<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Digital, Lifestyle and more &#187; microsoft</title>
	<atom:link href="http://www.dplusmag.com/tag/microsoft/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dplusmag.com</link>
	<description>Digital Lifestyle magazine</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Oct 2011 04:36:26 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Service Pack 1 Windows 7 &amp; Windows Server 2008 R2 กำลังจะมา</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/service-pack-1-windows-7-windows-server-2008-r2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/service-pack-1-windows-7-windows-server-2008-r2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jul 2010 07:08:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tkorn</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[TechEd Conference]]></category>
		<category><![CDATA[windows 7]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=7244</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
Microsoft ประกาศในงาน TechEd Conference ครั้งล่าสุด ว่าจะปล่อย Service Pack 1 (SP1 เวอร์ชั่น Beta) ของ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยบอกว่าไม่ได้มีฟีเจอร์ใหม่อะไร เน้นไปที่การแก้ไขจุดบกพร่องของระบบ และอัพเดทด้านระบบความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่เพียงแค่อุดรอยรั่ว Microsoft ยังปล่อยแพลตฟอร์มการประมวลผลกราฟิกแบบใหม่ที่มีชื่อว่า RemoteFX และ Hyper-V รุ่นปรับปรุงที่สามารถปรับเปลี่ยนหน่วยความจำหลักเสมือนของ VM ได้โดยอัตโนมัติออกมาด้วย รออัพเดทกันได้

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fservice-pack-1-windows-7-windows-server-2008-r2-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p style="text-align: justify;"><img class="alignleft size-full wp-image-7251" title="Microsoft_logo" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/07/Microsoft_logo2.jpg" alt="Microsoft_logo" width="300" height="119" /><span class="alignleft">Microsoft ประกาศในงาน TechEd Conference ครั้งล่าสุด ว่าจะปล่อย Service Pack 1 (SP1 เวอร์ชั่น Beta) ของ Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยบอกว่าไม่ได้มีฟีเจอร์ใหม่อะไร เน้นไปที่การแก้ไขจุดบกพร่องของระบบ และอัพเดทด้านระบบความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่เพียงแค่อุดรอยรั่ว Microsoft ยังปล่อยแพลตฟอร์มการประมวลผลกราฟิกแบบใหม่ที่มีชื่อว่า RemoteFX และ Hyper-V รุ่นปรับปรุงที่สามารถปรับเปลี่ยนหน่วยความจำหลักเสมือนของ VM ได้โดยอัตโนมัติออกมาด้วย รออัพเดทกันได้</span></p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=7244&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/service-pack-1-windows-7-windows-server-2008-r2-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ ส่งตรงเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์และบลูแทร็คในผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุด</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 03:07:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Comfort Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[LifeCam HD-5000]]></category>
		<category><![CDATA[LifeCam HD-6000]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[video call]]></category>
		<category><![CDATA[Wireless Mobile Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บแคม]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6469</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
เปิดตัวไลฟ์แคม 2 รุ่น ที่มีความละเอียดถึง 720 พิกเซล พร้อมด้วยเมาส์ราคาย่อมเยาที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพทรงพลังของเทคโนโลยีบลูแทร็ค
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งตรงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปในราคาเหมาะสม พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่งที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกๆที่
เผยสีสันสดใสผ่านวีดีโอคอลล์ (Video calls)
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งานจะสนุกสนานยิ่งขึ้นกับภาพวีดีโอสีสันสดใสจากเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ (TrueColor) เทคโนโลยีล้ำสมัยในการประมวลผลภาพ ซึ่งจะให้ภาพที่มีสีสันคมชัดและสว่างแม้ในที่มืด เทคโนโลยีดังกล่าวพร้อมสู่มือผู้ใช้งานแล้ววันนี้กับเว็บแคมสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่น LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-6000 เว็บแคมทั้ง 2 รุ่น ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมเทคโนโลยีออโต้โฟกัส ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี TrueColor ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-launches-new-lifecam-and-mous.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>เปิดตัวไลฟ์แคม 2 รุ่น ที่มีความละเอียดถึง 720 พิกเซล พร้อมด้วยเมาส์ราคาย่อมเยาที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพทรงพลังของเทคโนโลยีบลูแทร็ค<br />
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งตรงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปในราคาเหมาะสม พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่งที่สามารถตอบสนองการใช้งานในทุกๆที่<span id="more-6469"></span></p>
<h3>เผยสีสันสดใสผ่านวีดีโอคอลล์ (Video calls)</h3>
<p>นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ใช้งานจะสนุกสนานยิ่งขึ้นกับภาพวีดีโอสีสันสดใสจากเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ (TrueColor) เทคโนโลยีล้ำสมัยในการประมวลผลภาพ ซึ่งจะให้ภาพที่มีสีสันคมชัดและสว่างแม้ในที่มืด เทคโนโลยีดังกล่าวพร้อมสู่มือผู้ใช้งานแล้ววันนี้กับเว็บแคมสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่น LifeCam HD-5000 และ LifeCam HD-6000 เว็บแคมทั้ง 2 รุ่น ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมเทคโนโลยีออโต้โฟกัส ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยี TrueColor ยังสามารถใช้งานได้กับเว็บแคมรุ่นที่ผ่านมาด้วยการอัพเดทซอฟต์แวร์<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6471" title="cid_image009" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image009.jpg" alt="cid_image009" width="274" height="329" /></p>
<p>นายชัชวาล จิตติกุลดิลก ผู้จัดการฝ่ายขาย กลุ่มอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คุณภาพของสีและความสว่างของภาพนับเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับวีดีโอคอลล์ จากการศึกษาของเราพบว่า การใช้งานวีดีโอคอลล์ส่วนใหญ่มักจะใช้งานในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อย หรือ บริเวณที่มีแสงไม่สม่ำเสมอ ภายใต้สภาพดังกล่าว ผู้ใช้งานเว็บแคมมักจะต้องพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้งานมาโดยตลอด วิศวกรของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ จึงได้ สร้างสรรค์เทคโนโลยี ทรูคัลเลอร์ (TrueColor) ในการเสริมสร้างประสบการณการใช้งานวีดีโอคอลล์ ด้วยการผสมผสานซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ภาพมีความสว่างและดูเป็นธรรมชาติในทุกๆสถานการณ์”</p>
<p>เทคโนโลยีการประมวลผลภาพของไมโครซอฟท์ จะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของผู้ใช้งานและจะปรับการ    ตั้งค่าเว็บแคมให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ภาพที่สว่างและมีสีสันคมชัดยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์เพื่อภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น และเพื่อให้ได้ผลดังกล่าว เทคโนโลยี TrueColor ยังมีฟีเจอร์การจับภาพใบหน้า ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์วิจัยของไมโครซอฟท์ โดยจะสามารถจับภาพใบหน้าโดยที่มั่นใจได้ว่าภาพจะไม่มืด หรือ สว่างจนเกินไป ดังนั้น ภาพจากการใช้งานวีดีโอคอลล์จะมีความคมชัด แม้ในสถานการณ์ที่แสงสว่างไม่สามารถควบคุมได้</p>
<h3>LifeCam HD-5000</h3>
<p>LifeCam HD-5000 พร้อมด้วยเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ ให้คุณภาพของภาพที่ดีเยี่ยมในทุกๆ สถานการณ์ และนับเป็นเว็บแคมของไมโครซอฟท์อีกหนึ่งรุ่นที่ให้ภาพความละเอียด 720 พิกเซล พร้อมด้วยระบบออโต้โฟกัส ในราคาไม่ถึง 2,000 บาท LifeCam HD-5000 ยังมีรูปแบบการติดตั้งที่ยืดหยุ่น และสามารถปรับโค้งเพื่อให้เหมาะสมกับการติดตั้งได้ในทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นบนขอบจอมอนิเตอร์ จอโน้ตบุ๊ค หรือ การตั้งบนโต๊ะโดยตรง<br />
LifeCam HD-6000 สำหรับโน้ตบุ๊ค<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6472" title="cid_image010" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image010.jpg" alt="cid_image010" width="294" height="394" /><br />
ไมโครซอฟท์ ยังเปิดตัว LifeCam HD-6000 สำหรับโน้ตบุ๊ค ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งเทคโนโลยีทรูคัลเลอร์ ภาพความละเอียด 720 พิกเซล ระบบออโต้โฟกัส และดีไซน์พิเศษสำหรับการใช้งานร่วมกับโน้ตบุ๊ค LifeCam HD-6000 สามารถปรับเปลี่ยนมุมได้ 360 องศา ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงสามารถปรับเว็บแคมไปในทิศทางที่ต้องการ เพื่อแชร์ภาพกับเพื่อนและครอบครัวได้อย่างจุใจยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ขนาดกะทัดรัด สายพ่วง 3 สาย และกระเป๋าสำหรับพกพา LifeCam HD-6000 นับเป็นเพื่อนที่รู้ใจสำหรับการใช้งานนอกสถานที่</p>
