<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital, Lifestyle and more &#187; digital lifestyle</title>
	<atom:link href="http://www.dplusmag.com/tag/digital-lifestyle/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dplusmag.com</link>
	<description>Digital Lifestyle magazine</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Oct 2011 04:36:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เด็กไทยสร้างชื่อ ชนะ 4 รางวัลจากงานอินเทล ไอเซฟ 2010</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 10:52:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel isef]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6587</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากการแข่งขันผลงานวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้ชื่อว่าการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทลไอเซฟ (Intel ISEF) โดยผลงานจากนักเรียนไทยทั้งหมด 4 โครงงาน ประกอบด้วยโครงงานเดี่ยว 3 โครงงาน และโครงงานกลุ่ม 1 โครงงาน ได้รับรางวัลแกรนด์อวอร์ด (Grand Award) และสเปเชี่ยลอวอร์ด (Special Award) จากการประกวดครั้งนี้ โครงงานประเภทเดี่ยวของนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลได้แก่ โครงงานที่มีชื่อว่า “ผลของสารสกัดจากพืชวงศ์ Euphorbiaceae กำจัดกลุ่มปูนา Somanniathelphusa sexpucntata” พัฒนาโดย นางสาวมาลินี มีทา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a5-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%259f-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>วันนี้ อินเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลจากการแข่งขันผลงานวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้ชื่อว่าการประกวดผลงานทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ระดับนานาชาติ หรืออินเทลไอเซฟ (Intel ISEF) โดยผลงานจากนักเรียนไทยทั้งหมด 4 โครงงาน ประกอบด้วยโครงงานเดี่ยว 3 โครงงาน และโครงงานกลุ่ม 1 โครงงาน ได้รับรางวัลแกรนด์อวอร์ด (Grand Award) และสเปเชี่ยลอวอร์ด (Special Award) จากการประกวดครั้งนี้ <span id="more-6587"></span>โครงงานประเภทเดี่ยวของนักเรียนไทยที่ได้รับรางวัลได้แก่ โครงงานที่มีชื่อว่า “ผลของสารสกัดจากพืชวงศ์ Euphorbiaceae กำจัดกลุ่มปูนา Somanniathelphusa sexpucntata” พัฒนาโดย นางสาวมาลินี มีทา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนพนมสารคาม &#8220;พนมอดุลวิทยา&#8221; จังหวัด ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับ รางวัลที่ 3 ประเภทแกรนด์ อวอร์ด เป็นทุนการศึกษามูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐ  สำหรับโครงงาน“ผลตอบแทนและคุณภาพของยางก้อนถ้วยระหว่างการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพกับกรดฟอร์มิก” พัฒนาโดยนายศุภชัย นิลดำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จังหวัดศรีสะเกษได้รับรางวัลที่ 4 ประเภทแกรนด์ อวอร์ด ในสาขา วัสดุและชีววิศวกรรม เป็นทุนการศึกษามูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ และโครงงานที่มีชื่อว่า “การศึกษาโบราณชีววิทยาของหอยฝาเดียวยุคเพอร์เมียน บริเวณเขาน้อย อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์” พัฒนาโดย นายฉัตรเฉลิม  เกษเวชสุริยา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับรางวัลที่ 3 ประเภท Special Awards จากกรมทรัพยากรธรณีของประเทศสหรัฐอเมริกา (American Geological Institute) เป็นทุนการศึกษามูลค่า 250 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ โครงงานกลุ่มที่มีชื่อว่า “ผลของการดัดแปลงสี รสชาติ และกลิ่นของเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารจากธรรมชาติต่อการป้องกันนกกินข้าวในนาหว่าน” พัฒนาโดย นางสาวสายฝน นภนิภา และนางสาวอภิชญา นพเลิศ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนพนมสารคาม &#8220;พนมอดุลวิทยา&#8221; จังหวัด ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลที่ 4 ประเภท  แกรนด์ อวอร์ด เป็นทุนการศึกษามูลค่า 500 เหรียญสหรัฐ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6588" title="ISEF-Top-Three" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/06/ISEF-Top-Three.jpg" alt="ISEF-Top-Three" width="560" height="366" /></p>
<p>นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทย ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้งในงานอินเทล ไอเซฟ ที่เป็นการแสดงความสามารถทางวิชาวิทยาศาสตร์ของนักประดิษฐ์ และผู้นำรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์โดยในปีนี้มีผู้ประกวดจากทั่วโลกกว่า1,600 คน และหากดูจากความยอดเยี่ยมของผลงานที่นำมาแสดงในครั้งนี้ ผมมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า ผลงานสร้างสรรค์ที่น่าตื่นเต้นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะยิ่งทำให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับวันนี้และอนาคต”</p>
<p>งานอินเทล ไอเซฟในปี 2010 นี้ มีการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ 1,611 คนจากประเทศต่างๆ 59 ประเทศ โดยนอกเหนือจากผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศที่กล่าวกันไปแล้ว ยังมีผู้ที่ได้รับรางวัลอื่นๆ อีกกว่า 600 คนที่ได้รับรางวัลสำหรับผลงานที่สร้างสรรค์และโดดเด่น ซึ่งรางวัลเหล่านี้แบ่งออกเป็น 19 สาขา โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละสาขาจะได้รับรางวัลคนละ 8,000 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ มูลนิธิอินเทลยังมอบทุนการศึกษาแก่โรงเรียนของผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ อีกรางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐ และสำนักงานตัวแทนการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติของอินเทลในท้องถิ่นที่นักเรียนเหล่านี้เป็นตัวแทนอยู่อีกรางวัลละ 1,000 เหรียญสหรัฐอีกด้วย</p>
<p>สมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ เป็นองค์กรการกุศลที่อุทิศตนเพื่อการวิจัย และการให้การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชน โดยดูแลการจัดแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติมาตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2493</p>
<p>อลิซาเบธ มารินโคลา ประธานของสมาคมผลงานด้านเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะ กล่าวว่า “เราขอแสดงความยินดีต่อนักเรียนผู้ชนะ ที่มีแรงผลักดันและความอยากรู้อยากเห็นของการไขปัญหาด้านวิทยาศาสตร์ที่ท้าทายที่สุดในโลก ผลงานของนักเรียนที่มีความสามารถเหล่านี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจสำหรับพวกเราทุกคน และเรามีความมั่นใจว่านักเรียนเหล่านี้จะยังคงทำงานเพื่อไขปัญหาต่างๆในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้าอย่างแน่นอน” ผู้ที่เข้าร่วมงานอินเทลไอเซฟ 2010 นี้เป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากการประกวดต่างๆ กว่า 539 งานทั่วโลก โครงงานของพวกเขาจะถูกพิจารณาและให้คะแนนจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับวุฒิดุษฏีบัณฑิต หรือเทียบเท่าและมีประสบการณ์การทำงานที่ช่ำชองในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 คน รายชื่อของผู้เข้าประกวดทั้งหมดสามารถดูได้ที่ www.societyforscience.org/intelisef2010 ผู้เข้าร่วมงานอินเทลไอเซฟนี้ได้รับการสนุนร่วมกันระหว่างบริษัทอินเทล และมูลนิธิอินเทล รวมถึงหน่วยงานเอกชน องค์กรทางการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ อีกหลายหน่วยงาน หนึ่งในความพิเศษของงานในปีนี้คือการได้รับความสนับสนุนหลักจากบริษัทกูเกิล</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล ไอเซฟ 2010ได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/events/isef2010  และติดตามอัพเดทกิจกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิดได้ที่ เฟสบุ๊ค www.facebook.com/pages/Inspired-by-Education/32855637280 และทวิตเตอร์ได้ที่ www.twitter.com/intelinspire. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาคมเพื่อวิทยาศาสตร์และสาธารณะสามารถดูได้ที่ www.societyforscience.org.</p>
<h3><strong>รางวัลกอร์ดอน อี มัวร์</strong></h3>
<p>ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการแจกรางวัลกอร์ดอน อี มัวร์ให้แก่ผู้ชนะเลิศในงานอินเทล ไอเซฟ 2010 รางวัลนี้พร้อมทั้งทุนการศึกษามูลค่า 75,000 เหรียญสหรัฐจากมูลนิธิอินเทล ได้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่กอร์ดอน มัวร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง รวมทั้งเป็นประธานและซีอีโอที่เกษียณอายุการทำงานไปแล้วของอินเทล มัวร์เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจาก “กฎของมัวร์” ที่กลายเป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มานานกว่า 45 ปี ในการพัฒนาชิพให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปพร้อมๆกับลดต้นทุนของระบบอิเล็กทรอนิกส์ลง ถ้าหากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัวร์ กรุณาเข้าไปดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/bios/moore.htm</p>
<h3>โครงการเพื่อการศึกษาของอินเทล</h3>
<p>ความมุ่งมั่นในด้านการพัฒนาการศึกษาของอินเทลมีขอบเขตมากกว่างานอินเทล ไอเซฟ โดยในช่วงเวลาเพียง 1 ทศวรรษที่ผ่านมาอินเทล ได้ลงทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และพนักงานของอินเทลทั่วโลกได้ทุ่มเทเวลากว่า 2.5 ล้านชั่วโมงเพื่อการพัฒนาการศึกษาในประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อการศึกษาจากอินเทลสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.intel.com/education และ blogs.intel.com/csr ผู้สนใจยังสามารถเข้าร่วมชุมชนเพื่อการแบ่งปันเรื่องราวที่จะเป็นเสียงที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการศึกษาทั่วโลกได้ที่ www.inspiredbyeducation.com.</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6587&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อินเทล ต่อยอดนวัตกรรม อินเทล™ คอร์™ 2010 โปรเซสเซอร์</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 May 2010 10:04:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel core 2010]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทลTM เอชดี กราฟฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล™ คอร์™ 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6581</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ตัวเลข 32 เป็นตัวเลขสำคัญเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ตัวใหม่นี้ – เป็นโปรเซสเซอร์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร  ที่จะทำให้แล็ปท็อปบางเฉียบลงถึงร้อยละ 32 และมีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นร้อยละ 32 
·        โปรเซสเซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างอัจฉริยะ โดยเป็นการผสมผสานดีไซน์ที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างลงตัว เพื่อตอบรับแล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบในปัจจุบัน ที่มีความหนาแค่ 0.8 ถึง 1 นิ้วในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าแล็ปท็อปแบบเก่า 1-2 ปอนด์
·        เทคโนโลยีล่าสุดชั้นยอดมากมายถูกรวบรวมไว้ในโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น เช่นอินเทล  เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมต่างๆ จะเร็วขึ้น และอินเทล เอชดี อินทิเกรทกราฟฟิกการ์ดจะทำให้ภาพคมชัดและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
อินเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F2010-intel-core.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ตัวเลข 32 เป็นตัวเลขสำคัญเกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ตัวใหม่นี้ – เป็นโปรเซสเซอร์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร  ที่จะทำให้แล็ปท็อปบางเฉียบลงถึงร้อยละ 32 และมีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นร้อยละ 32 <span id="more-6581"></span><br />
·        โปรเซสเซอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอย่างอัจฉริยะ โดยเป็นการผสมผสานดีไซน์ที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างลงตัว เพื่อตอบรับแล็ปท็อปรุ่นบางเฉียบในปัจจุบัน ที่มีความหนาแค่ 0.8 ถึง 1 นิ้วในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าแล็ปท็อปแบบเก่า 1-2 ปอนด์</p>
<p>·        เทคโนโลยีล่าสุดชั้นยอดมากมายถูกรวบรวมไว้ในโปรเซสเซอร์รุ่นนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น เช่นอินเทล  เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมต่างๆ จะเร็วขึ้น และอินเทล เอชดี อินทิเกรทกราฟฟิกการ์ดจะทำให้ภาพคมชัดและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น</p>
<p>อินเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ล่าสุดเปิดตัว อินเทลTM คอร์TM โปรเซสเซอร์  (Intel® Core™ processors)รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อยอดของโปรเซสเซอร์ตระกูลคอร์สู่ อัลตร้าทิน แล็ปท็อป เพื่อรองรับแล็ปท็อปแบบบางเฉียบมีรูปแบบทันสมัยมากยิ่งขึ้น ให้ผู้ใช้งานมีความคล่องตัวสามารถพกพาไปไหนได้สะดวกด้วยความหนาไม่ถึง 1 นิ้ว และน้ำหนักเบาเพียง 2-5 ปอนด์เท่านั้น ให้ประสิทธิภาพเยี่ยม ในขณะที่กินไฟต่ำ และมีอายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ยาวนานขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีอิสระ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6583" title="intel-core-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/intel-core-2010.jpg" alt="intel-core-2010" width="426" height="266" /></p>
<p>ด้วยพื้นฐานการผลิตจากเทคโนโลยีการผลิต 32 นาโนเมตร โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ของอินเทลนี้มีขนาดเล็กลงถึงร้อยละ 321 และมีประสิทธมีสูงขึ้น ถึงร้อยละ 322 ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบา ดีไซน์บางเก๋ทันสมัย นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุดนี้ยังกินไฟน้อยลงกว่าร้อยละ 15 ส่งผลให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานไม่มีใครเทียบได้</p>
<p>มูลี่ อีเดน รองประธานและผู้จัดการทั่วไปแผนกลูกค้ากลุ่มพีซีของอินเทล กล่าว “ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองหาแล็ปท็อปที่มีสมรรถนะสูง และมีดีไซน์ทันสมัย ซึ่งอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ 2010 แบบอัลตร้า-โลว์ โวลเทจ ในอัลตร้าติน แล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้ ได้รวมจุดเด่นทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้แล็ปท็อปสามารถมีดีไซน์บางเฉียบและประสิทธิภาพที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ และด้วยความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการผลิต Hi-k metal gate ในระดับ 32 นาโนเมตร ประกอบกับความก้าวหน้าในการออกแบบและดีไซน์ ส่งผลให้แล็ปท๊อปมีประสิทธิภาพเร็วขึ้น เบา และบางกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังกินไฟต่ำด้วย ไม่เพียงแค่ตัวแล็ปท๊อปเท่านั้นที่สามารถพกพาได้สะดวกมากขึ้น แต่ชิปประมวลผลภายในเครื่องรุ่นล่าสุดนี้ยังสามารถตอบสนองต่อการทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น และเวลาที่ใช้รอเครื่องประมวลผลลดน้อยลงอีกด้วย”</p>
<p>นอกจากนี้ โปรเซสเซอร์บางรุ่นยังมีเทคโนโลยีที่โดดเด่น คือ อินเทลTM เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี4 (Intel® Turbo Boost Technology)ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับระดับการทำงานให้ตรงต่อความต้องการได้โดยอัตโนมัติ เมื่อต้องรับงานหนักการทำงานของโปรแกรมหนัก โปรเซสเซอร์จะเร่งความเร็วขึ้น และลดความเร็วลงเพื่อประหยัดพลังงานได้ในขณะที่เครื่องไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่ ทำให้เครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอินเทลTM ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง เทคโนโลยี5 (Intel® Hyper-Threading Technology) ที่มีอยู่ในอินเทลTM คอร์TM ไอเซเว่น  (Intel® Core™ i7) อินเทลTM คอร์TM ไอไฟว์ (Intel® Core i5) และอินเทลTM คอร์TM ไอทรี (Intel® Core i3 ) โปรเซสเซอร์ ยังช่วยทำให้เครื่องสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าจะทำงานหลายอย่างพร้อมกันก็ตาม</p>
<p>อินเทลTM เอชดี กราฟฟิก (Intel® HD Graphics) เป็นตัวช่วยให้โปรเซสเซอร์ประมวลผลภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและคมชัด สีสันสดใส พร้อมทั้งทำให้ภาพ และเสียงที่เกิดจากการเล่นวิดีโอไฮเดฟินิชั้น (HD) และออดิโอ เพลย์แบ็คนั้นราบลื่น ไม่มีสะดุด</p>
<p>นอกจากนี้ โมบายล์ อินเทล™ 5 ซีรี่ย์ ชิปเซ็ต Intel® 5 Series Chipset ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ถูกออกแบบมาสำหรับอัลตร้า-โลว์ โวลเทจ แล็ปท็อป ที่รองรับการทำงานอย่างสลับซับซ้อนของวิดีโอ และออดิโอต่างๆโดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของข้อมูล และเครื่องพีซีให้ดียิ่งขึ้น ด้วย อินเทล™ แอนตี้-เธฟ เทคโนโลยี (Intel® Anti-Theft Technology) พร้อมกันนี้ยังสามารถป้องกันข้อมูลดิจิตอลของผู้ใช้งานได้อีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ จะมีแล็ปท็อปที่ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ อาทิ เอเซอร์ อัสซุส และเลอโนโว รวมกว่า 40 รุ่น วางจำหน่ายในราคาที่หลากหลาย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และรูปภาพของผลิตภัณฑ์ สามารถดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/ultrathin หรืออยากทราบว่าอัลตร้าธิน เป็นประโยชน์กับผู้ที่ชื่นชอบโมบายล์ไลฟ์สไตล์แบบคุณได้อย่างไร เข้าไปที่บล็อก Intel Inside Scoop</p>
<h3>เกี่ยวกับอินเทล</h3>
<p>อินเทล เป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล รวมทั้งการออกแบบ และสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เป็นพื้นฐานการพัฒนาอุปกรณ์ประมวลผลระดับโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทล สามารถดูได้ที่</p>
<p>www.intel.com/pressroom , www.intel.com/th, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6581&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/2010-intel-core.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อินเทลเตรียมใช้ชิปอะตอมกับรถยนต์ระบบสื่อสารในจีน</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 May 2010 08:29:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[intel อะตอม]]></category>
		<category><![CDATA[System-on-chip]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6556</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายด้านการวิจัยเกี่ยวกับการใช้พลังงานภายในบ้าน รถยนต์ และเครือข่าย
·        อินเทลเปิดตัว “ทัลแนล ครีก” (Tunnel Creek) ซิสเต็มออนชิป (System-onChip หรือ SoC) สำหรับไอพีโฟน พรินเตอร์ และระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์
·        ฮาวไต ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เตรียมนำโปรเซสซอร์อะตอมและซอฟต์แวร์ “มีโก” (MeeGo) ในแพลตฟอร์มระบบ อินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์
·        อินเทล และ ไชน่า โมไบล์ หนึ่งในบริษัทสื่อสารชั้นนำที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลในเครือข่ายรุ่นๆ ต่อไป
·        อินเทล แล็ป สาธิตการใช้เซ็นเซอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะและแดชบอร์ดควบคุมระบบพลังงานในบ้าน ซึ่งระบบสามารถเรียนรู้และแสดงให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานทั้งในบ้านและในหน่วยงานธุรกิจได้แบบเรียลไทม์

ผู้บริหารอินเทลได้เปิดตัว อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป (System-on-chip ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fintel-idf-beijing-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>พร้อมเปิดเผยถึงความท้าทายด้านการวิจัยเกี่ยวกับการใช้พลังงานภายในบ้าน รถยนต์ และเครือข่าย<br />
<span id="more-6556"></span>·        อินเทลเปิดตัว “ทัลแนล ครีก” (Tunnel Creek) ซิสเต็มออนชิป (System-onChip หรือ SoC) สำหรับไอพีโฟน พรินเตอร์ และระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์</p>
<p>·        ฮาวไต ผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เตรียมนำโปรเซสซอร์อะตอมและซอฟต์แวร์ “มีโก” (MeeGo) ในแพลตฟอร์มระบบ อินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์</p>
<p>·        อินเทล และ ไชน่า โมไบล์ หนึ่งในบริษัทสื่อสารชั้นนำที่ใช้โปรเซสเซอร์อินเทลในเครือข่ายรุ่นๆ ต่อไป</p>
<p>·        อินเทล แล็ป สาธิตการใช้เซ็นเซอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะและแดชบอร์ดควบคุมระบบพลังงานในบ้าน ซึ่งระบบสามารถเรียนรู้และแสดงให้เห็นถึงปริมาณการใช้พลังงานทั้งในบ้านและในหน่วยงานธุรกิจได้แบบเรียลไทม์</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6558" title="IDF-Beijing-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/IDF-Beijing-2010.jpg" alt="IDF-Beijing-2010" width="450" height="300" /></p>
<p>ผู้บริหารอินเทลได้เปิดตัว อินเทล ซิสเต็ม-ออน-ชิป (System-on-chip หรือ SoC) รุ่นล่าสุดสำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ด โดยได้อธิบายถึงผลการวิจัยที่จะช่วยให้บ้านเรือนและธุรกิจขนาดเล็กสามารถบริหารจัดการระบบการใช้พลังงานได้ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ SoC รุ่นล่าสุดที่ซ่อนอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ไว้ภายในจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สร้างอุปกรณ์ที่รองรับ PCI Express* เพื่อเชื่อมต่อโดยตรงกับชิปได้เป็นครั้งแรก ทำให้แอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ดทำงานได้คล่องตัวมากกว่าเดิม</p>
<p>อินเทลยังพูดถึงงานที่ทำร่วมกับฮาวไต* ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในจีนซึ่งมีแผนนำเอาอินเทลอะตอมโปรเซสเซอร์และซอฟต์แวร์ MeeGo ไปใช้กับระบบอินโฟเทนเมนท์ในรถยนต์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิต นอกจากนั้น ไชน่า โมไบล์* ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารไร้สายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยังมีแผนที่จะนำชิปอินเทลไปใช้กับแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานของเครือข่ายไร้สายของตนอีกด้วย</p>
<p>ดัก เดวิส รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป เอ็มเบ็ดเด็ด แอนด์ คอมมูนิเคชัน กรุ๊ป ของอินเทล กล่าวว่า “อินเทลตั้งใจและทุ่มเทในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนวัตกรรมแอพพลิเคชันใหม่ๆ ในจีน โดยได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาโซลูชันระบบประมวลผลที่รองรับการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดมากขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับรถยนต์ บ้านเรือน และธุรกิจต่างๆ จนกลายเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เข้ามารองรับการใช้งานโมไบล์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและติดต่อสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม”</p>
