fgadget-review%2Fsamsung-omnia-ii.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<h5>Let?s touch with big display</h5>
<p>By?Thanakorn P.</p>
<p>เรียกได้ว่า โทรศัพท์มือถือได้เข้าสู่ยุคทัชกรีนอย่างเต็มระบบแล้ว หลังจากได้อิทธิพลจาก Apple iPhone? ซึ่งเข้ามาปฏิวัติวงการทัชสกรีนในมือถืออย่างเต็มรูปแบบด้วยการใช้นิ้วสัมผัส แทนการใช้ปากกาสไตลัสแบบเดิมๆ<br />
สำหรับ <strong>Samsung Omnia II</strong> เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่สอง หลังจากที่ <strong>Omnia I</strong> รุ่นแรกทำยอดขายได้ถล่มทลาย เนื่องด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม เฉียบคม และความชาญฉลาดของการทำงาน</p>
<p><span id="more-5075"></span><br />
<strong>Omnia II</strong></p>
<p><strong><img title="Samsung OMNIA II" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Samsung-OMNIA-II-1024x689.jpg" alt="Samsung OMNIA II" width="491" height="330" /></strong></p>
<p>ใช้ระบบปฏิบัติการ <strong>Windows Mobile Version 6.1</strong> รองรับเครือข่าย <strong>Quadband</strong> (GSM 850/900/1800/1900 MHz), <strong>3G</strong> (900/2100 MHz) และ <strong>HSDPA</strong> 7.2 Mbps/HSUPA 5.76 Mbps มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 3.7 นิ้ว ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ <strong>AMOLED</strong> แสดงผล 65,000 สี ความละเอียด 480 x 800?พิกเซล หากใครชอบจอสีสดๆ เฉียบคมคงจะถูกใจ เพราะยอมรับว่าจอทั้งใหญ่และรีดพลังสีได้เต็มที่จริงๆ</p>
<h4>ตัวเครื่อง</h4>
<p><img title="Omnia II_white_01" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/GT-I8000_white_01-1024x1024.jpg" alt="Omnia II_white_01" width="430" height="430" /><img class="alignnone size-full wp-image-5140" title="Samsung OMNIA II_6" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Samsung-OMNIA-II_6.jpg" alt="Samsung OMNIA II_6" width="432" height="432" /></p>
<p>ตัวเครื่อง <strong>Omnia II</strong> มี 2 สี คือสีน้ำตาลเข้มเคลือบเงา และสีขาว?ด้านหน้ามีปุ่มซอฟต์คีย์ 2 ปุ่ม พร้อมปุ่มเข้าสู่เมนูแบบ TouchWiz UI?ตัวเครื่องด้านซ้าย มีปุ่มปรับระดับเสียง ด้านขวามีปุ่มล็อคหน้าจอ (กดค้าง) ปุ่มลัดกล้องถ่ายภาพ ซึ่งติดอยู่กับปุ่มย้อนกลับเมนูก่อนหน้า ด้านบนตัวเครื่องเป็นช่องเสียบ Micro-USB และช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร</p>
<h4>มาดูขุมพลังกันบ้าง</h4>
<p>Omnia II ใช้ CPU ความเร็ว 800 MHz ให้แบตเตอรีมาตรฐาน Li-Ion 1,500 mAh? พร้อมด้วยหน่วยความจำ 8 GB (เครื่องที่ได้รับการทดสอบ) และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุดถึง 32 GB<br />
ส่วนระบบเชื่อมต่อก็ให้มาอย่างครบถ้วนกระบวนความ ทั้ง WiFi 802.11b/g บลูทูธ Bluetooth v2.0 Micro-USB (USB v2.0) TV-out รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (Bluetooth? stereo sound) ใช้งานอินเทอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser รองรับบราวเซอร์ Opera เวอร์ชั่น 9.5 รวมไปถึงรองรับเทคโนโลยีความเร็วสูงอย่าง 3G, HSDPA, HSCSD, EDGE และ GPRS Class 10 พร้อมด้วยระบบวิทยุ FM radio และระบบแฮนด์ฟรีในตัว (Build-in Handsfree)<br />
เพิ่มเติมด้วยระบบค้นหาตำแหน่งดาวเทียม (Built-In GPS/A-GPS navigation) พร้อมรองรับแผนที่ Google Maps และกล้องดิจิตอล 2 ตำแหน่ง ตัวหลัก 5 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยแฟลช ระบบ Autofocus, Macro, Face Detection, Smile Detection, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (Anti-Shake) อีกทั้งสามารถแนบตำแหน่งบนแผนที่ไปกับภาพถ่าย Geo-tagging มีโหมดถ่ายภาพที่หลากหลาย ได้แก่ Portrait, Landscape, Sunset, Dusk &amp; Dawn, Night Shot, Text, Sport, Back, Light, Party &amp; Indoors, Beach &amp; Snow, Fall Color, Firework และ Candle Light นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอ และรองรับ Video Calling ด้วยกล้อง VGA ตัวหน้า ซึ่งถือว่าลูกเล่นด้านกล้องให้มาอย่างเต็มที่ และสามารถใช้งานได้ดี เสมือนกล้องดิจิตอลตัวเล็กๆเลยทีเดียว</p>