<h3>เทคโนโลยีบลูแทร็คในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้</h3>
<p>ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวเมาส์ที่ใช้เทคโนโลยีบลูแทร็ครุ่นใหม่ล่าสุดในราคาย่อมเยาที่สุดเพียงแค่ 1,090 บาท ผู้ใช้งานจะสามารถใช้งานเมาส์ได้บนพื้นผิวทุกประเภท (ยกเว้นกระจกและแก้วใส) ในราคาเหมาะสม โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ด้วยกัน คือ Wireless Mobile Mouse 3500, Wireless Mouse 2000 และ Comfort Mouse 4500<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6474" title="cid_image011" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image011.jpg" alt="cid_image011" width="283" height="228" /><br />
เทคโนโลยีบลูแทร็ค ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวยิ่งขึ้นของผู้บริโภคในปัจจุบัน บอกลาแผ่นรองเมาส์ และใช้เมาส์บลูแทร็คได้ในทุกๆที่ ตั้งแต่บนเคาน์เตอร์หินแกรนิตในห้องครัว โต๊ะไม้ในร้านกาแฟ ไปจนถึงพนักวางแขนในสนามบิน เทคโนโลยีบลูแทร็ค เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2551 และมีให้เลือกทั้งหมด 8 รุ่นด้วยกัน ผู้บริโภคจึงสามารถเลือกดีไซน์ สีสัน และ ราคาที่เหมาะกับความต้องการได้<br />
Wireless Mobile Mouse 3500 และ Wireless Mouse 2000<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6473" title="cid_image013" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/04/cid_image013.jpg" alt="cid_image013" width="349" height="247" /><br />
Wireless Mobile Mouse 3500 มีตัวรับสัญญาณนาโนทรานซีฟเวอร์ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อกับพอร์ตยูเอสบีแล้วจะมีส่วนยื่นออกจากโน้ตบุคน้อยกว่า 1 เซนติเมตร ผู้ใช้งานจึงสามารถเสียบตัวรับสัญญาณค้างไว้กับเครื่องได้ตลอดเวลา ส่วน Wireless Mouse 2000 จะมาพร้อมกับ ทรานซีฟเวอร์จิ๋วซึ่งสามารถสอดเก็บไว้ใต้เมาส์ได้ขณะพกพา เมาส์ทั้งสองรุ่นรองรับการทำงานทั้งมือซ้ายและขวา พร้อมเส้นยางด้านข้างเมาส์เพื่อการจับที่ถนัดมือยิ่งขึ้น Wireless Mouse 2000 จะมีขนาดขนาดใหญ่กว่า Wireless Mobile Mouse 3500 ผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกใช้ได้ตามความถนัดของมือ</p>
<h3>Comfort Mouse 4500</h3>
<p>Comfort Mouse 4500 คือ เมาส์พร้อมสายรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีบลูแทร็ค เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการมีปัญหากังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบ็ตเตอรี่ให้กับเมาส์</p>
<h3>ราคาและการวางจำหน่าย</h3>
<p>LifeCam HD-5000 จะมีวางจำหน่ายในเดือนเมษายน ในราคาขายปลีกประมาณ 1,850 บาท ส่วน LifeCam HD-6000 จะมีวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ในราคาขายปลีกประมาณ 2,150 สำหรับผู้ใช้งาน LifeCam Cinema สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับติดตั้งเทคโนโลยี TrueColor ได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง http://www.microsoft.com/hardware/</p>
<p>สำหรับ Wireless Mouse 2000 และ Comfort Mouse 4500 มีราคา 1,090 บาท และ 890 บาท ตามลำดับ และจะออกวางจำหน่ายในเดือนเมษายน Wireless Mobile Mouse 3500 ราคา 1,090 จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายน</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ต่างๆของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ พร้อมรับประกัน 3 ปี ข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ สามารถศึกษาได้ที่ http://www.microsoft.com/hardware</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6469&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-launches-new-lifecam-and-mous.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การสนับสนุนผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าในตระกูลวินโดวส์ 3 รุ่น จะยุติเร็วๆ นี้</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-news.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-news.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2010 09:40:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft® Windows XP SP2]]></category>
		<category><![CDATA[windows 7]]></category>
		<category><![CDATA[windows update]]></category>
		<category><![CDATA[windows upgrade]]></category>
		<category><![CDATA[Windows Vista RTM]]></category>
		<category><![CDATA[Windows XP]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[อัพเกรด windows]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6362</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผู้ใช้งาน Microsoft® Windows Vista RTM, Microsoft® Windows XP SP2 และ Microsoft® Windows XP SP2 Professional and Server ให้ติดตั้งผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นเซอร์วิสแพคที่ยังได้รับการสนับสนุนการอัพเดทอยู่ หรือเปลี่ยนไปสู่ Microsoft® Windows 7 เนื่องจากช่วงอายุของการสนับสนุนผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นดังกล่าวจะจบลง และส่งผลให้การสนับสนุนทางด้านระบบความปลอดภัยยุติลงด้วย

ทั้งนี้การสนับสนุนของไมโครซอฟท์ในผลิตภัณฑ์ Microsoft® Windows Vista RTM จะสิ้นสุดในวันที่ 13 เมษายน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fmicrosoft-news.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำผู้ใช้งาน Microsoft® Windows Vista RTM, Microsoft® Windows XP SP2 และ Microsoft® Windows XP SP2 Professional and Server ให้ติดตั้งผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นเซอร์วิสแพคที่ยังได้รับการสนับสนุนการอัพเดทอยู่ หรือเปลี่ยนไปสู่ Microsoft® Windows 7 เนื่องจากช่วงอายุของการสนับสนุนผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นดังกล่าวจะจบลง และส่งผลให้การสนับสนุนทางด้านระบบความปลอดภัยยุติลงด้วย<br />
<span id="more-6362"></span><br />
ทั้งนี้การสนับสนุนของไมโครซอฟท์ในผลิตภัณฑ์ Microsoft® Windows Vista RTM จะสิ้นสุดในวันที่ 13 เมษายน 2553 และในส่วนของ Windows 2000 Professional and Server และ Windows XP SP2 จะยุติการสนับสนุนตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป</p>
<p>นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ลูกค้าที่ใช้งานวินโดวส์ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้จะยังคงใช้งานได้อยู่ตามปกติโดยไม่ได้รับผลกระทบในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ทั้งนี้การยุติการสนับสนุน Microsoft® Windows Vista RTM, Microsoft® Windows XP SP2 และ Microsoft® Windows 2000 Professional and Server หมายถึงการที่ไมโครซอฟท์จะหยุดการอัพเดทสิ่งใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของระบบ โดยเราพบว่าหลังจากที่ระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows 7 ซึ่งเปิดตัวในประเทศไทยมาได้กว่า 6 เดือนแล้วนั้นผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี และมีเสียงสะท้อนในเชิงบวกอย่างมากทำให้เรามั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ผิดหวังกับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Microsoft® Windows 7 ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอัพเกรดระบบที่ผู้ใช้งานใช้อยู่ในปัจจุบัน”</p>
<p>สำหรับการยุติการสนับสนุนในครั้งนี้ไมโครซอฟท์แนะนำผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์วินโดวส์ในเวอร์ชั่นที่เกี่ยวข้องให้ปรับเปลี่ยนระบบไปสู่ระบบที่ทันสมัยมากขึ้นดังต่อไปนี้</p>
<p>·       Microsoft® Windows Vista RTM à Microsoft® Windows Vista SP 2 หรือ Microsoft® Windows 7</p>
<p>·       Microsoft® Windows 2000 Professional and Server à Microsoft® Windows Server 2008 R2 หรือ Microsoft® Windows 7</p>
<p>·       Microsoft® Windows XP SP2 à Microsoft® Windows XP SP 3 ที่มีการติดตั้ง IE 8 หรือ Microsoft® Windows 7</p>
<p>นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังได้แนะนำให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไมโครซอฟท์ รวมถึง Microsoft® Windows 7 ได้ที่ Microsoft Experience Gallery ซึ่งตั้งอยู่ที่ ไอทีมอล ฟอร์จูนทาวน์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถค้นหา และมีโอกาสได้ใช้งานซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับการใช้งานของตนเอง</p>
<p>นางสาวลิซ่า กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้ใช้งานควรทำหากยังไม่พร้อมที่จะอัพเกรดไปสู่ Microsoft® Windows 7 คือการติดตั้งผลิตภัณฑ์วินโดวส์เซอร์วิสแพคที่ยังได้รับการสนับสนุนอยู่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้การอัพเกรดระบบเบราเซอร์ไปสู่ Internet Explorer 8 ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับการปกป้องระบบให้ปลอดภัยจากการคุกคามเมื่อใช้งานเบราเซอร์ออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นการทำให้ผู้ใช้งานได้รับการอัพเดท และการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ทันทีที่มีความคืบหน้าใหม่ๆ”</p>
<p>ลูกค้าไมโครซอฟท์ที่ต้องการจะปกป้องคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัย และทันสมัยอยู่เสมอ สามารถทำตามคำแนะนำง่ายๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p>·       ตรวจสอบการอัพเดทต่างๆ ได้ที่ http://update.microsoft.com/microsoftupdate</p>
<p>·       ติดตั้งระบบการอัพเดทที่สำคัญๆ หรือที่ได้รับคำแนะนำจากไมโครซอฟท์</p>