<p>เดวิสเปิดเผยรายละเอียดของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของอินเทล ซึ่งมีชื่อรหัสว่า “ทันแนล ครีก” (Tunnel Creek) ขณะบรรยายบนเวที โดยกล่าวว่า SoC รุ่นนี้ใช้สำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ด เช่น ระบบอินโฟเทนเมนท์ ในรถยนต์ และไอพีโฟน (โทรศัพท์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล) ซึ่งต้องใช้มีเดียต่างๆ นอกจากนั้น SoC รุ่นนี้ยังใช้ระบบเชื่อมต่อแบบมาตรฐานกับโปรเซสเซอร์อีกด้วย  SoC มีองค์ประกอบภายในครบวงจร ประกอบด้วย อินเทลอะตอม คอร์, เมมโมรี คอนโทรลเลอร์ ฮับ, กลไกกราฟิก และกลไกระบบวิดีโอที่รวมอยู่ในชิปเพียงตัวเดียว</p>
<p>นอกจากนั้น ชิปรุ่นนี้ยังใช้งานร่วมกับชิปที่บริษัทต่างๆ พัฒนาขึ้นเองได้ด้วย หากชิปของบริษัทต่างๆ ดังกล่าวใช้มาตรฐาน PCI Express*  ชิปรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นที่สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว ช่วยลดต้นทุนด้านวัสดุ และลดพื้นที่บนเมนบอร์ดสำหรับแอพลิเคชันเอ็มเบ็ดเด็ดอีกด้วย</p>
<h3>อินเทลชนะใจผู้ค้ารถยนต์และสื่อสารในจีน</h3>
<p>เดวิส ได้เชิญผู้บริหารของบริษัทฮาวไต ออโตโมบิล บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนขึ้นมาร่วมบรรยายบนเวที โดยฮาวไตได้ประกาศว่า รถซีดานสุดหรูรุ่นใหม่ คือ บี11 จะมีการติดตั้งแพลตฟอร์มที่ใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ และ MeeGo ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เปิด ไว้ในระบบอินโฟเทนเมน์ของรถ</p>
<p>หวาง เทียนหมิง ประธานกรรมการของฮาวไต ออโตโมทีฟ กล่าวว่า “ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้สมรรถนะของอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ ช่วยทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เดิมและล่าสุดได้ รวมทั้งนำเอาซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำงานบน MeeGo ซึ่งอิงกับแพลตฟอร์มลีนุกซ์มาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน แนวทางนี้นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแอพลิเคชันแล้ว ยังทำให้เราสามารถพัฒนาบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”</p>
<p>เมื่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ทำงานคล้ายคลึงกับพีซีสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น บริษัทสื่อสารจึงพยายามแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการใช้เครือข่ายได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย เดวิสเปิดเผยว่าอินเทลมีวิสัยทัศน์ด้านการนำระบบประมวลผลและโมเดลคลาวด์ของอุตสาหกรรมไอทีมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมสื่อสาร โดยใช้การทำงานบนระบบเครือข่ายมารวมไว้ภายใต้โครงสร้างเพียงชุดเดียว เขากล่าวว่าบริษัทสื่อสารชั้นนำทั่วโลกต่างยอมรับและนำโครงสร้างของอินเทลมาใใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานรุ่นต่อไปของตนเอง ตัวอย่างของบริษัทสื่อสารเหล่านี้ประกอบด้วย อัลคาเทล-ลูเซนต์ อีริกสัน หัวเหว่ย และซีทีอี เป็นต้น</p>
<p>ดร.ซุย ชุนเฟง ผู้จัดการห้องทดลองไร้สายแผนกสื่อสารไร้สายของสถาบันวิจัย China Mobile Research Institute พูดถึงการที่บริษัทสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกจับมือเป็นพันธมิตรกับอินเทล ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายไร้สายรุ่นต่อไป ซึ่งจะทำให้ไชน่า โมไบล์ ปรับการดำเนินงานไปสู่โมเดลใหม่คือ “ระบบประมวลผลที่ผสมผสานกับระบบคลาวด์” ได้ในที่สุด</p>
<p>ดร.ซุย ยังกล่าวต่อว่า “ไชน่า โมไบล์ กำลังวิจัยโครงสร้างของ Radio Access Network รุ่นใหม่อยู่ เพื่อทำให้เครือข่ายบอร์ดแบนด์ไร้สายเป็นเครือข่ายประหยัดพลังงานระดับโลก มีค่าใช้จ่ายลดลง แต่มีสมรรถนะสูง และสามารถจัดสรรทรัพยากรของระบบโครงสร้างพื้นฐานให้แก่การทำงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันภายในเครือข่ายได้อย่างคล่องตัว เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว เราจึงนำสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของอินเทลมาใช้ควบคู่ไปกับระบบโครงสร้างพื้นฐานรุ่นต่อไปของเรา เพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน ความสามารถในการขยายระบบ และนวัตกรรมซอฟต์แวร์ชั้นเลิศ</p>
<h3>ระบบบริหารจัดการพลังงานส่วนตัว</h3>
<p>หลังจากที่เดวิสบรรยายจบ จัสติน แรทเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี และผู้อำนวยการบริหารของอินเทล แล็ป ได้อธิบายว่า เทคโนโลยีอัจฉริยะในบ้านและที่ทำงานจะเข้ามาช่วยลดและบริหารจัดการการใช้พลังงานได้ดีขึ้นได้อย่างไร แรทเนอร์กล่าวว่าเป้าหมายของอินเทลก็คือการนำเอาเทคโนโลยีของอินเทลมาสร้างภูมิความรู้เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคและบริษัทขนาดเล็กตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>แรทเนอร์ กล่าวว่า “การสร้างภูมิความรู้แก่ผู้บริโภคถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ผู้ใช้แต่ละคนจำเป็นต้องมีข้อมูล เครื่องมือ และความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรพลังงานที่กำลังขาดแคลน ลดผลกระทบจากการก่อก๊าซคาร์บอนฯ และควบคุมงบประมาณในการใช้พลังงานของตนเอง ถ้าหากเราทำให้การใช้พลังงานมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยใช้เครื่องมือที่ทำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพและรับทราบข้อมูลในทันที ซึ่งเชื่อมโยงกับทั้งชุมชนแล้ว แนวทางนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนและช่วยประหยัดพลังงานไปได้อย่างมหาศาล</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6559" title="Intel-IDF-Beijing-2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Intel-IDF-Beijing-2010.jpg" alt="Intel-IDF-Beijing-2010" width="408" height="272" /></p>
<p>นักวิจัยของอินเทลได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ไร้สายชนิดใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้บริโภครวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานได้ง่ายขึ้นแถมยังเป็ยอุปกรณ์ที่มีราคาประหยัดอีกด้วย ผู้บริโภคเพียงแค่เสียบต่อเซนเซอร์ราคาถูกที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบนี้ร่วมกับระบบสายไฟภายในบ้าน จากนั้นระบบจะสามารถวัดและรายงานปริมาณการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ในทันที ผู้บริโภคสามารถติดตั้งใช้งานเทคโนโลยีนี้เพื่อวิเคราะห์อัตราการใช้พลังงานของอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วทั้งบ้านได้</p>
<p>นอกจากนั้นแรทเนอร์ยังได้ทำการสาธิตอุปกรณ์รุ่นต้นแบบของอินเทลที่สามารถแสดงผลการใช้พลังงานภายในบ้านควบคู่กับการใช้เซนเซอร์พลังงานไร้สายดังกล่าวให้ชม ระบบจะคอยเฝ้าดูการใช้พลังงาน แนะนำวิธีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม กำหนดเป้าหมายการประหยัดพลังงาน และให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำตามเป้าการประหยัดพลังงานได้อีกด้วย การทำงานควบคู่กันของอุปกรณ์ทั้งสองชนิด (ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบบริหารจัดการพลังงานส่วนตัว) จะช่วยทำให้บ้านเรือนแต่ละหลังในอเมริกาประหยัดค่าไฟได้  470 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ถ้าหากนำไปใช้ในบ้านเรือน 113 ล้านหลังทั่วอเมริกา ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้จะสูงกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือแม้แต่ถ้ามีบ้านเรือนแค่ร้อยละ 1 ในอเมริกาใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ก็จะช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหินได้ 371,000 ตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้ 2.4 ตันเมทริกซ์ตัน หรือเท่ากับการนำรถยนต์ 535,000 คันออกจากท้องถนน แรทเนอร์ยังได้พูดถึงวิธีปรับปรุงระบบบริหารจัดการการใช้พลังงานในรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย เขากล่าวว่าเมื่อจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น โรงงานไฟฟ้าในท้องถิ่นก็จะได้รับผลกระทบมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อรถยนต์เหล่านี้ถูกนำไปชาร์ตไฟในช่วงเวลากลางคืน อินเทล แล็ป กำลังมองหาวิธีการชาร์ตไฟแบบใหม่ เพื่อลดอักตราการใช้ไฟสูงในช่วงกลางคืน โดยหากทำสำเร็จจะไม่จำเป็นต้องขยายโรงงานไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล</p>
<p>อินเทล (NASDAQ:INTC) เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนวัตกรรมซิลิกอน สร้างสรรค์เทคโนโลยี สินค้า รวมทั้งการริเริ่มต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและการทำงานของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลได้ที่ www.intel.com/pressroom , www.intel.com/th, blogs.intel.com, ทวิตเตอร์ @Intelthailand และ เฟสบุ๊ค IntelThailand</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6556&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/intel-idf-beijing-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แอลจี เผยโฉมแอนดรอยด์โฟนรุ่นแรก ‘LG GW 620 Android’</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 May 2010 04:49:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Android OS]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[LG]]></category>
		<category><![CDATA[LG-GW-620-Android]]></category>
		<category><![CDATA[QWERTY]]></category>
		<category><![CDATA[smart phone]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6540</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
LG GW 620 Android เครื่องแรกของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ
แอลจี เปิดตัว LG GW620 แอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกของแอลจี และรุ่นเดียวของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนในหนึ่งเดียว เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่และแตกต่าง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และขยายฐานลูกค้าของแอลจีในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี
คุณสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ  บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแอลจีก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องที่แตกต่างกันของลูกค้า ในวันนี้เรามอบประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่ ด้วยการเปิดตัว LG GW620 ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Flg-gw-620-android.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>LG GW 620 Android เครื่องแรกของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ<span id="more-6540"></span><br />
แอลจี เปิดตัว LG GW620 แอนดรอยด์โฟนรุ่นแรกของแอลจี และรุ่นเดียวของวงการที่มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบ พร้อมหน้าจอทัชสกรีนในหนึ่งเดียว เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่และแตกต่าง สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และขยายฐานลูกค้าของแอลจีในตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังขยายตัวได้เป็นอย่างดี</p>
<p>คุณสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ  บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแอลจีก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องที่แตกต่างกันของลูกค้า ในวันนี้เรามอบประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่ ด้วยการเปิดตัว LG GW620 ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ พร้อมความพิเศษของคีย์บอร์ดภาษาไทยเต็มรูปแบบซึ่งถือเป็นรุ่นแรกในไทย ซึ่งทางแอลจีเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องแรก และจะช่วยเสริมกลยุทธ์ในการบุกตลาดสมาร์ทโฟนของแอลจีได้อย่างแน่นอน”<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6541" title="LG GW 620 Android" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/LG-GW-620-Android.jpg" alt="LG GW 620 Android" width="374" height="315" /><br />