<p><strong>มาดูส่วนของซอฟต์แวร์กันบ้าง</strong></p>
<p><strong><a href="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Samsung-OMNIA-II-31.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5144" title="Samsung OMNIA II (3)" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Samsung-OMNIA-II-31.jpg" alt="Samsung OMNIA II (3)" width="432" height="291" /></a><br />
</strong></p>
<p>ว่าเค้าให้อะไรดีๆมาบ้างใน Omnia II ที่เห็นได้ชัดคงเป็นส่วนของหน้า Today Screen ที่ซัมซุงได้พัฒนาเอา WidgetPlus มาใช้ ทำให้หน้า Today Screen สามารถลาก Widgets ต่างๆ เช่น วันที่ เวลา ปฏิทิน เครื่องเล่นเพลง/วิทยุ มาวางได้ โดยใน Omnia II นี้ได้เพิ่มหน้า Today Screen เป็น 3 หน้าสามารถใช้นิ้วสไลด์ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนไปยังหน้าต่อไปหรือก่อนหน้าได้ โดยในแต่ละหน้าสามารถวาง Widgets ได้ตามต้องการด้วย<br />
นอกจากส่วนของ WidgetPlus แล้วยังมี TouchWiz UI ที่ซัมซุงได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำงานในส่วนของเมนูต่างๆ ทำให้สามารถใช้นิ้วสั่งการได้ โดยแทบจะไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัสเลย เพราะไอคอนและเมนูมีขนาดใหญ่มาก<br />
(ผู้ทดสอบมีนิ้วมือที่ใหญ่ก็ยังสามารถกดได้ค่อนข้างแม่นยำ) และยังมี Cube ที่เป็นลักษณะของเมนูลัดเข้าสู่ส่วนต่างๆ ได้แก่ Photos, Music, Video, Contacts, Games และ Browser เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้สามารถเข้าถึงเมนูต่างๆได้ง่ายดาย<br />
แต่ในส่วนของ Virtual Keyboard บางครั้งก็กดพลาดบ้าง เนื่องด้วยปุ่มมีขนาดเล็ก อาจจะต้องใช้ปากกา<br />
สไตลัสช่วยบ้างสำหรับผู้ที่นิ้วใหญ่</p>
<p><strong>ด้านแอพพลิเคชั่นสุดฮอต</strong></p>
<p><strong><img class="alignnone size-full wp-image-5141" title="Samsung OMNIA II (4)" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Samsung-OMNIA-II-4.jpg" alt="Samsung OMNIA II (4)" width="432" height="432" /><br />
</strong></p>
<p>อย่างเช่น Facebook, YouTube, CNN, Picasa, Photobucket, Myspace ก็มีมาให้เรียกว่า ออนไลน์กันได้เลยทันที นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจอีก เช่น? Midomi ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลเพลง คล้ายๆกับ Shazam ใน iPhone, Smart Reader ใช้สแกนนามบัตร และ Video Editor? ใช้สำหรับตัดต่อวิดีโอ หรือสร้างวิดีโอคลิป<br />
ส่วนแอพพลิเคชั่นอื่นที่มากับเครื่องพื้นฐานทั่วๆไป เช่น กล้อง ปฏิทิน อัลบั้มรูปถ่าย Windows Live Messenger รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นเอกสารอย่าง Office mobile และ Adobe Reader LE ก็มีมาให้ครบในแบบฉบับ Windows Mobile นอกเหนือจากนี้ก็สามารถหาดาวน์โหลดเอาได้ตามอัธยาศัย</p>
<blockquote><p>โดยสรุป Samsung Omnia II มีจุดน่าประทับใจคือ จอแสดงผลขนาดใหญ่ที่สามารถแสดงสีสันได้สวยงาม สดใสสมชื่อซัมซุง กล้องดิจิตอลที่ถ่ายภาพออกมาได้คมชัด และความสามารถการทำงานที่ครอบคลุมหลายด้านไม่ต้องหาอะไรมาเพิ่มเติมมากนัก</p></blockquote>
<p>ส่วนข้อที่เป็นจุดหักคะแนนคือ จุดบอดซึ่ง Pocket Pc Phone ยังแก้ไม่หายคือ อาการเครื่องหน่วง หรือค้าง ไปเสียเฉยๆ แม้ว่ารุ่นหลังๆจะได้รับการใส่ CPU ที่ความเร็วสูงๆแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงทำงานได้ไม่ราบลื่นดีพอ สำหรับ Omnia II ก็มีอาการที่ว่าดังกล่าวนี่บ้าง อาจเป็นเพราะตัว Interface ทั้งสอง (WidgetPlus และ TouchWiz UI) ที่มาทำงานแทนระบบปกติ จึงทำให้ใช้ทรัพยากรของเครื่องมากไป แต่หากไม่ชอบก็สามารถปิดได้เครื่องก็จะทำงานได้เร็วขึ้น และระบบทัชสกรีนที่ยังคงตอบสนองได้ไม่แม่นยำ ออกอาการต้องจิ้มหลายๆครั้ง โดยเฉพาะคีบอร์ด ใครที่ไม่คุ้นเคยอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวบ้าง</p>