<p>·       ติดตั้งระบบให้อยู่ในรูปแบบของการรับอัพเดทแบบอัตโนมัติ หรือตรวจสอบการอัพเดทอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์อยู่เสมอ</p>
<p>·       ดาวน์โหลด Internet Explorer 8 ได้ที่ http://www.microsoft.com/windows/internet-explorer/default.aspx เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยขณะใช้งานเบราเซอร์</p>
<p>·       ดาวน์โหลด Microsoft Security Essential (สามารถเลือกดาวน์โหลดเวอร์ชั่นภาษาไทยได้) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส สปายแวร์ และมัลแวร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จากไมโครซอฟท์นำไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6362&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-news.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์เปิดช่องทางสื่อสารออนไลน์สำหรับผลิตภัณฑ์ออฟฟิศ 2010</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/office-2010-thai.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/office-2010-thai.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2010 11:15:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=6252</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
แหล่งข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ มากมาย ก่อนเปิดตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดช่องทางสื่อสารออนไลน์ระหว่างไมโครซอฟท์กับผู้บริโภคในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ด้วยคอนเท้นต์ที่หลากหลาย อีกทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อสงสัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่อัพเดทล่าสุด และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเปิดตัวจริงในเดือนมิถุนายน 2553 นี้

เว็บไซต์ www.office2010thai.com และ Facebook ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ประเทศไทย www.facebook.com/office2010thai นับเป็นช่องทางสื่อสารออนไลน์ที่ผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์การใช้งานไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการทำงานภายใต้คอนเซ็ปต์ 3 จอ ที่เชื่อมต่อระหว่างการใช้งานผ่านจอคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Foffice-2010-thai.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>แหล่งข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ มากมาย ก่อนเปิดตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้</p>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดช่องทางสื่อสารออนไลน์ระหว่างไมโครซอฟท์กับผู้บริโภคในประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ด้วยคอนเท้นต์ที่หลากหลาย อีกทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อสงสัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่อัพเดทล่าสุด และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเปิดตัวจริงในเดือนมิถุนายน 2553 นี้<br />
<span id="more-6252"></span><br />
เว็บไซต์ www.office2010thai.com และ Facebook ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ประเทศไทย www.facebook.com/office2010thai นับเป็นช่องทางสื่อสารออนไลน์ที่ผู้บริโภคจะสามารถสัมผัสประสบการณ์การใช้งานไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการทำงานภายใต้คอนเซ็ปต์ 3 จอ ที่เชื่อมต่อระหว่างการใช้งานผ่านจอคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ในทุกที่ทุกเวลา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้รวดเร็ว สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในเว็บไซต์และ Facebook จะมีการอัพเดทข่าวสาร ความเคลื่อนไหว กิจกรรมต่างๆ ฟีเจอร์เด่นๆ พร้อมวิดีโอเดโมที่แนะนำการใช้งานอย่างง่าย และฟรีดาวน์โหลด Microsoft Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้า<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-6254" title="Office2010-thai-Microsite" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/Office2010-thai-Microsite.JPG" alt="Office2010-thai-Microsite" width="450" height="353" /></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-6255" title="Office2010thai-Facebook" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/03/Office2010thai-Facebook.jpg" alt="Office2010thai-Facebook" width="450" height="363" /></p>
<p>นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ “เล่าเรื่องเมืองไทย ด้วยไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010” ผ่านทั้ง 2 ช่องทาง เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมสนุกกับการบอกเล่าเรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่าน Microsoft Office OneNote 2010 และ PowerPoint 2010 แอพพลิเคชั่นที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 โดยกิจกรรมดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 เมษายน 2553 ของรางวัล อาทิ กล้องวิดีโอ Sony Bloggie พวงกุญแจ Lacie Thumb Drive เสื้อยืด Office 2010 สำหรับรายละเอียดการร่วมสนุก กฎกติกา และของรางวัล สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 ประเทศไทย และที่หน้า Fanpage ของ Facebook ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมสนุกหรือต้องการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ 2010 สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าฟรีได้ที่ http://www.microsoft.com/office/2010/en/default.aspx</p>
<p><strong>ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ </strong><br />
บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq “MSFT”) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ใช้และองค์กรธุรกิจ<br />
ไมโครซอฟท์เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ไมโครซอฟท์ คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่นๆ ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวถึงในเอกสารชุดนี้อาจจะเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของนั้นๆ หมายเหตุ: หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ สามารถดูได้ที่ http://www.microsoft.com/presspass/ ในส่วนของหน้าข้อมูลบริษัท</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=6252&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/office-2010-thai.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์เพิ่มช่องทางจำหน่ายวินโดวส์ 7 และ Office Home &amp; Student</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-office-home-student.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-office-home-student.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 04:42:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft windows]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Windows7]]></category>
		<category><![CDATA[Office Home & Student]]></category>
		<category><![CDATA[Software Online Store]]></category>
		<category><![CDATA[windows 7]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7 Home Basic]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7 Home Premium]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7 Professional]]></category>
		<category><![CDATA[Windows 7 Ultimate]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[วินโดวส์ 7]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5955</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
พร้อมคู่ค้าซอฟต์แวร์ในโครงการ เปิดร้านค้าออนไลน์ Software Online Store เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ ได้ง่ายและสะดวก ตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโครงการนำร่อง ระยะเวลา 6 เดือน ให้บริการร้านค้าออนไลน์ Software Online Store ในประเทศไทย เพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 7 และ Office Home &#38; Student 2007 ที่ www.microsoft.com/thailand/eshop ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fmicrosoft-office-home-student.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>พร้อมคู่ค้าซอฟต์แวร์ในโครงการ เปิดร้านค้าออนไลน์ Software Online Store เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ ได้ง่ายและสะดวก ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p><span id="more-5955"></span>บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโครงการนำร่อง ระยะเวลา 6 เดือน ให้บริการร้านค้าออนไลน์ Software Online Store ในประเทศไทย เพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 7 และ Office Home &amp; Student 2007 ที่ www.microsoft.com/thailand/eshop ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป ให้ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กทั่วประเทศ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์แท้ของไมโครซอฟท์ได้ง่ายและสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเลือกซื้อผ่านคู่ค้าซอฟต์แวร์ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 2 ราย และสามารถเลือกชำระค่าสินค้าได้ถึง 2 ช่องทาง พร้อมบริการส่งสินค้าตรงถึงบ้านฟรีภายใน 5 วัน</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5956" title="Homepage-Microsoft-Online-Shop" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/02/Homepage-Microsoft-Online-Shop.jpg" alt="Homepage-Microsoft-Online-Shop" width="550" height="703" /><br />