LG GW620 มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน HVGA LCD 3 นิ้ว และคีย์บอร์ด QWERTY ภาษาไทยเต็มรูปแบบที่มีถึง 5 แถว เช่นเดียวกับแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ คุณจึงพิมพ์ข้อความในโปรแกรมแชทและโซเชียลเน็ตเวิร์คได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้แอลจียังร่วมพัฒนาแอนดรอยด์กับกูเกิลมาตั้งแต่ต้น จึงมั่นใจได้ว่า LG GW620 จะทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และรองรับแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ตรงใจได้จาก Android Market ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 20,000 รายการ</p>
<p>LG GW620 ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 1.5 และรองรับ Wi-Fi และ 3G (เฉพาะเครือข่าย AIS) จึงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งกล้อง 5 ล้านพิกเซลที่ปรับโฟกัสอัตมัติ และยังรองรับมัลติมีเดียเต็มรูปแบบเพื่อให้คุณดูหนังฟังเพลงได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีระบบ Multitasking ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดหน้าต่างหลายๆ โปรแกรมขึ้นมาใช้งานพร้อมกันได้</p>
<p>LG GW620 ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษไม่เหมือนใคร ทั้งพุชเมล์แบบเรียลไทม์ และ SNS Manager ที่ช่วยจัดการโปรแกรมโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุคและทวิตเตอร์ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมี Instant Messenger และ threaded SMS ที่คุณสามารถส่งเอสเอ็มเอสโต้ตอบกันในรูปแบบหน้าต่างสนทนา เอาใจคนชอบแชทโดยเฉพาะ ที่สำคัญยังมีระบบ Auto Face-Tagging และ Face-To-Action ซึ่งจะจดจำใบหน้าของทุกคนไว้ จากนั้นเมื่อคุณต้องการโทรหาหรือส่งข้อความถึงใคร เพียงสัมผัสที่ใบหน้าในภาพก็สามารถติดต่อกับบุคคลนั้นได้ทันที</p>
<p>LG GW620 วางจำหน่ายแล้วในราคา 12,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) แถมฟรีการ์ดความจำ 8 GB มีให้เลือก 3 สี คือดำ เงิน และ น้ำเงิน ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.lg.com/th หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลแอลจี โทร. 02-878-5757</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6540&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/lg-gw-620-android.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์ @ปลายแหลมฟาน</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 May 2010 03:16:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Take a seat]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารริมแม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแกรนด์ซีไซด์ @ปลายแหลมฟาน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6530</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
“You say it best when you say nothing at all………”   บทเพลงสากลแสนหวานถูกขับขาน ไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีสดที่บรรเลงคลอตามจังหวะ ทำให้อาหารที่ร้าน Grand Seaside (แกรนด์ ซีไซด์) ชายทะเลศรีราชาทวีความอร่อยของรสชาติเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพราะนอกจากบรรยากาศร้านที่แสนจะคลาสสิก จากสไตล์การตกแต่งร้านแบบไทยย้อนยุค ตามแบบฉบับสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว วิวทะเลของปลายแหลมฟานที่อยู่รอบๆ บริเวณร้าน ก็อดทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำไปกับภาพท้องทะเลและเกลียวคลื่นม้วนกระทบฝั่ง และบรรยากาศที่แสนโรแมนติกไม่ได้

ร้านแกรนด์ ซีไซด์เปิดให้บริการมากว่า 36 ปี โดย คุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้บริหารบริษัท เอส ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ffood-and-cafe-resturant-recommended%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b2.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>“You say it best when you say nothing at all………”   บทเพลงสากลแสนหวานถูกขับขาน ไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีสดที่บรรเลงคลอตามจังหวะ ทำให้อาหารที่ร้าน Grand Seaside (แกรนด์ ซีไซด์) ชายทะเลศรีราชา<span id="more-6530"></span>ทวีความอร่อยของรสชาติเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพราะนอกจากบรรยากาศร้านที่แสนจะคลาสสิก จากสไตล์การตกแต่งร้านแบบไทยย้อนยุค ตามแบบฉบับสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว วิวทะเลของปลายแหลมฟานที่อยู่รอบๆ บริเวณร้าน ก็อดทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำไปกับภาพท้องทะเลและเกลียวคลื่นม้วนกระทบฝั่ง และบรรยากาศที่แสนโรแมนติกไม่ได้</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6531" title="Grand-Seaside-ยามค่ำคืน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Grand-Seaside-ยามค่ำคืน.jpg" alt="Grand-Seaside-ยามค่ำคืน" width="450" height="300" /></p>
<p>ร้านแกรนด์ ซีไซด์เปิดให้บริการมากว่า 36 ปี โดย คุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้บริหารบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งชื่นชอบการชิมอาหารมาตั้งแต่เด็ก จึงปรับปรุงเรือนบังกะโลของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มาเป็นเรือนอาหารทะเล โดยยังคงสไตล์การตกแต่งแบบโบราณเอาไว้ เพื่อยังคงความสวยงามของตัวบังกะโลที่สร้างในทะเล ให้ผู้ที่มาเยือนได้ใกล้ชิดกับสายลม และเสียงคลื่นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6532" title="แกรนด์ซีไซด์" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/แกรนด์ซีไซด์.jpg" alt="แกรนด์ซีไซด์" width="450" height="300" /></p>
<p>เรือนอาหารแบ่งออกเป็น2 ส่วนหลัก คือ ภายในบ้าน และนอกตัวบ้าน ภายในบ้านนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ห้องหลัก คือ ห้องโถงใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนของห้องอาหารที่เปิดรับลมเย็นจากทะเล แต่ถ้าอยากเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการรับประทานอาหาร ก็เลือกใช้บริการอีก 2 ห้อง คือ ห้องอาหารเล็ก ชื่อว่า “ห้องแหลมฟาน” และห้องใหญ่ ชื่อห้อง “ศรีราชา” ที่มาของชื่อห้องทั้งสองนี้ เกิดจากวิวทะเลที่มองจากโต๊ะอาหารภายในห้องออกไปนอกหน้าต่าง ที่จะพบกับปลายแหลมฟาน และ ทะเลศรีราชา ที่ได้มุมและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6533" title="บรรยากาศในร้านยามเย็น" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/บรรยากาศในร้านยามเย็น.jpg" alt="บรรยากาศในร้านยามเย็น" width="450" height="300" /></p>
<p>ส่วนด้านนอกร้าน จะตกแต่งเพิ่มเติมสำหรับงานแต่งงาน หรือปาร์ตี้ริมทะเล ตามทางเดินจะเต็มไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้นานาพรรณ เหมาะสำหรับการจัดเลี้ยงยามเย็น ที่แขกผู้มาเยือนจะได้ซึมซับภาพความงดงามของอาทิตย์อัสดงที่ปลายแหลมฟาน จนใครๆที่เคยเห็นก็ได้แต่บอกต่อกันถึงความสวยงาม และภาพความประทับใจไม่รู้ลืม</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6534" title="ทางเดินเข้าร้าน" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/ทางเดินเข้าร้าน.jpg" alt="ทางเดินเข้าร้าน" width="450" height="300" /></p>
<p><img class="alignnone size-full  wp-image-6535" title="Grand-Seaside" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Grand-Seaside.jpg" alt="Grand-Seaside" width="450" height="300" /></p>
<p>สำหรับอาหารขึ้นชื่อของ ที่แกรนด์ ซีไซด์ ก็คือ กุ้งอบเกลือ ที่คุณภัทรา เผยถึงเคล็ดลับความอร่อยว่า “ที่นี่เราจะใช้กุ้งชีแฮ้ ที่เป็นกุ้งทะเลสด ๆ เลือกตัวขนาดกลาง เพื่อที่ส่วนผสมจะได้เข้าไปในตัวกุ้งได้ทั่ว และถึงรสถึงชาติมากกว่าการใช้กุ้งตัวใหญ่ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เคยรับประทานเมนูนี้ เป็นต้องกลับมาสั่งเมนูนี้ซ้ำเป็นประจำ”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6536" title="กุ้งอบเกลือ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/กุ้งอบเกลือ.jpg" alt="กุ้งอบเกลือ" width="250" height="375" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6537" title="ปูอบเกลือ" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/ปูอบเกลือ.jpg" alt="ปูอบเกลือ" width="250" height="375" /></p>
<p>และด้วยประสบการณ์การเปิดร้านที่ยาวนานกว่า 30 ปี บวกกับการมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางด้านอาหารมากมาย ทำให้ ร้านอาหารแกรนด์ ซีไซด์, บริการจัดเลี้ยง S&amp;P caterman (เคเธอร์แมน) สามารถต่อยอดการให้บริการลูกค้า ด้วยบริการจัดงานเลี้ยง งานหมั้น งานแต่งงาน งานเลี้ยงพระ งานวันเกิด ทั้งในและนอกสถานที่ เป็นบริการแบบครบวงจรทั้งสถานที่ อาหาร โดยเฉพาะพิธีการแต่งงาน มีบริการแพคเกจ ชุดขันหมากพรีเมี่ยมชาววัง และแพคเกจครบชุดตามพิธี พร้อมกับขนมมงคล 9 ชนิดที่หาทานยากในปัจจุบัน นับเป็นต้นตำรับชาววังแท้ ๆ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6538" title="บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง.jpg" alt="บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง" width="450" height="300" /></p>
<p>เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับการจัดเลี้ยงที่ต้องการความสะดวก มีให้เลือก 3 ชุด แบ่งราคาตามงบประมาณของลูกค้า ได้แก่ ชุดสุดประหยัดเริ่มต้นที่ 350 บาทต่อท่าน ชุดสุดคุ้ม 550 บาทต่อท่าน และบุฟเฟ่ต์ชุดใหญ่ราคา 750 บาทต่อท่าน</p>
<p>คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหาร งานจัดเลี้ยงในบรรยากาศแสนโรแมนตกริมทะเล ได้ที่ Grand Seaside ปลายแหลมฟาน อำเภอศรีราชา สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 314-0990-1</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6530&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/food-and-cafe-resturant-recommended/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แพลตฟอร์ม อะตอม™ โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ หนุนอินเทลลุยตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเบล็ต</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 May 2010 11:20:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[atom platform]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[intel]]></category>
		<category><![CDATA[intel processor]]></category>
		<category><![CDATA[intel อะตอม]]></category>
		<category><![CDATA[processor]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[แทบเบล็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6525</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
อินเทล คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวอินเทล™อะตอม™แพลตฟอร์มล่าสุด (ชื่อรหัสเดิมคือ “มัวร์สทาวน์”) ที่มีจุดเด่นจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงาน ความเชี่ยวชาญในการออกแบบทรานซิสเตอร์และแผงวงจร บวกกับเทคนิคขั้นตอนการผลิตที่โดดเด่นของอินเทล
แพกเก็จเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมาก1 จะช่วยให้อินเทลมีโอกาสบุกตลาดอุปกรณ์ประมวลผลที่กว้างขวางยิ่งขึ้น อาทิ สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ แทบเบล็ต และอุปกรณ์โมบายล์ขนาดพกพาชนิดอื่นๆ อีกมาก ชิปรุ่นนี้ยังคงจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ของอินเทลเอาไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพสูงที่รองรับการทำงานของแอพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้อย่างครอบคลุม มีซอฟต์แวร์ให้เลือกหลากหลาย และมีความสามารถในการรองรับการทำงานมัลติทาสกิ้งสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆมากมาย อาทิระบบวิดีโอ HD และระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอหลายจุดพร้อมกันเป็นต้น