<p>ท้ายนี้ ในส่วนอื่นๆ Omnia II ก็ทำได้ครอบคลุมดี แต่ด้วยค่าตัวขนาดนี้ ทำให้มีคู่แข่งเยอะในระดับค่าตัวเดียวกัน (ทั้งระบบปฏิบัติการเดียวกันและระบบปฏิบัติการอื่นๆ) อย่างไรก็ตามพัฒนาการของระบบอินเทอร์เฟส ทัชสกรีนใน Windows Mobile ก็ยังคงเป็นที่น่าจับตามองต่อไป หากยังหยุดนิ่งก็อาจมีแววว่าได้ปิดตำนาน Windows Mobile แน่นอน</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5075&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/gadget-review/samsung-omnia-ii.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลุ่มบริษัทโซนี่จัดกิจกรรมเพื่อสังคม Someone Needs You</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/sony-someone-needs-you-2009.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/sony-someone-needs-you-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Nov 2009 08:01:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[Someone Needs You]]></category>
		<category><![CDATA[sony]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทโซนี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซนี่]]></category>
		<category><![CDATA[โซนี่ ซัพพลายเชน โซลูชั่นส์]]></category>
		<category><![CDATA[โซนี่แบ่งปันสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=4933</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
เมื่อเร็ว ๆ นี้ พนักงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด และ บริษัท โซนี่ ซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคมประจำปี ภาย ใต้ชื่อ ?Someone Needs You? โดยพนักงานได้ช่วยกันรวบรวมของเล่นสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้วจำนวนกว่า 550 ชิ้น พร้อมด้วยเงินบริจาค 30,000 บาท และผลิตภัณฑ์โซนี่มอบให้แก่มูลนิธิยุวพัฒน์
สำหรับนำไปใช้ในโครงการห้องสมุดของเล่นสำหรับเด็กที่?? ขาดแคลนโอกาส เพื่อสร้างเสริมทักษะการเรียนรู้ พัฒนาการ และความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังทัศนคติที่ดี สร้างจิตสาธารณะให้แก่เด็ก และเยาวชน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fsony-someone-needs-you-2009.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ พนักงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากบริษัท โซนี่ ไทย จำกัด และ บริษัท โซนี่ ซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคมประจำปี ภาย ใต้ชื่อ ?Someone Needs You? โดยพนักงานได้ช่วยกันรวบรวมของเล่นสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้วจำนวนกว่า 550 ชิ้น พร้อมด้วยเงินบริจาค 30,000 บาท และผลิตภัณฑ์โซนี่มอบให้แก่มูลนิธิยุวพัฒน์<br />
<span id="more-4933"></span>สำหรับนำไปใช้ในโครงการห้องสมุดของเล่นสำหรับเด็กที่?? ขาดแคลนโอกาส เพื่อสร้างเสริมทักษะการเรียนรู้ พัฒนาการ และความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังทัศนคติที่ดี สร้างจิตสาธารณะให้แก่เด็ก และเยาวชน ให้รู้จักการแบ่งปันน้ำใจ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการรณรงค์ให้พนักงานได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม? และความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-4934" title="Sony-Someone-Needs-You-2009" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Sony-Someone-Needs-You-2009.jpg" alt="Sony-Someone-Needs-You-2009" width="405" height="272" /></p>