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ?จากความสำเร็จของวินโดวส์ 7 ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนตุลาคม 2552 จนถึงขณะนี้ ยังมีลูกค้าอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 7 แต่ไม่แน่ใจว่าจะซื้อได้ที่ไหน และไม่มั่นใจว่าเป็นสินค้าลิขสิทธิ์หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ไมโครซอฟท์จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการเปิดช่องทางการจำหน่ายแบบออนไลน์ขึ้นเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อได้โดยสั่งผ่านสินค้าผ่านคู่ค้าของไมโครซอฟท์โดยตรงเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจ?</p>
<p>ลูกค้าที่สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Software Online Store ที่ www.microsoft.com/thailand/eshop ได้แก่ ผู้บริโภคทั่วไป และโฮมออฟฟิศที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 1-4 เครื่อง หลังจากคลิกเลือกสินค้า กำหนดจำนวน และยืนยันการสั่งซื้อแล้ว ลูกค้าจะต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นเพื่อเป็นหลักฐานการซื้อและการจัดส่งสินค้า จากนั้นจึงคลิกเลือกบริษัทคู่ค้าของไมโครซอฟท์ (Microsoft Resellers) ที่ต้องการสั่งซื้อสินค้า โดยในโครงการจะมีคู่ค้า 2 รายคือ บริษัท เอซอฟท์วัน จำกัด และ บริษัท ซีเล็คมอร์ จำกัด หลังจากนั้นจะมีการจัดส่งสินค้าตรงถึงบ้าน โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทั้งนี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับวิธีการชำระเงิน สามารถเลือกชำระผ่านบัตรเครดิต ซึ่งลูกค้าจะต้องใส่หมายเลขบัตรเครดิตเพื่อทำรายการ หรือหากเลือกชำระที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสจะต้องพิมพ์ใบยืนยันการสั่งซื้อไปชำระเงิน ทั้งนี้ ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าที่จัดส่งโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ที่ www.thailandpost.co.th ได้ด้วย โดยใส่หมายเลขพัสดุที่ระบุในใบยืนยันการสั่งซื้อ หรือติดต่อบริษัทคู่ค้าที่ลูกค้าได้สั่งซื้อสินค้า หรือ call center ไมโครซอฟท์ ที่หมายเลข 02 263 6888 จากนั้น ลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 5 วัน หลังทำการสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>ผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 7 มีจำหน่ายในเวอร์ชั่น Windows 7 Home Basic, Windows 7 Home Premium, Windows 7 Ultimate และ Windows 7 Professional สำหรับผลิตภัณฑ์ Office Home &amp; Student 2007 สามารถใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้สูงสุด 3 เครื่อง โดยมีราคาที่ใกล้เคียงกับที่วางจำหน่าย ณ ร้านค้าทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าต้องการเลือกซื้อวินโดวส์ 7 และ Office Home &amp; Student ด้วยตนเอง สามารถไปที่ร้านค้าที่เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์อย่างเป็นทางการตามศูนย์การค้าไอทีชั้นนำทั่วไป โดยเข้าไปดูได้ที่ www.microsoft.com/thailand/partnerfinder/license/fpp_oem/</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5955&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-office-home-student.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ เปิดตัว 2 คีย์บอร์ดรุ่นใหม่</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-arc-keyboard.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-arc-keyboard.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 04:10:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[Arc Keyboard]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft keyboard]]></category>
		<category><![CDATA[Sidewinder X4 Keyboard]]></category>
		<category><![CDATA[คีย์บอร์ด Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[คีย์บอร์ดไมโครซอฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5916</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ด้วย Arc Keyboard คีย์บอร์ดดีไซน์สุดเก๋สำหรับแฟชั่นนิสต้า และ Sidewinder X4 Keyboard สำหรับคอเกมส์ พร้อมเติมอรรถรสในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้กับผู้ใช้งานทุกคน

ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ หนึ่งในหน่วยธุรกิจที่สำคัญของไมโครซอฟท์ เปิดตัว 2 คีย์บอร์ดรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริมประสบการณ์ในการใช้พีซีที่ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งานและคุณภาพที่เหนือชั้น พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ โดยคีย์บอร์ดรุ่นล่าสุด ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ Arc Keyboard คีย์บอร์ดสำหรับพกพาที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย และ Sidewinder X4 Keyboard คีย์บอร์ดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอเกมส์ด้วยปุ่มกดที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ พร้อมแสงไฟจากด้านหลัง และโหมด &#8220;anti-ghosting&#8221; ที่ช่วยให้คอเกมส์ทั้งหลายสามารถกดปุ่มคีย์บอร์ดได้หลายๆ ปุ่มในเวลาเดียวกัน

นายชัชวาล ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-arc-keyboard.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>ด้วย Arc Keyboard คีย์บอร์ดดีไซน์สุดเก๋สำหรับแฟชั่นนิสต้า และ Sidewinder X4 Keyboard สำหรับคอเกมส์ พร้อมเติมอรรถรสในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้กับผู้ใช้งานทุกคน<br />
<span id="more-5916"></span><br />
ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ หนึ่งในหน่วยธุรกิจที่สำคัญของไมโครซอฟท์ เปิดตัว 2 คีย์บอร์ดรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริมประสบการณ์ในการใช้พีซีที่ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งานและคุณภาพที่เหนือชั้น พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ โดยคีย์บอร์ดรุ่นล่าสุด ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ Arc Keyboard คีย์บอร์ดสำหรับพกพาที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย และ Sidewinder X4 Keyboard คีย์บอร์ดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอเกมส์ด้วยปุ่มกดที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ พร้อมแสงไฟจากด้านหลัง และโหมด &#8220;anti-ghosting&#8221; ที่ช่วยให้คอเกมส์ทั้งหลายสามารถกดปุ่มคีย์บอร์ดได้หลายๆ ปุ่มในเวลาเดียวกัน<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5919" title="Arc-Keyboard" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/02/Arc-Keyboard.gif" alt="Arc-Keyboard" width="450" height="125" /></p>
<p>นายชัชวาล จิตติกุลดิลก ผู้จัดการฝ่ายขาย กลุ่มอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า &#8220;นับตั้งแต่ปี 1982 ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์ ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ผสานกับดีไซน์ที่ลงตัวและนวัตกรรมที่เหนือชั้น หลังจากความสำเร็จจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่รองรับการใช้งานวินโดวส์ 7 เมื่อปีที่ผ่านมา ในวันนี้ เราได้ออกคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ 2 รุ่น ที่ทำงานได้เป็นอย่างดีกับวินโดวส์รุ่นที่ผ่านมา และทำงานได้อย่างดีเยี่ยมกับ วินโดวส์ 7 โดยเป้าหมายหลักของเราคือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์สวยงาม ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่เหมาะสม เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์จะนำประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดมาให้แก่ผู้ใช้งานทุกคน&#8221;</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5920" title="Arc-Keyboard-Microsoft" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/02/Arc-Keyboard-Microsoft.gif" alt="Arc-Keyboard-Microsoft" width="450" height="181" /></p>
<h3>Microsoft Sidewinder X4 Gaming Keyboard</h3>
<p>SideWinder X4 Keyboard ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้งานเกมส์ให้สามารถควบคุมประสบการณ์ในการเล่นเกมส์ได้มากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่าง anti-ghosting ผู้ใช้งานจึงสามารถกดปุ่มคีย์บอร์ดได้ถึง 26 ปุ่มในเวลาเดียวกัน และยังมั่นใจได้ว่าคีย์บอร์ดจะสามารถจดจำรหัสลับเกมส์ต่างๆได้เพื่อให้เกิดอรรถรสในการเล่นเกมส์ที่เพลิดเพลินยิ่งขึ้น<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5922" title="SideWinder-X4-Keyboard-Microsoft" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/02/SideWinder-X4-Keyboard-Microsoft.gif" alt="SideWinder-X4-Keyboard-Microsoft" width="450" height="231" /><br />
คีย์บอร์ดรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ในการเล่นเกมส์ขั้นเทพ อาทิ macro recording สำหรับจดจำคีย์ลัดในการเล่นเกมส์ โหมดอัตโนมัติ และ โหมดการเปลี่ยนผู้เล่น นอกจากนี้ ยังสามารถปรับแสงไฟด้านหลังคีย์บอร์ด และมีปุ่มลัดเพื่อเข้าถึงสื่อบันเทิงต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5923" title="SideWinder-X4-Keyboard" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/02/SideWinder-X4-Keyboard.gif" alt="SideWinder-X4-Keyboard" width="450" height="101" /></p>
<h3>ราคาและการวางจำหน่าย</h3>