นายอนันด์ จันทราเซเคอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอัลตร้า โมบิลิตี้ กล่าวว่า “อินเทลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่จัดว่าเป็นการเปิดประตูให้อินเทลอาร์คิเทคเจอร์ (IA) บุกตลาดสมาร์ทโฟนได้ ซึ่ง      “มัวร์สทาวน์” จะช่วยให้อินเทลสามารถ ปรับคุณสมบัติของอินเทล อาร์คิเทคเจอร์ พร้อมๆกับลดอัตราการใช้พลังงาน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%25e2%2584%25a2-processor.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>อินเทล คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวอินเทล™อะตอม™แพลตฟอร์มล่าสุด (ชื่อรหัสเดิมคือ “มัวร์สทาวน์”) ที่มีจุดเด่นจากการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงาน ความเชี่ยวชาญในการออกแบบทรานซิสเตอร์และแผงวงจร บวกกับเทคนิคขั้นตอนการผลิตที่โดดเด่นของอินเทล<br />
<span id="more-6525"></span>แพกเก็จเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำมาก1 จะช่วยให้อินเทลมีโอกาสบุกตลาดอุปกรณ์ประมวลผลที่กว้างขวางยิ่งขึ้น อาทิ สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ แทบเบล็ต และอุปกรณ์โมบายล์ขนาดพกพาชนิดอื่นๆ อีกมาก ชิปรุ่นนี้ยังคงจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ของอินเทลเอาไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพสูงที่รองรับการทำงานของแอพลิเคชั่นสำหรับอินเทอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้อย่างครอบคลุม มีซอฟต์แวร์ให้เลือกหลากหลาย และมีความสามารถในการรองรับการทำงานมัลติทาสกิ้งสำหรับแอพลิเคชั่นต่างๆมากมาย อาทิระบบวิดีโอ HD และระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอหลายจุดพร้อมกันเป็นต้น</p>
<p>นายอนันด์ จันทราเซเคอร์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอัลตร้า โมบิลิตี้ กล่าวว่า “อินเทลได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่จัดว่าเป็นการเปิดประตูให้อินเทลอาร์คิเทคเจอร์ (IA) บุกตลาดสมาร์ทโฟนได้ ซึ่ง      “มัวร์สทาวน์” จะช่วยให้อินเทลสามารถ ปรับคุณสมบัติของอินเทล อาร์คิเทคเจอร์ พร้อมๆกับลดอัตราการใช้พลังงาน ต้นทุน และขนาดของแพลตฟอร์มลงไปได้อย่างมาก เพื่อให้เหมาะกับตลาดอุปกรณ์มือถือต่างๆ และผลจากความพยายามของเราทำให้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น พร้อมๆกับมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าเดิมอย่างมาก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีทางเป็นไปได้ที่อุปกรณ์มือถือจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่พกพาได้และมีขนาดเล็ก”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6526" title="Aava-Mobile-Smartphone" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Aava-Mobile-Smartphone.jpg" alt="Aava-Mobile-Smartphone" width="350" height="376" /></p>
<h3>อุปกรณ์ที่สร้างสรรค์มาให้มีการใช้พลังงานน้อยและมีประสิทธิภาพระดับชั้นนำอุตสาหกรรม</h3>
<p>แพลตฟอร์มนี้ประกอบด้วยอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ซีรีส์ (ชื่อรหัสเดิมคือ “ลินคอร์ฟ” [Lincroft] ซิสเต็มส์ออนชิป [SoC]) อินเทล แพลตฟอร์ม คอนโทรลเลอร์ฮับ เอ็มพี 20 (ชื่อรหัสเดิมคือ “แลงเวลส์” [Langwell]) และ มิกซ์ ซิกแนล ไอซ๊ (MSIC) ชื่อเดิมคือ “ไบรเออร์ทาวน์” (Briertown)</p>
<p>แพลตฟอร์มนี้ได้ถูกจัดวางตำแหน่งใหม่ให้มีอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ในตัว โดยประกอบด้วยคอร์ของอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์แบบ 45 nm ที่มีระบบกราฟิก 3D ระบบเข้ารหัสและถอดรหัสวิดีโอ รวมทั้งหน่วยควบคุมความจำและจอภาพอยู่ภายในการออกแบบเป็น SoC เพียงชิ้นเดียว นอกจากนั้น ในแพลตฟอร์มนี้ยังมี MP 20 แพลตฟอร์มคอนโทรลเลอร์ฮับที่รองรับการทำงานของระบบได้หลายระดับและI/O บล็อคหลายชนิดอีกด้วย และ MSIC ยังมีการจัดสรรพลังงานและการชาร์จแบตเตอรี พร้อมทั้งยังมีการรวมเอาส่วนประกอบแบบอนาล็อกและดิจิตอลหลายชนิดไว้ในตัวอีกด้วย</p>
<p>องค์ประกอบเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกัน ทำให้ชิปรุ่นใหม่มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำกว่าเดิมเป็นอย่างมาก อาทิการใช้พลังงานที่ลดลงมากกว่า 50 เท่าขณะที่ไม่มีการทำงาน และมีอัตราการใช้พลังงานลดลงมากกว่า 20 เท่า เมื่อทำงานเกี่ยวกับระบบเสียง ส่วนในขณะท่องเว็บและดูวิดีโอใช้พลังงานลดลงถึง 2-3 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอัตราการใช้พลังงานในระดับแพลตฟอร์ม เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนหน้านี้ของอินเทล1 พลังงานที่ประหยัดได้เหล่านี้สามารถเทียบเท่ากับการทำงานในภาวะสแตนด์บายที่ยาวนานถึงกว่า 10 วัน หรือการฟังเพลงได้นานกว่า 2 วัน และการท่องเว็บได้กว่า 5 ชั่วโมง3 และเมื่อบวกกับประสิทธิภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้นมากกว่า 1.5-3 เท่า ระบบกราฟิกที่ดีขึ้น 2-4 เท่า ประสิทธิภาพในการประมวลผลจาวาสคริปท์ที่ดีขึ้น 2-4 เท่า รองรับการถอดรหัสวิดีโอ HD 1080p ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และการบันทึกวิดีโอแบบ 720p HD ได้ นวัตกรรมรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานต่ำนี้จะช่วยให้อุปกรณ์ประมวลผลขนาดเล็กสำหรับพกพาสามารถใช้งานได้สมบูรณ์แบบเหมือนกับการใช้พีซี4</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6527" title="Intel-Atom-ProcessorZ6xx(Lincroft)-and-Platform-Controller-Hub_package" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/Intel-Atom-ProcessorZ6xxLincroft-and-Platform-Controller-Hub_package.jpg" alt="Intel-Atom-ProcessorZ6xx(Lincroft)-and-Platform-Controller-Hub_package" width="462" height="351" /></p>
<p>SoC รุ่นใหม่พัฒนามาจาก C6 state ของการออกแบบชิปอะตอมรุ่นแรก โดยมีการใส่ state รุ่นใหม่ที่กินไฟต่ำเป็นพิเศษลงไป (S0i1 และ S0i3) ซึ่งทำให้ SoC รุ่นใหม่มีอัตราการใช้งานอยู่ที่ 100 ไมโครวัตต์5 ถ้าหากดูจากระดับแพลตฟอร์มแล้ว อินเทลมีการพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานของระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ที่ละเอียดลงไปด้วย เพื่อใช้ในการควบคุมสภาพการใช้พลังงานขณะที่ไม่ได้ทำงานหรือขณะทำงานขององค์ประกอบทุกส่วนของระบบ โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เทคนิคการควบคุมซอฟต์แวร์นี้นำไปประยุกต์ใช้กับช่องทางการจ่ายไฟให้กับระบบพลังงานและสัญญาณนาฬิกาทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบจ่ายพลังงานของ SoC และระบบจ่ายพลังงานอื่นๆ ของระบบด้วย นอกจากนั้นอินเทลยังใช้เทคโนโลยีการผลิต Hi-k metal gate ในระดับ 45nm 2 LP SoC รุ่นใหม่ เพื่อรองรับการออกแบบทรานซิสเตอร์สำหรับ I/O ที่ใช้โวลเทจสูงๆ หลากชนิดอีกด้วย</p>
<p>คุณสมบัติควบคุมพลังงานเหล่านี้เมื่อทำงานร่วมกับอินเทล™ เบิรสท์ เพอฟอร์แมนซ์ เทคโนโลยี ( Intel® Burst Performance Technology) ซึ่งเป็นระบบเรียกใช้ประสิทธิภาพสูงตามความต้องการ และเทอร์โบโหมดของอินเทล เบิร์สท์ สำหรับเรียกใช้แบนด์วิธสูงตามความต้องการ แล้วก็จะช่วยทำให้สามารถพัฒนาอุปกรณ์มือถือหลากชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออุปกรณ์พกพาหลากหลายชนิดในตลาด</p>
<p>เบลลิ คุททานา หัวหน้าแผนกสถาปัตยกรรมของ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ กล่าวว่า “หลังจากที่เราพัฒนาอินเทลอะตอมโปรเซสเซอร์รุ่นแรกที่มีอัตราการใช้พลังงานลดลง 10 เท่าออกมาได้แล้ว เราได้สร้างความท้าทายให้ตัวเองในเรื่องของการลดอัตราการใช้พลังงานในระดับแพลตฟอร์มลง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 50 เท่า ซึ่งเรารู้สึกดีใจอย่างมากที่สามารถทำได้ดีกว่าระดับที่ตั้งไว้ ไปพร้อมๆกับการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น และเรารู้สึกภูมิใจในเหล่าสถาปนิกและนักออกแบบที่เข้ามาช่วยสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับสถาปัตยกรรมของอินเทล”</p>
<h3>การวางจำหน่าย</h3>
<p>อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์ Z6xx ซีรีส์ พร้อมทั้งอินเทล แพลตฟอร์ม คอนโทรลเลอร์ฮับ เอ็มพี 20 และ มิกซ์ ซิกแนล ไอซี เริ่มออกวางจำหน่ายแล้ว</p>
<p>แพลตฟอร์มใหม่นี้มีความเร็วหลายระดับตั้งแต่ 1.5 GHz สำหรับสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนต์ ไปจนถึง 1.9 GHz สำหรับแทบเบล็ตและอุปกรณ์มือถือชนิดอื่นๆ ชิปรุ่นนี้ยังสามารถรองรับการทำงานของระบบสื่อสาร Wi-Fi, 3G/HSPA และ WiMAX รวมทั้งรองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการหลากชนิด อาทิแอนดรอยด์ (Android) มีโก (Meego) และโมบลิน (Moblin) อีกด้วย แถมอินเทลยังได้เตรียมการรวมเอาแอพพลิเคชั่นและระบบต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งาน ซอฟต์แวร์และการท่องอินเทอร์เน็ตที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งนักพัฒนาและผู้บริโภค ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าไปดูได้ที่ www.intel.com/pressroom/kits/atom/z6xx/index.htm</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6525&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e2%84%a2-processor.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microsoft Office 2010 และ SharePoint 2010 พัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมออกเวอร์ชั่น RTM แล้ว</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 03:12:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[MS-Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[rtm]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6521</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
จากผลตอบรับที่ดียิ่งต่อ Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้า และเสียงสะท้อนจากผู้ทดลองใช้งานทั่วโลก ไมโครซอฟท์พร้อมแล้วที่จะประกาศถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนา Microsoft Office 2010 เตรียมส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตและออกเวอร์ชั่น RTM (released to manufacturing) ก่อนการเปิดตัวกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ Office 2010 แล้ว ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ทั้ง SharePoint 2010, Visio 2010 และ Project 2010 ก็ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะออกเวอร์ชั่น RTM เช่นเดียวกัน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตภายในเดือนเมษายน
“RTM นับเป็นหลักไมล์ทางการผลิตขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาด และถือว่าเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับทีมงานไมโครซอฟท์ที่ได้ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชุดผลิตภัณฑ์ของ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-office-2010.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>จากผลตอบรับที่ดียิ่งต่อ Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้า และเสียงสะท้อนจากผู้ทดลองใช้งานทั่วโลก ไมโครซอฟท์พร้อมแล้วที่จะประกาศถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนา Microsoft Office 2010 เตรียมส่งผลิตภัณฑ์เข้าสู่สายการผลิตและออกเวอร์ชั่น RTM (released to manufacturing) ก่อนการเปิดตัวกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้<span id="more-6521"></span> นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ Office 2010 แล้ว ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ทั้ง SharePoint 2010, Visio 2010 และ Project 2010 ก็ได้รับการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะออกเวอร์ชั่น RTM เช่นเดียวกัน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตภายในเดือนเมษายน</p>
<p>“RTM นับเป็นหลักไมล์ทางการผลิตขั้นตอนสุดท้ายก่อนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาด และถือว่าเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับทีมงานไมโครซอฟท์ที่ได้ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชุดผลิตภัณฑ์ของ Office 2010 ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก” นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “นับตั้งแต่การเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีผู้ดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วกว่า 7.5 ล้านคนทั่วโลก ร่วมทั้งยอดดาวน์โหลดในประเทศไทยกว่า 67,000 ครั้ง เสียงสะท้อนของพวกเขา รวมทั้งผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าของไมโครซอฟท์กว่า 5 พันองค์กรที่ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชุดผลิตภัณฑ์ 2010 มีความ  สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคยมีมา เพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้งานที่ยอดเยี่ยมทั้งกับเครื่องพีซี โทรศัพท์มือถือ และเว็บเบราเซอร์”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6522" title="office 2010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/05/office-2010.jpg" alt="office 2010" width="219" height="48" /></p>
<p>ด้วยชุดผลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2010 ชุดใหม่นี้ ไมโครซอฟท์พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ที่จะช่วยพลิกโฉมการทำงานร่วมกับเครื่องพีซี ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น  แต่ยังช่วยสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ Microsoft Office 2010 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน วงจรชีวิตของการพัฒนาระบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านี้ จึงมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือในการพัฒนาและเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน โดยรวมไปถึง Technology Adoption Program (TAP), Rapid Deployment Program (RDP) และ Technical Beta Program ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าองค์กรและคู่ค้าของไมโครซอฟท์กว่า 5 พันองค์กร ทำงานร่วมกันเพื่อทดสอบและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ ยอดผู้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้ากว่า 7.5 ล้านคนทั่วโลกแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จดังกล่าวได้เป็นอย่างดี โดยนับเป็นจำนวนที่มากกว่าการดาวน์โหลด Office 2007 เวอร์ชั่นเบต้าถึง 3 เท่า</p>
<p>สมาชิกของ Technet และ MSDN สามารถดาวน์โหลด Office 2010 RTM ที่มีให้เลือก 37 ภาษาทั้งในเวอร์ชั่น 32 บิท และ 64 บิทได้แล้วตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา โดยผลิตภัณฑ์ชุด Office 2010 จะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับกลุ่มธุรกิจในเดือนมิถุนายน และพร้อมจำหน่ายสำหรับกลุ่มธุรกิจในเดือนพฤษภาคมและสำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปในเดือนมิถุนายน 2553</p>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังมอบสิทธิ์พิเศษในโปรแกรม Microsoft Office 2010 Technical Guarantee  เพื่อให้ลูกค้าทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Microsoft Office 2007 ที่มาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์และแบบกล่อง ที่มีการเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ระหว่างวันที่ 5 มีนาคมถึง 30 กันยายน 2553 สามารถอัพเกรดเป็น Microsoft Office 2010 ได้ฟรี โดยสามารถดาวน์โหลดซอฟแวร์ Microsoft Office 2010   ได้เมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกประมาณเดือนกรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2553  สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมทั้งในส่วนของระยะเวลาโปรแกรม และรายละเอียดอื่นๆ สามารถศึกษาได้ที่ http://www.microsoft.com/thailand/office/techguarantee ทั้งยังสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากคู่ค้าโออีเอ็มของไมโครซอฟท์ ผู้แทนจำหน่าย ที่เว็บไซต์ไมโครซอฟท์ http://www.microsoft.com/thailand/partnerfinder/license/  หรือ ไมโครซอฟท์ Call Center 02263 6888</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6521&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ระดับโลกด้วยการติดตั้งแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นครั้งแรก</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 07:37:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles computing]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[fujisu]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟูจิตสึ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6506</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud) ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นกลยุทธ์ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในด้านบริการประมวลผลแบบคลาวด์ ไปจนถึงการทดสอบและขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ทั่วโลกกลยุทธ์ดังกล่าวมีรากฐานมาจากมุมมองของฟูจิตสึที่มีต่อการประมวลผลแบบคลาวด์ซึ่งจำแนกองค์ประกอบได้เป็น 4 ประเภทหลัก โดยลูกค้าจะได้รับการนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดทั้งในด้านโครงสร้างระบบ แอพพลิเคชัน กิจกรรมความเคลื่อนไหวของระบบและเนื้อหาในระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟูจิตสึ ได้นำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สำหรับบริการด้านโครงสร้างระบบในระดับภูมิภาคแล้ว และการเปิดตัวครั้งนี้ก็เป็นการเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานที่พร้อมให้บริการในระดับโลก ซึ่งบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้จะถูกเปิดให้ทดลองใช้บริการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 (และจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นไป) ในประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมัน
แพลตฟอร์มระดับโลกจะช่วยเสริมแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ในระดับท้องถิ่น ด้วยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างระบบไอซีทีที่ได้มาตรฐานระดับโลก และไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการจากแพลตฟอร์มระดับท้องถิ่นหรือระดับโลกก็ตาม ก็ยังคงได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องต้นทุนด้านไอซีทีที่ต่ำลง ในขณะที่ได้รับความยืดหยุ่นและการตอบสนองของระบบที่ดีกว่า โดยไม่กระทบต่อเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมในการให้บริการของระบบ ที่สำคัญยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายของฟูจิตสึด้วย
ฟูจิตสึมองบริการการประมวลผลแบบคลาวด์ในฐานะวิวัฒนาการใหม่ที่สำคัญ โดยบริการด้านโครงสร้างระบบและในส่วนของแอพพลิเคชันนั้น ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2F%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b6-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2598%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2584.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ฟูจิตสึ เปิดตัวกลยุทธ์คลาวด์ (Cloud) ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นกลยุทธ์ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าในด้านบริการประมวลผลแบบคลาวด์ ไปจนถึงการทดสอบและขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ทั่วโลก<span id="more-6506"></span>กลยุทธ์ดังกล่าวมีรากฐานมาจากมุมมองของฟูจิตสึที่มีต่อการประมวลผลแบบคลาวด์ซึ่งจำแนกองค์ประกอบได้เป็น 4 ประเภทหลัก โดยลูกค้าจะได้รับการนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมซึ่งสามารถเลือกใช้บริการได้ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมดทั้งในด้านโครงสร้างระบบ แอพพลิเคชัน กิจกรรมความเคลื่อนไหวของระบบและเนื้อหาในระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ ฟูจิตสึ ได้นำเสนอแพลตฟอร์มระบบคลาวด์สำหรับบริการด้านโครงสร้างระบบในระดับภูมิภาคแล้ว และการเปิดตัวครั้งนี้ก็เป็นการเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์มาตรฐานที่พร้อมให้บริการในระดับโลก ซึ่งบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์มนี้จะถูกเปิดให้ทดลองใช้บริการได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 (และจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นไป) ในประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยออสเตรเลีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมัน</p>
<p>แพลตฟอร์มระดับโลกจะช่วยเสริมแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ในระดับท้องถิ่น ด้วยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่จำเป็นต้องใช้โครงสร้างระบบไอซีทีที่ได้มาตรฐานระดับโลก และไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการจากแพลตฟอร์มระดับท้องถิ่นหรือระดับโลกก็ตาม ก็ยังคงได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องต้นทุนด้านไอซีทีที่ต่ำลง ในขณะที่ได้รับความยืดหยุ่นและการตอบสนองของระบบที่ดีกว่า โดยไม่กระทบต่อเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมในการให้บริการของระบบ ที่สำคัญยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและระบบเครือข่ายของฟูจิตสึด้วย</p>
<p>ฟูจิตสึมองบริการการประมวลผลแบบคลาวด์ในฐานะวิวัฒนาการใหม่ที่สำคัญ โดยบริการด้านโครงสร้างระบบและในส่วนของแอพพลิเคชันนั้น ถือเป็นส่วนเสริมต่อยอดของบริการเดิมที่นำเสนอโดยฟูจิตสึในด้านที่เกี่ยวกับกิจกรรมของระบบและเนื้อหาบนระบบนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมไอซีทีที่ช่วยสร้างคุณค่าผ่านโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่เพื่อนำไปสู่บริการใหม่สำหรับผู้ซื้อ</p>
<p>ด้วยประสบการณ์อันยาวนานด้านการให้บริการแก่ธุรกิจ ฟูจิตสึได้จัดเตรียมความช่วยเหลือให้แก่ลูกค้าองค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางในการปรับเปลี่ยนและโอนย้ายระบบไอซีทีเดิมที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมายังโมเดลแบบคลาวด์โดยมีผลกระทบข้างเคียงที่น้อยที่สุดและให้ความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้การจับมือร่วมกับผู้ค้ารายอื่นๆ ในด้านคลาวด์ ยังทำให้ลูกค้าของฟูจิตสึสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกผูกมัดด้วยระบบแบบปิดอีกต่อไป</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6508" title="Kajiyama" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Kajiyama1.jpg" alt="Kajiyama" width="240" height="360" /></p>
<p>“ฟูจิตสึได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลผลแบบคลาวด์มาอย่างต่อเนื่องด้วยการรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และมองหาแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นจุดยืนที่คำนึงถึงมนุษย์ผู้ใช้เป็นหลัก” มาซากิ คาจิยาม่า ประธานบริษัท, บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ในประเทศญี่ปุ่น ฟูจิตสึได้ประสบความสำเร็จในการทดสอบโครงสร้างระบบไอซีทีในด้านเกษตรกรรมและสาธารณสุข และมั่นใจว่าบริการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้เรากลายเป็นผู้นำด้านบริการในระดับโลกต่อไป”</p>
<p>“เราพร้อมนำเสนอบริการระบบคลาวด์แบบมาตรฐานผ่านการติดตั้งบนแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ระดับโลกของเรา” ริชาร์ด คริสโต รองประธานผู้บริหารอาวุโสขององค์กร กล่าว “สำหรับการนำเสนอโมเดลบริการในส่วนอื่นๆ เราจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ด้วย กล่าวได้ว่าในขณะนี้ ฟูจิตสึได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมร่วมทำงานกับลูกค้าเพื่อนำเสนอประโยชน์สูงสุดจากระบบคลาวด์ก็ว่าได้”</p>