<p>กิจกรรม ?Someone Needs You? ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคม สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (ที่ 2 จากขวา) และคุณวิเชียร พงศธร? ประธานกรรมการมูลนิธิยุวพัฒน์ (ขวาสุด) มาเป็นผู้รับมอบจากคณะผู้บริหารโซนี่ นำโดย คุณโสภาพิมพ์ (เศรษฐบุตร) สิมะกุลธร รองผู้แทนอาวุโสกลุ่มบริษัทโซนี่ในประเทศไทย (ที่ 3 จากขวา) คุณชัชระวี สมิทธิลีลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ซัพพลายเชน โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณไทสุเกะ นากานิชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด (ที่ 2 จากขวา) โดยมีคุณดนัย อุดมโชค (ซ้ายสุด) มาร่วมมอบของที่ระลึกส่วนตัวให้แก่เด็ก ๆ ด้วย</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=4933&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/sony-someone-needs-you-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>DCP?375CW จากบราเดอร์ เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น เครื่องเดียวคุ้ม 4 ฟังก์ชั่น</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/dcp%e2%80%93375cw-brother.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/dcp%e2%80%93375cw-brother.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2009 06:56:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[brother]]></category>
		<category><![CDATA[DCP?375CW]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[priter]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[บราเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพรินท์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=4900</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ทั้งงานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน และไดเร็คพริ้นต์ พร้อมเน็ตเวิร์คไร้สาย
สุดยอดเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นจากบราเดอร์ ให้คุณใช้งานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน ได้ในเครื่องเดียว พร้อมระบบเน็ตเวิร์คแบบไร้สายจากที่มอบความสะดวก รวดเร็ว ให้ทุกการทำงานของคุณ
สามารถสั่งงานที่ไหนๆ ภายในบ้าน หรือ โฮมออฟฟิศได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสาย ให้ยุ่งยาก ในราคาที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ให้ประสิทธิภาพการทำงาน ที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ด้วยโหมดการพิมพ์ทั้งสีและขาวดำ ความละเอียดถึง 1,200 x 6,000 dpi ให้คุณภาพงานพิมพ์ที่สวยคมชัดทั้งภาพและตัวอักษร สแกนคุณภาพเยี่ยมด้วยความละเอียดสูงสุด 19,200 x 19,200 dpi ได้ทั้งแบบรูปภาพ OCR, อีเมล ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fdcp%25e2%2580%2593375cw-brother.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ทั้งงานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน และไดเร็คพริ้นต์ พร้อมเน็ตเวิร์คไร้สาย<br />
สุดยอดเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นจากบราเดอร์ ให้คุณใช้งานพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกน ได้ในเครื่องเดียว พร้อมระบบเน็ตเวิร์คแบบไร้สายจากที่มอบความสะดวก รวดเร็ว ให้ทุกการทำงานของคุณ<span id="more-4900"></span></p>
<p>สามารถสั่งงานที่ไหนๆ ภายในบ้าน หรือ โฮมออฟฟิศได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสาย ให้ยุ่งยาก ในราคาที่ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ให้ประสิทธิภาพการทำงาน ที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ด้วยโหมดการพิมพ์ทั้งสีและขาวดำ ความละเอียดถึง 1,200 x 6,000 dpi ให้คุณภาพงานพิมพ์ที่สวยคมชัดทั้งภาพและตัวอักษร สแกนคุณภาพเยี่ยมด้วยความละเอียดสูงสุด 19,200 x 19,200 dpi ได้ทั้งแบบรูปภาพ OCR, อีเมล ไฟล์ การ์ด ได้อีกด้วย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-4901" title="DCP-375CWFront_brother-printer" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/DCP-375CWFront_brother-printer.jpg" alt="DCP-375CWFront_brother-printer" width="385" height="248" /></p>