<p>คีย์บอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดทั้ง 2 รุ่นนี้ จะออกวางจำหน่ายตั้งแต่ภายในเดือนมีนาคม 2553 นี้ เป็นต้นไป โดย Microsoft Arc Keyboard มีราคา 2,150 บาท ในขณะที่ Microsoft Sidewinder X4 Keyboard ราคา 2,290 บาท ผลิตภัณฑ์ต่างๆของไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์พร้อมรับประกัน 3 ปี สำหรับ ข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์สามารถศึกษาได้ที่ www.mshardwaresea.com และ http://www.microsoft.com/hardware หากต้องการชมนวัตกรรมที่ไมโครซอฟท์ ฮาร์ดแวร์สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงที่ผ่านมา 26 ปี กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.microsoft.com/hardware/innovation/history.mspx</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5916&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-arc-keyboard.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microsoft Office 2010 พร้อมให้ดาวน์โหลดทดลองใช้งานเวอร์ชั่นเบต้าแล้ววันนี้</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010-beta.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010-beta.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2010 10:25:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[What's On]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[excel]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft? Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[MS-Office 2010]]></category>
		<category><![CDATA[outlook]]></category>
		<category><![CDATA[powerpoint]]></category>
		<category><![CDATA[word]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิส 2010]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5845</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
ผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 3.8 ล้านรายพร้อมใจทดลองใช้เพื่อเปิดประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ
ไมโครซอฟท์เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าไปดาวน์โหลด Microsoft Office 2010 เพื่อทดสอบการใช้งานทางด้านเทคนิค และทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้แล้ววันนี้สำหรับเวอร์ชั่นของ Microsoft Office 2010 ที่เปิดให้ดาวน์โหลด ได้ในครั้งนี้ คือ Office Professional Plus 2010 เบต้า ที่ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างๆ ดังนี้คือ Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint, Microsoft Access, Microsoft OneNote และ Microsoft Outlook
นางสาวลิซ่า ลัม ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fnews-digital-technology-update%2Fmicrosoft-office-2010-beta.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p style="text-align: left;">ผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 3.8 ล้านรายพร้อมใจทดลองใช้เพื่อเปิดประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ<br />
ไมโครซอฟท์เปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าไปดาวน์โหลด Microsoft Office 2010 เพื่อทดสอบการใช้งานทางด้านเทคนิค และทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้แล้ววันนี้<span id="more-5845"></span>สำหรับเวอร์ชั่นของ Microsoft Office 2010 ที่เปิดให้ดาวน์โหลด ได้ในครั้งนี้ คือ Office Professional Plus 2010 เบต้า ที่ประกอบไปด้วยโปรแกรมต่างๆ ดังนี้คือ Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft PowerPoint, Microsoft Access, Microsoft OneNote และ Microsoft Outlook</p>
<p>นางสาวลิซ่า ลัม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า &#8220;Microsoft Office 2010 ถือเป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานของคนรุ่นใหม่อันทรงพลังที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำเสนอความคิดออกมาได้อย่างเต็มศักยภาพ และเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของผู้ใช้งาน รวมถึงการเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โฉมใหม่ได้ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชั่นปัจจุบัน เพื่อทำให้ผู้ใช้งานทำงานได้เร็ว ง่าย และเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเวฟ 2010 ที่เป็นออฟฟิศ โซลูชั่นนั้นถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่พิเศษเป็นอย่างยิ่งสำหรับทิศทางและประวัติศาสตร์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ เรารู้สึกตื่นเต้นกับคลื่นแห่งนวัตกรรมที่ไมโครซอฟท์จะส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา โดยอยากเชิญชวนให้ลูกค้าเข้าไปดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเบต้าไปทดลองใช้เพื่อรับประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ความคิดต่างๆ สามารถทำได้จริง&#8221;<br />
<img class="aligncenter" src="http://tothepc.com/img/2009/11/ms-office-2010-logo.png" alt="" width="465" height="314" /><br />
Microsoft Office 2010 เป็นชุดซอฟต์แวร์ที่นำเสนอวิธีการที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้ประสิทธิผลสูงสุดทั้งที่สำนักงาน บ้าน และโรงเรียน ส่งผลให้สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชมการนำเสนอได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสร้างให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่ชมการนำเสนองานของผู้ใช้งาน Microsoft? Office 2010 ด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ Microsoft Office 2010 ยังได้เพิ่มส่วนที่จะเข้ามาสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันด้วยเครื่องมือที่ช่วยสร้างผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกับผู้อื่นในเวลาเดียวกันได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ และเข้าถึงเอกสารที่ถูกจัดเก็บไว้ในที่ต่างๆ ทั่วโลก ด้วย Microsoft Office 2010 ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถสะสางภารกิจให้ลุล่วง และนำเสนอผลงานที่น่าทึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้</p>
<p>Microsoft Office 2010 ที่จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนปีนี้ มีให้เลือกใช้งานได้ใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบการใช้งานบนพีซี หรือ พีซีเบส และ รูปแบบที่ใช้งานผ่านเว็บ หรือ เว็บเบส</p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด Microsoft Office 2010 เบต้าเวอร์ชั่น ได้ที่ http://www.microsoft.com/office/2010/en/default.aspx<br />
ซึ่งขณะนี้มีผู้ดาวน์โหลด Microsoft? Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้าไปทดลองใช้งานกันแล้วกว่า 3.8 ล้านรายทั่วโลกเพื่อเปิดประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ ให้กับตนเอง<br />
Microsoft Office 2010 ได้รับการปรับปรุงเพิ่มขึ้นในจุดสำคัญๆ มีการปิดช่องว่างที่เกิดขึ้นในการใช้งานบน Windows Vista มาสู่ Windows 7 โดยมีการออกแบบบนพื้นฐานของริบบอนซึ่งเป็นชุดไอคอนคำสั่งในการใช้งาน Office ที่เปิดตัวไปพร้อมกับ Office 2007 และได้มีการขยายไปให้รวมไว้ในชุดเต็มของออฟฟิศแอพพลิเคชั่น</p>
<h3 style="text-align: left;">คุณสมบัติของเครื่องที่จะสามารถใช้งาน Microsoft?Office 2010 เวอร์ชั่นเบต้าได้ ได้แก่</h3>
<ul>
<li>มีระบบประมวลผลขนาดไม่ต่ำกว่า 500 เมกกะเฮิร์ทซ์ 32 บิท หรือ 64 บิท</li>
<li>หน่วยความจำไม่ต่ำกว่า 256 เมกกะไบท์</li>
<li>พื้นที่ดิสก์ไม่ต่ำกว่า 3 กิกะไบท์</li>
<li>จอที่มีความละเอียดไม่ต่ำกว่า 1,024&#215;768 พิกเซล</li>
<li>DVD-R/W Drive</li>
<li>วินโดวส์ เอ็กซ์พี เซอร์วิสแพค 3 (32 บิท)</li>
<li>วินโดวส์ วิสต้า เซอร์วิสแพค 1 (32 บิท หรือ 64 บิท)</li>
<li>วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 อาร์ 2 (32 บิท หรือ 64 บิท)</li>
<li>วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2008 เซอร์วิสแพค 2 (32 บิท หรือ 64 บิท)</li>
<li> วินโดวส์ 7 (32 บิท หรือ 64 บิท)</li>
</ul>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5845&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/news-digital-technology-update/microsoft-office-2010-beta.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระทรวงวิทย์ฯ จับมือ ก.อุตฯ และ ไมโครซอฟท์ สร้างมือโปรทำเว็บ</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/websitespark-launch.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/websitespark-launch.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 04:29:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[WebsiteSpark]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์พาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5574</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
สวทช. กระทรวงวิทย์ฯ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศน์สำหรับธุรกิจ SMEs ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จับมือทั้งรัฐและเอกชนสร้างนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ หรือ Web-Pro มอบเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานด้านไอทีอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นำไปต่อยอดทางธุรกิจ

โดยมีพันธมิตรหลัก ซอฟต์แวร์พาร์ค กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สสว. และไมโครซอฟท์รับลูกเดินหน้า WebsiteSpark หวังโครงการนี้สร้างงานกว่า 600 ตำแหน่ง
ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ?แนวทางการสนับสนุนให้ SMEs ได้นำไอทีไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น กระทรวงวิทย์ฯ โดยซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช.ได้ดำเนินแบบสองทางคือ การสนับสนุนในเชิงกว้าง คือการสร้างโปรแกรมสนับสนุนให้กับ SMEs ได้ใช้ประโยชน์จากไอทีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทางหนึ่งคือการเจาะลึกลงไปสู่ภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fwebsitespark-launch.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>สวทช. กระทรวงวิทย์ฯ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศน์สำหรับธุรกิจ SMEs ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จับมือทั้งรัฐและเอกชนสร้างนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ หรือ Web-Pro มอบเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานด้านไอทีอย่างมีประสิทธิภาพและการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นำไปต่อยอดทางธุรกิจ<br />
<span id="more-5574"></span><br />
โดยมีพันธมิตรหลัก ซอฟต์แวร์พาร์ค กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สสว. และไมโครซอฟท์รับลูกเดินหน้า WebsiteSpark หวังโครงการนี้สร้างงานกว่า 600 ตำแหน่ง</p>
<p>ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ?แนวทางการสนับสนุนให้ SMEs ได้นำไอทีไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น กระทรวงวิทย์ฯ โดยซอฟต์แวร์พาร์ค สวทช.ได้ดำเนินแบบสองทางคือ การสนับสนุนในเชิงกว้าง คือการสร้างโปรแกรมสนับสนุนให้กับ SMEs ได้ใช้ประโยชน์จากไอทีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทางหนึ่งคือการเจาะลึกลงไปสู่ภาคอุตสาหกรรมนั้นๆ ที่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะทาง หรือต้องการแผนการสนับสนุนในแบบพิเศษ</p>
<p>แผนการดำเนินการระยะสั้นคือ 1. ทำให้ส่วนของผู้ผลิตเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์จัดทำเครื่องมือ หรือ Tools และซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานให้ธุรกิจ SMEs ในราคาที่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันมีตัวเลือกที่หลากหลาย ไม่มีการผูกขาด และใช้งานกับธุรกิจ SMEs ได้จริง 2. ต้องดึงเจ้าของเทคโนโลยีทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น เข้ามาสนับสนุนให้การสร้างซอฟต์แวร์หรือบริการสำหรับ SMEs มีราคาที่ตลาดยอมรับได้ 3. สร้างกระบวนการเรียนรู้ และสนับสนุนการใช้งานซอฟต์แวร์ที่สร้างให้ SMEs โดยเฉพาะต่อกลุ่มเป้าหมายนี้ ทั้งในส่วนการใช้งาน และสร้างบุคลากรในองค์กรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อทำให้ SMEs สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้องค์กรของตนเองเข้มแข็งในระยะยาวได้</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5576" title="WebsiteSpark-launch" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2010/01/WebsiteSpark-launch.jpg" alt="WebsiteSpark-launch" width="460" height="299" /></p>
<p>โครงการส่งเสริมโอกาสด้านอาชีพให้กับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ หรือ WebsiteSpark ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงวิทย์ฯ ซอฟต์แวร์พาร์ค กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และบริษัทไมโครซอฟท์ จะสามารถช่วยเกิดอาชีพนักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ Creative Economy โดยคาดว่าจะสามารถก่อให้เกิดการสร้างงานมากกว่า 600 ตำแหน่งในประเทศไทย มองในแง่ของนโยบายการสนับสนุนแล้วจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกกับธุรกิจ SMEs ในระยะยาวได้ โดยเฉพาะการทำให้ระบบนิเวศน์ด้านไอทีของ SMEs เข้มแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว โครงการนี้ถือเป็นอีกโครงการหนึ่งในการสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ ที่เป็นรูปธรรมของกระทรวงเรา?</p>
<p>ดร.สุพัทธ์ พู่ผกา รองผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า ?ตลอดมา สวทช.ดำเนินนโยบายการเป็นพันธมิตรร่วมทางที่ดีในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สำหรับโครงการ WebsiteSpark ถือเป็นรูปธรรมที่เข้ากับแผนการและนโยบายของ สวทช.อย่างยิ่ง เพราะนอกจากการดึงแบรนด์ระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์มาทุ่มงบประมาณสนับสนุนให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และ SMEs ของ ไทยได้มาใช้ Tools หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ และ เครื่องมือในการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้ Web-pro ไทยได้เข้าไปอยู่ในชุมชนระดับโลกบนเครือข่ายสังคมของผู้นำทางเทคโนโลยีอันจะทำให้การทำการตลาดในระดับโลกเป็นไปได้ง่ายและต้นทุนต่ำแล้ว ยังเป็นการผนึกกำลังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุน SMEs ในประเทศเพื่อสร้างงานโดยเชื่อมโยงสู่ตลาดในกลุ่ม SMEs และธุรกิจต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้มีการขยายตลาดบนโลก onlineได้มากขึ้น อันเป็นการสร้างโอกาสและสร้างความเข้มแข็งให้กับทั้งสองกลุ่มนี้อีกด้วย</p>
<p>การสนับสนุนของซอฟต์แวร์พาร์คซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ทีเอ็มซี สวทช. ในโครงการ WebsiteSpark จะครอบคลุมทั้งในเรื่อง 1.การอบรมเพื่อสร้างนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพ หรือ Web Professionals รวมถึงการบ่มเพาะให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต 2. การสร้างงานในประเทศและสร้างความเข้มแข็งให้ Web-pro SMEsกลุ่มนี้จากความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและ สสว. 3. การสร้างความเชี่ยวชาญและโอกาสทางการตลาดในต่างประเทศโดยร่วมมือกับไมโครซอฟท์?</p>
<p>นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ?กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีความพยายามในการผลักดันให้เกิดการนำไอที และเทคโนโลยีมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดการขยายช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรม โดยเราเห็นว่าความต้องการในภาคอุตสาหกรรมนั้นสามารถเชื่อมโยงกันได้โดยตรงกับศักยภาพที่นักพัฒนาไทยเว็บไซต์ของไทยมีอยู่ และอยากสนับสนุนให้ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และทักษะของนักพัฒนาได้นำมาเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยปัจจุบันผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ต้องการจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ จึงต้องการผู้ที่มีทักษะ และความเชี่ยวชาญโดยตรงในการพัฒนาเว็บไซต์มาเป็นผู้ให้คำแนะนำ และเชื่อว่าโครงการ WebsiteSpark จะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ยังขาดไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น?<br />
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ?ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกิดวิกฤติขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้ส่งผลกระทบต่อระบบธุรกิจในภาพรวม ทั้งภาวะการเลิกจ้างงานและการลดต้นทุนทางธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม SME ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าวในแง่ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ลดลง ทำให้ต้องพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆด้วยต้นทุนที่ไม่มากนัก ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME สสว.ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ในการสร้างศักยภาพให้กับ SME ซึ่งแนวทางหนึ่งคือการสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจของ SME ผ่านการพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การส่งเสริมการทำ e-commerce ถือเป็นการลงทุนเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ตามมา นั่นก็คือ การขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพกว่าปัจจุบัน รวมถึงในปัจจุบันที่เกิดกลุ่มธุรกิจ Homepreneur หรือผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจที่บ้านมากขึ้น ซึ่งระบบ IT ถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างมากทั้งในด้านการสร้างช่องทางการตลาดและการเชื่อมโยงทางธุรกิจได้อย่างครบวงจร?</p>
<p>นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ?ในฐานะที่ไมโครซอฟท์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องร่วมสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมไอทีไทย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไอทีทุกรายเติบโตไปด้วยอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ ไมโครซอฟท์จึงให้การสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Local Software Economy Initiative ผ่านโครงการต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนนักพัฒนาในแต่ละระดับด้วยเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาและการสนับสนุนอื่นๆ อาทิ BizSpark สำหรับผู้ประกอบการพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหม่ DreamSpark สำหรับนักเรียนนักศึกษาในสังกัดโรงเรียนที่มีความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ และศูนย์พัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ Microsoft Innovation Center สำหรับการทำ proof of concept ของผลงานด้านซอฟต์แวร์ต่างๆ โครงการ WebsiteSpark เป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้ Local Software Economy Initiative ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ได้มีทางเลือกในการใช้แพลตฟอร์ม และเครื่องมือในการพัฒนาเว็บไซต์ที่เหมาะสม</p>