<h3>เกี่ยวกับ ฟูจิตสึ</h3>
<p>ฟูจิตสึ ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันระบบไอทีเชิงธุรกิจ โดยมีพนักงานกว่า 175,000 คน ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าในประเทศต่างๆ กว่า 70 ประเทศ ฟูจิตสึได้รวบรวมระบบและผู้เชี่ยวชาญด้านบริการต่างๆ ในระดับโลก เข้ากับระบบประมวลผลที่ไว้วางใจได้และผลิตภัณฑ์ด้านระบบสื่อสาร ไปจนถึงเทคโนโลยีชั้นสูงด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่ธุรกิจของลูกค้า ปัจจุบัน ฟูจิตสึ ลิมิเต็ด (TSE:6702) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมีรายได้รวมกว่า 4.6 ล้านล้านเยน (ประมาณ 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปีงบประมาณที่ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเรียกดูได้จาก http://www.fujitsu.com</p>
<h3>เกี่ยวกับ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด</h3>
<p>บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2533 โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้แก่ คอมพิวเตอร์ สแกนเนอร์ ดอตเมตริกซ์พรินเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ทางด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับงานด้านการผลิต การศึกษา การค้าปลีก ธนาคารและธุรกิจส่วนอื่น นอกจากนั้น เรายังให้บริการให้คำปรึกษา ออกแบบพัฒนาระบบ ออกแบบเครือข่าย  Helpdesk ฝึกอบรม ติดตั้งระบบ และการบำรุงรักษา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://th.fujitsu.com</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6506&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b6-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“เดอะ บีทเทิลส์” สร้างสีสันให้นักสะสม ด้วย USB The Beatles สุดล้ำสมัย</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/new-it-and-computer-product/usb-the-beatles.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/new-it-and-computer-product/usb-the-beatles.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 07:54:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[New Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digilife]]></category>
		<category><![CDATA[digital life]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[the beatles]]></category>
		<category><![CDATA[usb]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอล ไลฟ์ สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[วอร์นเนอร์ มิวสิค]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ บีทเทิลส์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6496</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ตื่นตาตื่นใจกันไปทั้งโลก เมื่อ Apple Corp. ค่ายต้นสังกัดของวงสี่เต่าทอง “เดอะ บีทเทิลส์” The Beatles สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการดนตรีโลกอีกครั้ง หลังจากปีที่แล้ว เปิดตัวอัลบั้ม “เดอะ บีทเทิลส์ รีมาสเตอร์” The Beatles: Re-Mastered กับการปรับปรุงเสียงเพลงทุกอัลบั้มของ“เดอะ บีทเทิลส์” ด้วยระบบดิจิตอล จนทำให้ทั้งโลกตะลึงมาแล้ว ในปีนี้ บรรดาแฟนๆ ของวงสี่เต่าทองและนักสะสมทั้งหลาย จะต้องอึ่ง ทึ่ง ว้าว! อีกระลอก
กับ “เดอะ บีทเทิ่ลส์ สเตรีโอ USB” The Beatles ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnew-it-and-computer-product%2Fusb-the-beatles.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ตื่นตาตื่นใจกันไปทั้งโลก เมื่อ<strong> Apple Corp.</strong> ค่ายต้นสังกัดของวงสี่เต่าทอง <strong>“เดอะ บีทเทิลส์” The Beatles</strong> สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการดนตรีโลกอีกครั้ง หลังจากปีที่แล้ว เปิดตัวอัลบั้ม “เดอะ บีทเทิลส์ รีมาสเตอร์” The Beatles: Re-Mastered กับการปรับปรุงเสียงเพลงทุกอัลบั้มของ“เดอะ บีทเทิลส์” ด้วยระบบดิจิตอล จนทำให้ทั้งโลกตะลึงมาแล้ว ในปีนี้ บรรดาแฟนๆ ของวงสี่เต่าทองและนักสะสมทั้งหลาย จะต้องอึ่ง ทึ่ง ว้าว! อีกระลอก</p>
<p><span id="more-6496"></span>กับ <strong>“เดอะ บีทเทิ่ลส์ สเตรีโอ USB” The Beatles Stereo USB</strong> นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ทางดนตรีของคุณในแบบที่คาดไม่ถึง</p>
<p><a href="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/USB2-copy.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-6497" title="USB2 copy" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/USB2-copy-1024x682.jpg" alt="USB2 copy" width="430" height="286" /></a></p>
<p>“เดอะ บีทเทิลส์ สเตรีโอ USB” คือ USB สุดพิเศษที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม เป็นทรงลูกแอ๊ปเปิ้ลสีเขียวเมทัลลิค ขนาดความจำ 16 กิ๊กกะไบท์ (16 GB) เมื่อเชื่อมต่อ USB เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณจะสามารถเข้าไปท่องโลกแห่งเสียงเพลงของ “เดอะ บีทเทิลส์” ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเพลง, ภาพ และคลิปวีดีโอจากทุกอัลบั้ม ผ่านทางเมนูการใช้งานที่ง่าย, สวยงาม และครบถ้วน และด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมเหมือนซีดี ทำให้ทุกคนที่ได้ลองใช้ “เดอะ บีทเทิลส์ สเตรีโอ USB” พากันบอกว่า เหมือนเป็นการย่อส่วนซีดี The Beatles Box Set ขนาดใหญ่ เอามาไว้ในลูกแอ๊ปเปิ้ล USB เล็กๆเพียงลูกเดียว</p>
<p>ที่สำคัญ “เดอะ บีทเทิลส์ สเตรีโอ USB” ถูกผลิตขึ้นมาในจำนวนที่จำกัดมากๆ เพียง 30,000 ชิ้นทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งวอร์นเนอร์ มิวสิค ก็เอาใจแฟนเพลงชาวไทยและบรรดานักสะสม ด้วยการนำเข้า “เดอะ บีทเทิลส์ สเตรีโอ USB” มาจำหน่าย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางดนตรีสุดล้ำสมัยได้แล้ววันนี้</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6496&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/new-it-and-computer-product/usb-the-beatles.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“บอลติก” อะไรหว่า? Alone in the Baltic countries</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 09:06:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[The Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Cathedral Square]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[riga]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลบอลติก]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศแถบบอลติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรปตะวันออก]]></category>
		<category><![CDATA[ลัตเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[ลิทัวเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโตรเนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6478</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ก่อนจะใช้ขาคู่นี้เดินทางอีกครั้ง บาสก็ถูกฝูงเพื่อนถามว่า “มันอยู่ส่วนไหนของโลกเหรอ?” อย่าว่าแต่เพื่อนๆไม่รู้เลย ตอนแรกบาสก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ด้วยว่าจำเป็นต้องไปแบบโดดเดี่ยว ก็เลยต้องรื้อข้อมูลหน่อย “ทำไมคราวนี้ไปประเทศแปลกๆวะ?” &#8230; แปลกที่ไหน (วะ)&#8230; คนเรามักจะคิดว่าประเทศที่เราไม่คุ้นหู คือ

ประเทศแปลกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรเที่ยว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเลย จะว่าไปประเทศในแถบทะเลบอลติกนี้ไม่ใช่ประเทศแปลกๆ เพราะบริษัททัวร์ในเมืองไทยหลายๆ ที่ก็เริ่มจะบุกการท่องเที่ยวแถบนี้แล้ว ถ้ากางแผนที่ดู
ก็จะเห็น 3 ประเทศเล็กๆกระจุกตัวอยู่ทางซ้ายของประเทศรัสเซีย ซึ่งถ้าพูดว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียเก่าน่าจะได้ แต่บาสไม่คิดว่าคนแถบนี้จะชอบให้อ้างถึงประเทศตัวเองแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะทั้งลัตเวีย เอสโทเนีย และลิทัวเนีย ล้วนแต่ต่อสู้ยาวนานเพื่อเรียกร้องเอกราชจากสหภาพโซเวียตจนประสบความสำเร็จในที่สุด

หลังจากเริ่มหาข้อมูลบาสก็พบว่า เป็น 3 ประเทศที่ &#8230;อะไรวะเนี่ย?!?&#8230; ใช้เงินคนละสกุล ใช้ภาษาคนละภาษาและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (นี่มันประเทศเล็กๆที่กอดกันเหนียวแน่นและอยู่ติดกันจิงมั๊ยเนี่ย..) การเดินทางระหว่างกันสะดวกที่สุดคือทางรถบัสเท่านั้น ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ftravel-guide-travel-tips%2Falone-in-the-baltic-countries.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ก่อนจะใช้ขาคู่นี้เดินทางอีกครั้ง บาสก็ถูกฝูงเพื่อนถามว่า “มันอยู่ส่วนไหนของโลกเหรอ?” อย่าว่าแต่เพื่อนๆไม่รู้เลย ตอนแรกบาสก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ด้วยว่าจำเป็นต้องไปแบบโดดเดี่ยว ก็เลยต้องรื้อข้อมูลหน่อย “ทำไมคราวนี้ไปประเทศแปลกๆวะ?” &#8230; แปลกที่ไหน (วะ)&#8230; คนเรามักจะคิดว่าประเทศที่เราไม่คุ้นหู คือ<br />
<span id="more-6478"></span><br />
ประเทศแปลกๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรเที่ยว แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดเลย จะว่าไปประเทศในแถบทะเลบอลติกนี้ไม่ใช่ประเทศแปลกๆ เพราะบริษัททัวร์ในเมืองไทยหลายๆ ที่ก็เริ่มจะบุกการท่องเที่ยวแถบนี้แล้ว ถ้ากางแผนที่ดู<br />
ก็จะเห็น 3 ประเทศเล็กๆกระจุกตัวอยู่ทางซ้ายของประเทศรัสเซีย ซึ่งถ้าพูดว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียเก่าน่าจะได้ แต่บาสไม่คิดว่าคนแถบนี้จะชอบให้อ้างถึงประเทศตัวเองแบบนี้สักเท่าไหร่ เพราะทั้งลัตเวีย เอสโทเนีย และลิทัวเนีย ล้วนแต่ต่อสู้ยาวนานเพื่อเรียกร้องเอกราชจากสหภาพโซเวียตจนประสบความสำเร็จในที่สุด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6482" title="Latvia-Country" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-Country.jpg" alt="Latvia-Country" width="450" height="299" /></p>
<p>หลังจากเริ่มหาข้อมูลบาสก็พบว่า เป็น 3 ประเทศที่ &#8230;อะไรวะเนี่ย?!?&#8230; ใช้เงินคนละสกุล ใช้ภาษาคนละภาษาและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (นี่มันประเทศเล็กๆที่กอดกันเหนียวแน่นและอยู่ติดกันจิงมั๊ยเนี่ย..) การเดินทางระหว่างกันสะดวกที่สุดคือทางรถบัสเท่านั้น (รถไฟอย่าไปหวังพึ่ง) แต่ก็ยังดีที่ยังมีตารางเวลารถบัสระหว่างเมืองใหญ่ๆออนไลน์อยู่บนอินเตอร์เน็ต ทำให้วางแผนล่วงหน้าได้บ้าง</p>
<p>เอาล่ะค่ะ บ่นอะไรมาซะยืดยาว เรามาเริ่มต้นเดินทางจากประเทศบนสุดก่อน นั่นก็คือ เอสโทเนีย ประเทศที่ใช้ภาษาเอสโทเนียนและสกุลเงิน Kroon (EEK) เมืองหลวงของเอสโทเนียก็คือ Tallinn (ทาลลินน์) ซึ่งอยู่เหนือสุดของประเทศหรือจะเรียกว่าเหนือสุดของพื้นที่ในคาบสมุทรบอลติกนี้ก็ได้ มีอ่าวเล็กๆกั้นระหว่างเฮลซิงกิของฟินแลนด์ ทาลลินน์ก็เลยถือว่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญด้วย ก่อนมาถึงทาลลินน์ บาสคาดการอากาศผิดไปหน่อย ช่วงที่ไป คือ ฤดูร้อนของที่นั่น ถึงแม้ว่าจะรู้ว่ามันคงหนาวกว่าบ้านเรา แต่คิดว่าอยู่ติดทะเลอากาศคงกลางๆ ที่ไหนได้ ลมทะเลแรงๆตลอดทั้งวันนี่เอง ทำให้เมืองนี้หนาวที่สุดในทริปนี้เลย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6483" title="Estonia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Estonia.jpg" alt="Estonia" width="450" height="299" /></p>
<p>บาสเลือกหาที่พักถูกแสนถูกในโซนเมืองเก่า (Old town) ซึ่งถือว่าเป็น City Center ของทาลลินน์ โฮสเทลเล็กๆกับห้องใต้หลังคาที่ต้องปีนบันไดขึ้นไป แต่ซุกหัวนอนสบายบรื๋อ (ได้อารมณ์แฮรี่พอตเตอร์ตอนอยู่บ้านคุณป้า ฮ่าๆ) จะว่าไปโฮสเทลแห่งนี้แทบจะแทรกตัวอยู่ในกำแพงเมืองเก่าเลยทีเดียว ในโซนเมืองเก่าประกอบด้วยกำแพงเมืองเก่าซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นส่วนๆ บางส่วนสามารถขึ้นไปได้ มีจุดชมวิวสำหรับถ่ายรูปเมืองเก่าทั้งเมือง การท่องเที่ยวในโซนเมืองเก่านี้มีวิธีเดียวคือ การเดิน เพราะสถานที่ต่างๆอยู่ใกล้ๆกัน บาสใช้เวลาประมาณวันครึ่ง เดินไปถ่ายรูปไปจนรอบเมืองเก่า<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6486" title="ชุดประจำชาติลิทัวเนีย" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/ชุดประจำชาติลิทัวเนีย.jpg" alt="ชุดประจำชาติลิทัวเนีย" width="250" height="567" /></p>