<p>นอกจากนี้ DCP ? 375CW ยังสามารถสั่งพิมพ์ภาพโดยตรงจากเมมโมรีการ์ด และการเชื่อมต่อสาย USB จากโทรศัพท์มือถือ ที่ให้ความสะดวกรวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ พร้อมรับประกันถึง 2 ปี ประสิทธิภาพขนาดนี้ ในราคาเพียง 3,690 บาท เท่านั้น</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=4900&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/dcp%e2%80%93375cw-brother.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อีเบย์ เปิดตัวเว็บใหม่ The Inside Source ดิจิตัลแมกกาซีนเรื่องเล่าจากนักช้อปอีเบย์</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/the-inside-source.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/the-inside-source.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Nov 2009 07:04:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อีเบย์]]></category>
		<category><![CDATA[เพย์พาล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=4794</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
อีเบย์ ตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว ?ดิ อินไซด์ ซอร์ส? (The Inside Source) นิตยสารดิจิตัลคู่มือนักช้อปสุดอินเทรนด์ เผยข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าของทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขายบนเว็บไซต์อีเบย์ รวมกว่า 89 ล้านคนทั่วโลก พร้อมอัพเดทข่าวสดใหม่รายวัน รวมทั้งบทความและบทวิเคราะห์จากนักข่าวและนักเขียนซึ่งเป็นสมาชิกชุมชนออนไลน์อีเบย์ 
มร. อลัน มาร์กส์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรของอีเบย์ กล่าวว่า ?ลองนึกดูสิครับว่าในทุกวินาที ทุกๆ คนในสหรัฐฯ ต่างก็บอกอีเบย์ว่าพวกเขาต้องการอะไรโดยเข้ามาเสิร์ชหาสินค้าที่ต้องการในอีเบย์ ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ประกาศขายอยู่กว่า 200 ล้านรายการ เรื่องราวของผู้ขายมากกว่า 25 ล้านคน และข้อมูลการซื้อสินค้านับหลายล้านชิ้นในแต่ละวันแล้ว เราก็จะเห็นพลังของผู้บริโภค ซึ่งมีเพียงอีเบย์เท่านั้นที่สามารถไขกุญแจสู่เทรนด์ล่าสุดแห่งการเลือกซื้อสินค้า ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fthe-inside-source.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>อีเบย์ ตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว ?ดิ อินไซด์ ซอร์ส? (The Inside Source) นิตยสารดิจิตัลคู่มือนักช้อปสุดอินเทรนด์ เผยข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าของทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขายบนเว็บไซต์อีเบย์ รวมกว่า 89 ล้านคนทั่วโลก พร้อมอัพเดทข่าวสดใหม่รายวัน รวมทั้งบทความและบทวิเคราะห์จากนักข่าวและนักเขียนซึ่งเป็นสมาชิกชุมชนออนไลน์อีเบย์ <span id="more-4794"></span><br />
มร. อลัน มาร์กส์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรของอีเบย์ กล่าวว่า ?ลองนึกดูสิครับว่าในทุกวินาที ทุกๆ คนในสหรัฐฯ ต่างก็บอกอีเบย์ว่าพวกเขาต้องการอะไรโดยเข้ามาเสิร์ชหาสินค้าที่ต้องการในอีเบย์ ซึ่งเมื่อรวมกับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ประกาศขายอยู่กว่า 200 ล้านรายการ เรื่องราวของผู้ขายมากกว่า 25 ล้านคน และข้อมูลการซื้อสินค้านับหลายล้านชิ้นในแต่ละวันแล้ว เราก็จะเห็นพลังของผู้บริโภค ซึ่งมีเพียงอีเบย์เท่านั้นที่สามารถไขกุญแจสู่เทรนด์ล่าสุดแห่งการเลือกซื้อสินค้า ความคลั่งไคล้ในป๊อปคัลเจอร์ และสินค้ามากมายที่นักช้อปนิยมมาเลือกซื้อบนอีเบย์ โดยรวบรวมออกมาเป็น The Inside Source?</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-4795" title="Inside-Source-website" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/Inside-Source-website.jpg" alt="Inside-Source-website" width="459" height="328" /></p>