<p>ความร่วมมือในโครงการ WebsiteSpark ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและไมโครซอฟท์ในครั้งนี้ คือ การมอบโอกาสให้กับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ในการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นสำหรับการสร้างเว็บไซต์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องด้วยนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ และผู้ประกอบธุรกิจเว็บไซต์ย่อมมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมเว็บไซต์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะผลักดันให้การใช้งานเทคโนโลยี Cloud Computing เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพันธกิจในการส่งเสริมความสำเร็จของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ไมโครซอฟท์คาดหวังว่าโครงการ WebsiteSpark จะมีส่วนสำคัญให้นักพัฒนาชาวไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง และมีขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้มีการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาชาวไทย?</p>
<p>นักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ที่มีสิทธิ์สมัครเข้าร่วมโครงการส่งเสริมโอกาสด้านอาชีพให้กับนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ หรือ WebsiteSpark ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปี ต้องเป็นผู้ประกอบการพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ที่ประกอบธุรกิจหลักในการสร้างสรรค์ พัฒนา และออกแบบเว็บไซต์ และมีจำนวนพนักงานไม่เกิน 10 คน ซึ่งการเข้าร่วมโครงการไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้หลังจากได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแล้ว นักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์จะสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โซลูชั่นของไมโครซอฟท์ไปพัฒนาได้ พร้อมได้รับการฝึกอบรม บ่มเพาะ และสนับสนุนจากเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค หน่วยงานที่มีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนนักพัฒนาอิสระและผู้ประกอบการ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไอทีไปสู่ระดับสากล โดยดำเนินการผ่านศูนย์บ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือ Incubation Center เป็นหลัก นอกจากนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและสสว.ยังร่วมสนับสนุนให้กลุ่มWeb-pro SMEs นี้ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มตลาดSMEsและธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่น ๆด้วย<br />
# # # # # #</p>
<h3>ข้อมูลเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย</h3>
<p>เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หน่วยงานภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช. องค์กรสนับสนุนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย เพื่อสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้เข้มแข็งในระดับมาตรฐานโลก และทำให้ซอฟต์แวร์ให้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย โดย 6 บริการหลัก ได้แก่ 1.) บริการพัฒนาธุรกิจและการตลาด 2.) ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ 3.) ICT-Enablement 4.) การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์ 5.) การจัดการกระบวนการการพัฒนาคุณภาพ (Quality Improvement) และ 6.) การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.swpark.or.th</p>
<h3>ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.</h3>
<p>สสว. ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 เป็นผู้นำในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์การส่งเสริม SMEs ของประเทศ และเป็นศูนย์กลางประสานระบบการทำงานของภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันให้ SMEs เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีพันธะกิจ 5 ประการ ประกอบด้วย<br />
1. เสนอแนะนโยบายและกำหนดแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการส่งเสริม SMEs ทั้งระดับภาพรวม รายสาขา และรายพื้นที่ รวมทั้งเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม SMEs</p>
<p>2. ผลักดัน สนับสนุน ปฏิบัติการ และประสานการดำเนินงาน ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>3. พัฒนาศูนย์ข้อมูล SMEs แห่งชาติและข้อมูลเตือนภัยที่ครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย รวมทั้งศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรายงานสถานการณ์เพื่อประโยชน์ในการกำหนดนโยบายการดำเนินงานส่งเสริมและให้บริการแก่ SMEs</p>
<p>4. พัฒนาระบบส่งเสริม SMEs และดำเนินโครงการนำร่อง โครงการบูรณาการ และโครงการเฉพาะกิจเร่งด่วนเพื่อการส่งเสริม SMEs ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>5. ใช้กองทุนส่งเสริม SMEs ที่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริม SMEs</p>
<h3>ข้อมูลเกี่ยวกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)</h3>
<p>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ให้บริการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ โดยเป็นแกนกลางในการส่งเสริมและพัฒนา ด้วยรูปแบบการดำเนินงาน อาทิ การให้คำปรึกษาแนะนำ การฝึกอบรม การบ่มเพาะธุรกิจ การเชื่อมโยงธุรกิจ (Cluster) การวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ด้านกายภาพเชิงกลและเคมี การพัฒนาระบบการผลิต การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การจัดแสดงนิทรรศการและจัดร้านแสดงสินค้าให้เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมมีสมรรถนะและขีดความสามารถในการประกอบการ เกิดผู้ประกอบการใหม่ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมชุมชน และเครือข่ายผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และธรรมาภิบาล</p>
<h3>ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์</h3>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq ?MSFT?) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ใช้และองค์กรธุรกิจ</p>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย) จำกัด) ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 บริษัทฯ เสนอซอฟต์แวร์ชั้นนำระดับโลกที่ใช้งานง่ายและเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้คนไทย ตลอดจนแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรธุรกิจพัฒนาโซลูชั่นที่ตรงตามความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับได้ตั้งแต่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไปจนถึงเครื่องขนาดใหญ่ระดับเมนเฟรม เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) http://www.microsoft.com/thailand</p>
<p>ไมโครซอฟท์เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ไมโครซอฟท์ คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่นๆ ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวถึงในเอกสารชุดนี้อาจจะเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของนั้นๆ หมายเหตุ: หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ สามารถดูได้ที่ http://www.microsoft.com/presspass ในส่วนของหน้าข้อมูลบริษัท</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5574&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/websitespark-launch.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คอมพิวเตอร์แบบอึมครึม &#8211; Cloud Computing</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/cloud-computing.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/cloud-computing.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2009 04:56:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Plus Tag]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Computing]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Measured Service]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Network Access]]></category>
		<category><![CDATA[On-demand self-service]]></category>
		<category><![CDATA[Rapid Elasticity]]></category>
		<category><![CDATA[Resource Pooling]]></category>
		<category><![CDATA[Yahoo]]></category>
		<category><![CDATA[คอมพิวเตอร์แบบอึมครึม]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5278</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
?คุณสามารถทำงานได้สารพัดอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่ากำลังใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องไหนอยู่?
(ปี 2526 ? ยุคที่เพิ่งจะเริ่มมีเครื่อง IBM PC ได้ไม่นาน)
บก.เทคนิคของหนังสือคอมพิวเตอร์เล่มหนึ่ง เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกไว้ในบทบรรณาธิการทำนองนี้ ??ในอนาคต คุณอาจเรียกใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าโปรแกรมที่คุณเรียกนั้นไปทำงานอยู่บนเครื่องไหน มีเพียงผลลัพธ์เท่านั้นที่ถูกส่งกลับมาแสดงบนเครื่องตรงหน้าคุณ?? เขาเขียนต่อไปจนจบหน้า บรรยายถึงระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งยังไม่มีอยู่จริง ด้วยหวังว่าจะสร้างภาพอนาคตให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความก้าวหน้าและโอกาสอีกมากมายที่จะตามมาในอนาคต เขานั่งเขียนต้นฉบับด้วยลายมือ เพราะยุคนั้นคอมพิวเตอร์ยังแพงเกินกว่าที่ออฟฟิศเล็กๆ จะมีให้ใช้ได้ครบคน
น่าเสียดายที่วารสารฉบับนั้นไม่มีโอกาสได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ บก. คาดคะเนเอาไว้ในวันที่เกิดขึ้นจริง เพราะมันจำเป็นต้องปิดตัวเองลงหลังจากนั้นไม่นาน
(ปี 2552 ? ที่เราอาจเรียกกันว่า ?ปัจจุบัน?)