<p>การเดินทางทุกครั้งสำหรับบาสมันคือกำไร และการมาทาลลินน์ครั้งนี้ถือว่าเป็นกำไรก้อนใหญ่จากความโชคดีที่มาเจองานยิ่งใหญ่ระดับชาติแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว นั่นคืองาน Estonia Song Festival ซึ่งจัดขึ้น 5 ปีต่อครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม บาสเดินตามคนที่ใส่ชุดประจำชาติเอสโทเนียไปเรื่อยๆจนถึงป้ายรถเมล์ที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ว่าสามารถขึ้นรถไปงานได้ ที่นั่นบาสยืนมองชุดประจำชาติน่ารักๆของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนข้างๆ เธอพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ก็ยินดีที่จะนำเราไปยังงานนี้ด้วยกัน (นี่ล่ะค่ะ มิตรภาพต่างแดน) เธอบอกด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่แข็งแรงแต่พอแปลได้ว่า คนที่จะร่วมร้องเพลงในงานนี้จะต้องแต่งชุดประจำชาติ และนี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา คนทั้งเมืองจะไปรวมตัวที่งาน</p>
<p><img class="alignnone  size-full wp-image-6485" title="Estonia-Country" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Estonia-Country.jpg" alt="Estonia-Country" width="450" height="299" /></p>
<p>ตอนนั้นบาสยังนึกภาพไม่ออกเลยว่างานนี้จะยิ่งใหญ่อลังการสักแค่ไหน จนเมื่อไปถึง สิ่งที่ได้เห็นคือคนเป็นแสนๆกำลังชมการขับร้องประสานเสียงของคนเป็นหมื่นๆคนบนอัฒจรรย์ใหญ่ยักษ์ด้วยการควบคุมของ conductor เพียงคนเดียว เสียงกระหึ่ม กังวาล และทรงพลังที่ถูกผสานจากผู้ขับร้องทุกคนทำให้บาสน้ำตาคลอ และพึมพำกับตัวเองตลอดเวลาว่า ขอบคุณมากๆๆที่ให้บาสได้เห็นอะไรแบบนี้ การร้องประสานเสียงของคนนับหมื่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เทศกาลนี้กำลังทำให้ชาวเอสโทเนียรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันยืนอยู่บนจุดเดียวกัน เหมือนกับที่พวกเขารวมพลังกันฝ่าฟันภาวะสงครามและการเรียกร้องอิสรภาพมาได้</p>
<h3>น่าประทับใจที่สุด</h3>
<p>บาสเดินทางออกจากทาลลินน์แบบอิ่มใจ ที่หมายถัดไปคือเมือง Parnu เมืองทางตะวันตกติดทะเลซึ่งเป็นที่ตากอากาศยอดนิยมของเอสโทเนีย ใช้เวลาจากทาลลินน์ประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง แต่สภาพอากาศไม่เป็นใจนัก เนื่องจากฟ้าครึ้มมีฝนปรอยๆตลอดเวลา ขัดกับสภาพเมืองตากอากาศเสียนี่กะไร แต่ในเมื่อเรามาแล้วก็ต้องเดินไปดูชายหาดสำหรับตากอากาศกันหน่อย (ลืมบอกไปว่าทาลลินน์นั้นถึงแม้จะติดทะเลก็จริง แต่ไม่มีชายหาดดีๆให้วิ่งเล่นหรอกนะ) และ ณ ชายหาด Parnu นี่เอง ทำให้บาสรู้จักกับชายหาดที่หนาวที่สุดเท่าที่เคยเจอ ลมก็แรงซะจนต้องเก็บกล้องเข้ากระเป๋า ยืนอยู่แป๊บเดียวทรายปลิวมาเกาะเต็มขากางเกงเลย และที่ทำให้บาสตาโตคือ ขนาดอากาศทรมานกระดูกอย่างนี้ ยังมีคนลงไปเล่นกีฬาทางน้ำกันเต็มไปหมด ข้าน้อยขอคาราวะ&#8230;</p>
<p>ดูๆไปแล้ว Parnu เป็นเมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการตากอากาศจริงๆ นอกจากชายหาด (ที่หนาวที่สุดในโลก) แล้ว ทั้งเมืองยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นดีจริงๆ หลังจากที่สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่ 1 คืนแล้ว บาสก็ออกเดินทางยาวๆไปยังประเทศถัดไปนั่นคือ ลิทัวเนีย ซึ่งอยู่ใต้สุดในบรรดา 3 ประเทศ (ถามว่าทำไมไม่ไปลัตเวีย ก่อน เพราะว่าต้องขึ้นเครื่องกลับที่ลัตเวียค่ะ) ใช้เวลานั่งรถ+ต่อรถจาก Parnu (เอสโทเนีย) ถึง Vilnius (ลิทัวเนีย) ประมาณ 8 ชั่วโมง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6488" title="Lithunia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Lithunia.jpg" alt="Lithunia" width="250" height="376" /></p>
<p>ลิทัวเนีย ใช้ภาษาลิทัวเนียและเงินสกุลลิตัส (Lt) พอพูดถึงสกุลเงินก็งานเข้า เพราะต้องเปลี่ยนอัตราการคำนวณราคาต่างๆในสมองใหม่ (มีตัวคูณอัตราแลกเปลี่ยนใหม่) เราสามารถนำเงินสกุล kroon ของเอสโทเนียมาแลกได้ แต่เท่าที่เคยคำนวณไว้ บาสเสียส่วนต่างของการแลกเงินไปๆมาๆนี่หลายตังค์อยู่นะคะ (ถ้ามาจากเมืองไทย ให้แลกเงินยูโรหรือดอลลาร์มาก่อนค่ะ เพราะเมืองไทยไม่มีสกุลเงิน 3 ประเทศนี้) ที่สำคัญคือ ทั้ง 3 ประเทศนี้จะไม่อนุโลมให้ใช้เงินสกุลอื่นเลยค่ะ<br />
Vilnius เป็นเมืองหลวงของลิทัวเนีย และที่นี่ก็มีโซนเมืองเก่า (เดี๋ยวลัตเวียก็มีค่ะ สรุปว่ามีทุกประเทศ)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6489" title="Lithunia-landscape" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Lithunia-landscape.jpg" alt="Lithunia-landscape" width="520" height="231" /></p>
<p>บาสก็หาที่พักในโซนเมืองเก่าเช่นเคย เป็นโฮสเทลเล็กๆ แออัดหน่อยๆ เพราะห้องหนึ่งอยู่กัน 7 คน แต่อบอุ่นเพราะคนเยอะนี่แหละค่ะ โฮสเทลประเทศแถบนี้จะไม่แยกชายหญิงนะคะ แต่ที่สัมผัสมาก็ไม่มีอันตรายอะไร แถมยังได้เพื่อนทั่วโลกไว้คุยแก้เหงา หรือบางทียังชวนเรา dance ท่า Nobody (wonder girl) กลางห้องซะงั้น ใครยังไม่เคยสัมผัสบรรยากาศแนวนี้ ลองบ้างก็ไม่เลวนะคะ สำหรับสถาปัตยกรรมต่างๆใน Vilnius ก็มีลักษณะคล้ายๆ กับที่ทาลลินน์ แต่บาสให้คะแนนที่นี่มากกว่าที่ทาลลินน์หน่อยนึง</p>
<p>จุดสำคัญจะอยู่ที่บริเวณ Cathedral Square และ Bell Tower ถ้าเป็นช่วงเทศกาลก็มักจะใช้บริเวณนี้จัดกิจกรรมต่างๆ บาสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินถ่ายรูปตามที่ต่างๆในเขตเมืองเก่า แล้วพอเมื่อยเต็มที่<br />
ก็นั่งพักอยู่ไม่ไกลจาก Cathedral Square นัก เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า วันนี้มีคู่แต่งงานหลายคู่จัง บางคู่ก็เดินอยู่แถวๆวิหาร บางคู่ก็กำลังนั่งรถแห่ไปรอบเมืองสนุกสนานเฮฮา อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงดนตรีพื้นเมืองที่ดูครื้นเครงดังแว่วมาจนบาสต้องเดินไปดู จึงได้เห็นงานแต่งงานน่ารักๆงานหนึ่ง บาสไม่ทราบว่าเป็นประเพณีของคนที่นี่หรือเปล่า ภาพที่ได้เห็นคือ ทั้งเจ้าบ่าว-เจ้าสาว ญาติๆ เพื่อนๆ กำลังจับคู่เต้นรำกันอย่างสนุกสนานอยู่ตรงลานกลางแจ้งหน้าร้านอาหาร (เต้นท่าเดียวกันด้วย เหมือนจะเป็นท่าเต้นพื้นฐานของเพลงนั้นๆ คงคล้ายๆกับการรำบ้านเรามั้งคะ) ไม่มีเครื่องเสียงอะไรใหญ่โต เครื่องดนตรีแค่ 3 ชิ้นแบบพื้นเมืองแถบนั้น ไม่มีโต๊ะจีน ไม่มีเวที ที่สำคัญใครจะมายืนดูก็ได้ค่ะ หรือจะเข้าไปเต้นด้วย เขาก็คงไม่ว่าอะไร บาสคิดว่านี่คือการแจกจ่ายความสุขอย่างหนึ่ง วันที่มีความสุขของคนสองคน</p>
<p>แต่สามารถแจกจ่ายความสุขไปถึงญาติๆ เพื่อนๆ หรือแม้แต่ใครก็ไม่รู้ข้างถนน มันน่าจะทำให้สุขยิ่งขึ้นนะคะ มันเป็นกิจกรรมที่ทำให้บาสยืนดูอยู่ได้นานจริงๆค่ะ (จริงๆอยากขอเข้าไปเต้นด้วย แต่สัมภารก(ระ) เยอะเหลือเกิน) ปิดท้ายวันนี้ด้วยการหาซื้อของกินตาม food shop เป็นแหล่งอาหารที่ประหยัดเงินในกระเป๋ามากที่สุด ที่หน้าร้านขายของ</p>
<p>ในประเทศแถบนี้มักจะเขียนแปะหน้าร้านตัวใหญ่ๆว่า 7-22 ตอนแรกคิดว่าเหมือน 7-11 (เซเว่น อีเลเว่น) แต่ก็งงๆว่า ทำไมร้าน 7-22 (เซเว่น ทเวนตี้ทู) มันเยอะจัง แล้วก็ถึงบางอ้อว่า มันคือเวลาเปิด-ปิดร้านนั่นเองจ้า<br />
ถ้าใครมีเวลาเหลือจากการเที่ยวในเขตเมืองเก่า ขอแนะนำให้นั่งรถบัสไปเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจาก Vilnius แค่ 28 กิโลเมตร นั่นคือเมือง Trakai เดินทางสะดวกมากค่ะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่<br />
น่าสนใจทีเดียว มีทั้งประสาทบนเกาะกลางน้ำ พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ต่างๆ เส้นทางสำหรับขี่จักรยานเที่ยว หรือจะพายเรือเล่นก็ได้</p>
<p><a href="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-6493" title="Latvia" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia.jpg" alt="Latvia" width="250" height="376" /></a></p>
<p>แล้วก็ได้เวลาทำลายเหรียญลิตัส และแลกเงินอีกครั้ง บาสใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง เดินทางจาก Vilnius สู่ริกา (Riga) เมืองหลวงของประเทศสุดท้ายในทริปนี้ นั่นคือ ลัตเวีย ซึ่งใช้เงินสกุลลัต (LVL) และภาษาลัตเวีย<br />
ริกาเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆของประเทศในแถบบอลติก เคยได้ยินผ่านหูมาว่า ริกาคือกรุงเทพแห่งทะเลบอลติก บาสคิดว่าเกือบๆใช่เลยล่ะ ถ้าเปรียบเทียบเมืองหลวงของทั้ง 3 ประเทศ บาสว่าริกาเป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุด อาจเพราะความเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทำให้ที่นี่ดูวุ่นวายและอันตรายมากกว่าที่อื่น</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6490" title="Latvia-Riga" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-Riga.jpg" alt="Latvia-Riga" width="450" height="299" /></p>
<p>มีคนจรจัดและขอทานอยู่ทั่วไป แถมคนก็ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก (โดยเฉพาะในตลาด ถ่ายผลไม้ยังโดนไล่เลย) บาสจึงชื่นชมริกาที่ความสวยงามของเมืองเสียมากกว่า โดยเฉพาะโซนเมืองเก่า ริกาเป็นเมืองที่มีแม่น้ำผ่ากลาง (เหมือนกรุงเทพเลย) สามารถล่องเรือชมทัศนียภาพได้ หรือถ้าอยากได้ภาพเมืองมุมสูงแบบ 360 องศา ก็ให้ขึ้นไปชมวิวที่โบสถ์ Sv.Petera luteranu baznica ค่าขึ้น 3 LVL ถ้ามองอีกด้านหนึ่งนั้น ความเจริญก็ถูกแทรกอยู่ในทุกๆมุมของเมืองเก่าเช่นกัน ทุกๆซอกซอยในเขตนี้มี</p>
<p>ร้านรวงเปิดกันให้พรึ่บ ตั้งแต่ร้านอาหาร เสื้อผ้า ดอกไม้ อัญมณี โดยเฉพาะที่ขายกันเยอะมากๆ (ย้ำ มากๆ) ในประเทศแถบนี้ก็คือ อำพัน (Amber) เขาว่ากันว่า อำพันจากทะเลบอลติก คืออำพันที่ดีที่สุดในโลก และยังมีความเชื่อโบราณมากมายเกี่ยวกับอำพันที่ทำให้สินค้าชนิดนี้ขายดิบขายดีโดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวล่ะค่ะ (บาสยังซื้อมาหลายชิ้นเลย)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6491" title="amber" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/amber.jpg" alt="amber" width="300" height="263" /></p>
<p>มีอีกที่หนึ่งของลัตเวียที่น่าสนใจ นั่นคือ Latvian Ethnographic Open-Air Museum บาสไม่เคยเจอพิพิธภัณฑ์ที่กว้างขนาดนี้มาก่อน เรียกว่าครอบคลุมพื้นที่หลายแสนตารางเมตร ที่นี่จะจัดแสดงบ้านแบบดั้งเดิมของชาวลัตเวีย เรียกว่าเป็นหมู่บ้านเลยดีกว่า เราจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ ลักษณะบ้านและสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากๆ สามารถขึ้น shutter bus เพื่อมาที่นี่ได้จากโซนเมืองเก่า ใช้เวลา 30 นาที ขอแนะนำให้มารถเที่ยวแรกและกลับไปรถเที่ยวสุดท้ายค่ะ เพราะขนาดบาสทำแบบนั้น ยังเดินไม่รอบเลย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6492" title="Latvia-room" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/Latvia-room.jpg" alt="Latvia-room" width="450" height="299" /></p>
<p>การเดินทางในครั้งนี้สิ้นสุดลงที่ริกา บาสมองอำพันที่ถืออยู่ในมือแล้วถามตัวเองว่า ทำไมมันถึงดีที่สุดในโลก ถ้าอำพันก้อนนี้ไปตกอยู่ข้างถนน คนอาจจะเหยียบเพราะคิดว่าเป็นแค่พลาสติกก็ได้ คำตอบคือ เราเป็นคนให้คุณค่ากับสิ่งของสิ่งนั้นต่างหาก เหมือนกับถ้าเราไม่เคยรู้จักประเทศในแถบนี้ เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่มีคุณค่าพอให้สนใจ แต่ไม่ว่าเราสัมผัสแล้วมันจะน่าสนใจจริงหรือไม่ก็ตาม ถ้าเราให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่ได้จากมัน มันก็จะมีค่าสำหรับเราค่ะ</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6478&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/travel-guide-travel-tips/alone-in-the-baltic-countries.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