<p>สำหรับบทบรรณาธิการของ The Inside Source นั้นได้รับการบริหารดูแลโดย เมอริดิธ บาร์เนท ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อดิจิตัล บริษัท ไลฟ์ไทม์ ดิจิตัล ทั้งนี้ เนื้อหาของบทบรรณาธิการครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เทคโนโลยี รถยนต์ บ้านและสวน ป๊อปคัลเจอร์ รวมถึงการดำเนินชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นฝีมืองานเขียนของนักเขียนที่เคยทำงานให้กับนิตยสารชั้นนำ อาทิ Lucky, W, Allure, Daily Candy และ The New Yorker<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-4796" title="alan_marks" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/11/alan_marks.jpg" alt="alan_marks" width="211" height="259" /><br />
นอกจากเนื้อหาสดใหม่ที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อนแล้ว The Inside Source ยังมีเซคชั่นพิเศษที่จับภาพสดแบบเรียลไทม์ของกิจกรรมการซื้อ-ขายบนตลาดออนไลน์อีเบย์ เช่น สินค้าที่มีผู้ซื้อจับตาดูการประมูลอยู่มากที่สุด และคีย์เวิร์ดการเสิร์ชที่ใช้กันมากที่สุด? ท่านสามารถค้นหาเทรนด์ล่าสุดได้ที่ http://www.theinsidesource.com</p>
<p><strong>เกี่ยวกับอีเบย์ </strong><br />
อีเบย์ อิงค์ เชื่อมโยงผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก และเปิดโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ร่วมกัน ด้วยแพลทฟอร์มทางอินเตอร์เน็ตที่สร้างขึ้นสำหรับการซื้อขายสินค้า และบริการระบบการชำระเงินและการสื่อสารออนไลน์? อีเบย์ อิงค์ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2538 และได้ขยายธุรกิจสู่แบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ อีเบย์ (eBay) ตลาดออนไลน์ชั้นนำของโลก เพย์พาล (PayPal) ระบบการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ สไกพ์ (Skype) ซอฟท์แวร์การสื่อสารทางโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สตับฮับ (StubHub) ตลาดออนไลน์สำหรับซื้อขายตั๋วชมการแสดงและการแข่งขันกีฬา และช้อปปิ้งดอทคอม(Shopping.com) เว็บไซต์อำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตโดยเปรียบเทียบข้อมูลจากร้านค้าออนไลน์ทั้งหมด ทั้งนี้ อีเบย์มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานโฮเซ่ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=4794&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/the-inside-source.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อะโดบีเปิดตัว Photoshop.com Mobile สำหรับ iPhone</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/photoshop-dot-com-on-iphone.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/photoshop-dot-com-on-iphone.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Nov 2009 11:30:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[app store]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[iphone app]]></category>
		<category><![CDATA[photoshop on mobile]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[โฟโต้ช้อปออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน แอป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=4719</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
บริษัท อะโดบี ซิสเต็มส์ อินคอร์เปอเรทเต็ด เปิดตัว Photoshop.com Mobile สำหรับ iPhone? แอปพลิเคชั่นใหม่ล่าสุดจากอะโดบีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการนำเทคโนโลยีจัดการภาพดิจิตอลที่ดีที่สุดในโลกสู่มือผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ Photoshop.com Mobile ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสูงสุดในการปรับแต่งภาพถ่าย, ใส่เอฟเฟ็กต์ และแชร์ภาพ ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ผู้ใช้จะได้รับ Photoshop.com Account รวมถึงบริการแชร์ภาพและพื้นที่ฟรีสำหรับแบ็คอัพข้อมูล ช่วยลดพื้นที่ใช้งานบน iPhone ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ฟรีที่ แอปสโตร์ (App Store) ของแอปเปิล (Apple)
Photoshop.com Mobile for iPhone มาพร้อมความสามารถในการพรีวิวภาพแบบ Full Screen และการควบคุมการอีดิตภาพด้วยนิ้ว ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fphotoshop-dot-com-on-iphone.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p><strong>บริษัท อะโดบี ซิสเต็มส์ อินคอร์เปอเรทเต็ด</strong> เปิดตัว <strong>Photoshop.com</strong> Mobile สำหรับ <strong>iPhone</strong>? แอปพลิเคชั่นใหม่ล่าสุดจากอะโดบีที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการนำเทคโนโลยีจัดการภาพดิจิตอลที่ดีที่สุดในโลกสู่มือผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ Photoshop.com Mobile ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสูงสุดในการปรับแต่งภาพถ่าย, ใส่เอฟเฟ็กต์ และแชร์ภาพ ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ผู้ใช้จะได้รับ Photoshop.com Account รวมถึงบริการแชร์ภาพและพื้นที่ฟรีสำหรับแบ็คอัพข้อมูล ช่วยลดพื้นที่ใช้งานบน iPhone ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ฟรีที่ แอปสโตร์ (App Store) ของแอปเปิล (Apple)<span id="more-4719"></span></p>
<p>Photoshop.com Mobile for iPhone มาพร้อมความสามารถในการพรีวิวภาพแบบ Full Screen และการควบคุมการอีดิตภาพด้วยนิ้ว มีเครื่องมือสำคัญๆมาให้ครบทั้ง Crop, Rotate และ Flip ผู้ใช้สามารถปรับแต่งสีรูปภาพได้ด้วยการปรับ Saturation และ Tint นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสว่างและความสดของภาพได้ รวมไปถึงความสามารถในการเปลี่ยนสีภาพจากภาพสีไปเป็นภาพขาวดำด้วย</p>
<p>Photoshop.com Mobile for iPhone มีเอฟเฟกต์ต่างๆมาให้เลือกใช้มากมาย เช่น Sketch สำหรับเปลี่ยนภาพถ่ายไปเป็นภาพวาด และ Soft Focus ที่จะทำให้ภาพดูซอฟต์เหมือนภาพที่ถ่ายด้วยซอฟต์ฟิลเตอร์ ผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยน ?Look and Feel? ของภาพได้ง่ายๆแค่คลิกเดียวด้วยเอฟเฟกต์ เช่น Warm Vintage, Vignette และ Pop และสุดท้ายผู้ใช้สามารถยกเลิกการแก้ไขที่ทำไปทั้งหมดได้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่สูญเสียภาพต้นฉบับไปอย่างแน่นอน</p>
<p>หลังปรับแต่งเสร็จ ผู้ใช้สามารถอัพโหลดภาพจาก iPhone ไปไว้ที่ Photoshop.com Account เพื่อเรียกดูในภายหลังได้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ Photoshop.com Mobile for iPhone ยังมีกระเป๋าสตางค์ดิจิตอลมาให้สำหรับให้ผู้ใช้เข้าถึง Photoshop.com Library ได้โดยตรงจาก iPhone ยิ่งกว่านั้น Photoshop.com ยังมีพื้นที่ฟรีให้อีก 2GB หรือประมาณ 1,500 ภาพสำหรับเก็บความทรงจำที่น่าประทับใจของคุณ</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Photoshop.com Mobile for iPhone ที่ <a href="http://www.mobile.photoshop.com/iphone">www.mobile.photoshop.com/iphone</a></p>
<p>Adobe Photoshop.com Mobile for iPhone สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก ?แอปสโตร์? (App Store) หรือที่ <a href="http://itunes.apple.com/WebObjects/MZStore.woa/wa/viewSoftware?id=331975235&amp;mt=8">http://itunes.apple.com/WebObjects/MZStore.woa/wa/viewSoftware?id=331975235&amp;mt=8</a>?</p>
<p>?</p>
<blockquote><p>อย่างไรก็ตามแอปพลิเคชั่นดังกล่าวมีบริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น</p></blockquote>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=4719&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/photoshop-dot-com-on-iphone.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