บก. คนเดิมนั่งปั่นต้นฉบับ (ปั่น (กริยา) ? การเขียนด้วยความเร็วสูงกว่าปกติเพื่อให้ทันใช้งานแบบฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำหนดส่งงานใกล้จะมาถึง หรือบางทีก็เลยไปแล้วหลายวัน;-) ให้กับวารสารอีกเล่มหนึ่ง เขาเริ่มต้นด้วยการเปิดบราวเซอร์ขึ้นมา ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Ftechnologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps%2Fcloud-computing.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>?คุณสามารถทำงานได้สารพัดอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่ากำลังใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องไหนอยู่?<span id="more-5278"></span></p>
<h3>(ปี 2526 ? ยุคที่เพิ่งจะเริ่มมีเครื่อง IBM PC ได้ไม่นาน)</h3>
<p>บก.เทคนิคของหนังสือคอมพิวเตอร์เล่มหนึ่ง เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกไว้ในบทบรรณาธิการทำนองนี้ ??ในอนาคต คุณอาจเรียกใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าโปรแกรมที่คุณเรียกนั้นไปทำงานอยู่บนเครื่องไหน มีเพียงผลลัพธ์เท่านั้นที่ถูกส่งกลับมาแสดงบนเครื่องตรงหน้าคุณ?? เขาเขียนต่อไปจนจบหน้า บรรยายถึงระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งยังไม่มีอยู่จริง ด้วยหวังว่าจะสร้างภาพอนาคตให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงความก้าวหน้าและโอกาสอีกมากมายที่จะตามมาในอนาคต เขานั่งเขียนต้นฉบับด้วยลายมือ เพราะยุคนั้นคอมพิวเตอร์ยังแพงเกินกว่าที่ออฟฟิศเล็กๆ จะมีให้ใช้ได้ครบคน<br />
น่าเสียดายที่วารสารฉบับนั้นไม่มีโอกาสได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ บก. คาดคะเนเอาไว้ในวันที่เกิดขึ้นจริง เพราะมันจำเป็นต้องปิดตัวเองลงหลังจากนั้นไม่นาน</p>
<h3>(ปี 2552 ? ที่เราอาจเรียกกันว่า ?ปัจจุบัน?)</h3>
<p>บก. คนเดิมนั่งปั่นต้นฉบับ (ปั่น (กริยา) ? การเขียนด้วยความเร็วสูงกว่าปกติเพื่อให้ทันใช้งานแบบฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำหนดส่งงานใกล้จะมาถึง หรือบางทีก็เลยไปแล้วหลายวัน;-) ให้กับวารสารอีกเล่มหนึ่ง เขาเริ่มต้นด้วยการเปิดบราวเซอร์ขึ้นมา เรียกใช้โปรแกรม Google Documents แล้วคีย์ข้อความลงไป ด้วยวิธีนี้ ต้นฉบับของเขาจะถูกเก็บอยู่บนเว็บ และสามารถเรียกใช้ได้จากเครื่องไหนก็ได้ในโลก ขอเพียงมีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกต้อง และไม่ว่าคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้จะรันระบบปฏิบัติการอะไร ตั้งแต่ Windows, Mac OS หรือ Linux หรือจะเป็นเครื่องตั้งโต๊ะขนาดใหญ่ เครื่องเน็ตบุ๊คตัวเล็ก (ในอนาคตคงจะรวมไปถึงโทรศัพท์มือถือ แต่วันนี้เขายังทำได้แค่เรียกดูเอกสารเท่านั้น แก้ไขยังไม่ได้) ต่างก็สามารถใช้งานได้เท่าๆกัน เขาไม่เคยมีไอเดียเลยว่าเอกสารนี้ถูกเก็บอยู่ในเครื่องที่มุมไหนของโลก หรือโปรแกรมที่ใช้คีย์ข้อมูลแบ่งหน้าที่กันอย่างไรระหว่างหน้าจอที่เขากำลังคีย์เข้าไป กับการจัดเก็บเอกสารในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ รู้แต่ว่าจะเรียกใช้มันอย่างไรเท่านั้น และพอคลิกปุ่ม Save เอกสารทั้งหมดก็จะถูกเก็บไว้ให้เรียกใช้ได้เสมอ (ตราบใดที่เน็ตไม่ล่ม)<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5281" title="computer" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/12/computer.jpg" alt="computer" width="400" height="400" /></p>
<p>บก. คนเดิมนั่งปั่นต้นฉบับไปจนจบ พลางนึกไปถึงวันที่เขาเขียนบรรยายระบบคอมพิวเตอร์ที่ยังมาไม่ถึงนั้น เสียดายว่าถ้าเขารู้ว่ามันจะออกมามีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็อาจจะไปจับไปทำเองเสียตั้งแต่ตอนนั้น ป่านนี้คงจะรวยไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องมานั่งปั้นต้นฉบับอยู่อย่างนี้&#8230;</p>
<p>คุณผู้อ่านคงจะพอเดาได้แล้วว่า บก. คนนั้นก็คือผมนั่นเอง และที่ผมกำลังเล่าให้คุณฟังก็เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์แบบอึมครึม (ศัพท์นี้ผมบัญญัติเอง ห้ามเอาไปตอบข้อสอบที่ไหนทั้งนั้นนะครับ ตกขึ้นมาไม่รับรู้ด้วย) หรือ Cloud Computing ที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน ที่จริงแล้วที่เรียกกันว่า cloud นั้นก็มีที่มาจากรูปก้อนเมฆที่เรานิยมใช้วาดแทนอินเทอร์เน็ตกันนั่นเอง ยุดก่อนตำราอินเทอร์เน็ตเล่มไหนก็ต้องเริ่มด้วยคอนเซ็ปต์ว่ามันคืออะไร ซึ่งก็มักจะวาดรูปเป็นคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องที่เชื่อมต่อเข้ากับก้อนเมฆ ซึ่งไม่รู้ว่าข้างในเมฆมีอะไร นั่นแหละคือที่ผมบอกว่ามัน &#8220;อึมครึม&#8221; ไงล่ะครับ แต่เดี่ยวนี้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นของสามัญที่ใครๆก็ใช้กันจนเราไม่สนว่าจะวาดมันเป็นก้อนเมฆหรืออะไรอีกต่อไปแล้ว บอกว่าเชื่อมต่อเน็ตได้ก็คือทำได้ทุกอย่างแล้ว</p>
<p><strong>ที่มา: wikipedia (http://en.wikipedia.org/wiki/Cloud_computing)</strong></p>
<p>และในเมื่อไม่รู้ว่าข้างใน cloud มันมีอะไร เขามีมาให้ใช้ (ฟรีด้วย) เราก็เลยใช้กันไปสารพัดอย่าง บางคนอาจเถียงว่าบางงานที่ใช้กำลังเครื่องมากๆ ต้องทำที่เครื่องของเราจะดีกว่า แต่บางงานนั้นในทางกลับกันก็ไม่มีทางทำได้เลยที่เครื่องของเรา ตัวอย่างง่ายๆคือการค้นหาข้อมูลบนเน็ต ที่ต้องมีข้อมูลหน้าเว็บจำนวนมหาศาลเตรียมเอาไว้ หรือแม้แต่การค้นหาชื่อเพลงจากเสียงตัวอย่างที่บันทึกด้วยสมาร์ทโฟนอย่างโปรแกรม Shazam หรือ Midomi บน iPhone ก็ต้องเอาไฟล์ MP3 ทั้งโลกมากองถึงจะค้นเจอ อย่างนี้ไม่มีทางเอามาทำงานบนเครื่องของเราได้แน่ แค่ส่งข้อมูลคำค้น หรือตัวอย่างเสียง หรืออะไรที่มันเล็กพอจะวิ่งผ่านเน็ตได้ไปแทน แล้วรอผลลัพธ์กลับมาก็พอ ส่วนที่ว่าส่งไปแล้วจะไปใช้โปรแกรมอะไร ค้นที่ไหน ฯลฯ ไม่รับรู้ ปล่อยให้มันอึมครึมไปอย่างนั้นแหละจะดีกว่า</p>
<p>ระหว่างที่ผู้ใช้อย่างเราใช้กันเพลินอยู่นั้น ทางผู้พัฒนาทั้งเครื่องและฮาร์ดแวร์ที่รองรับระบบ Cloud Computing ต่างก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถกระจายงานออกไปยังเครื่องต่างๆที่เชื่อมต่อกันผ่านเน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และมีต้นทุนต่ำ ซึ่งรายละเอียดจะเป็นยังไงก็ช่างมันเถิด เพราะถึงจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลังบ้านไปอย่างไร หน้าบ้านที่เราเรียกใช้งานก็ยังคงเหมือนเดิม สิ่งสำคัญที่เราน่าจะรู้ก็คือว่า ลักษณะของ Cloud Computing โดยทั่วไปก็คือ</p>
<ul>
<li> On-demand self-service เรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ทันที่โดยไม่ต้องรอใครจัดการ</li>
</ul>
<ul>
<li>Network Access เรียกใช้ผ่านเน็ตได้จากทุกที่</li>
</ul>
<ul>
<li>Resource Pooling ผู้ใช้หลายๆคนใช้งานทรัพยากร (กำลังเครื่อง ที่เก็บข้อมูล ฯลฯ) ร่วมกัน</li>
</ul>
<ul>
<li>Rapid Elasticity เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว เดี๋ยวแบ่งทรัพยากรให้คนโน้นคนนี้ใช้ก็ได้ ไม่เก็บไว้นาน</li>
</ul>
<ul>
<li>Measured Service วัดปริมาณการใช้งานได้ อันนี้สำคัญครับ เพราะจะได้รู้ว่าใครใช้มากน้อยเท่าไหร่ เหมือนกับน้ำประปาหรือไฟฟ้า ส่วนเมื่อวัดได้แล้วจะไปเก็บตังค์ หรือให้บริการฟรีตลอด หรือลูกผสม เช่น ใครใช้น้อย ฟรี ใครใช้มากคิดเงินบางส่วน ฯลฯ ก็แล้วแต่ business model ว่าใครจะหาเงินแบบไหน</li>
</ul>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-5280" title="Cloud-Computing" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/12/Cloud-Computing.jpg" alt="Cloud-Computing" width="450" height="309" /><br />
ดูจากรูปประกอบ คุณอาจจะพอเห็นภาพคร่าวๆ แล้วว่าใครบ้างที่เปิดให้ใช้บริการแบบ Cloud Computing กันอยู่บ้างพอเป็นตัวอย่าง ซึ่งก็มีทั้ง Search และสารพัดบริการฟรีอย่างของ Google, Yahoo, Microsoft ไปจนถึงบริการแอพพลิเคชั่นเฉพาะด้านอย่าง Salesforce.com ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารการขายที่ดังไปทั่วโลก ซึ่งต้องสมัครสมาชิกจึงจะใช้ได้ และอาจมีการเก็บเงินสำหรับบริการบางลักษณะ หรือ Amazon ซึ่งใช้ระบบ Cloud Computing ในการให้บริการตั้งแต่การซื้อขายหนังสือและสินค้าอื่นๆสารพัดอย่าง ไปจนถึงการเปิดร้านค้าร่วม ไม่นับองค์กรอีกมามายที่อาจนำ Cloud Computing มาใช้ในเครือข่ายเฉพาะของตนเอง หรือให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้าของตน ซึ่งก็จะสามารถรองรับผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างสบาย จะเพิ่มหรือขยายแบบค่อยเป็นค่อยไปตามปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นก็ได้</p>
<p>สรุปก็คือ Cloud Computing กลายเป็นโมเดลใหม่ทั้งในเชิงเทคนิคและการใช้งานธุรกิจไปแล้ว เพราะเป็นของที่ใครๆก็ต้องใช้แบบไม่รู้ตัว เพียงแต่ว่าด้วยความที่มันเป็นอะไรที่อึมครึม เราก็เลยไม่ค่อยจะได้สังเกตกัน มันอึมครึมถึงขนาดที่ว่าผู้ที่ให้บริการ Cloud Computing นั้น หากเป็นองค์กรขนาดเล็กที่ไม่ต้องการจะมีเครื่องไว้ใช้เอง เพราะดูแลไม่ไหว ก็สามารถจัดตั้งระบบขึ้นมาได้โดยเสียค่าบริการให้กับผู้ที่ลงทุนหรือใช้อยู่แล้ว แล้วเอามาแบ่งต่อ โดยอาจเสียค่าบริการตามปริมาณที่ใช้ (ไม่ใช่เช่าเป็นเดือนหรือเป็นปี) เช่นเดียวกับที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้นั่นเอง ก็ตามที่บอกไปแล้ว (ข้อสุดท้าย) ว่าของมันต้องวัดได้ว่าใช้ไปมากน้อยเท่าไหร่ จะได้คิดเงินได้แบบน้ำประปาหรือไฟฟ้า เพียงแต่ใครจะคิดเงินกันแบบไหนเท่านั้นเอง</p>
<blockquote><p>ก่อนจะจบ ทุกครั้งที่ต่อเน็ต ต่อไปอาจจะถามกันว่า &#8220;วันนี้คุณใช้ Cloud Computing แล้วหรือยัง&#8221;</p>
<p style="text-align: right;"><strong>บทความโดย : วศิณ? เพิ่มทรัพย์</strong></p>
</blockquote>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5278&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/technologydigital-technology-ebook-ipad-clound-computing-gps/cloud-computing.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์และผู้บริโภคร่วมกันต่อต้านการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์</title>
		<link>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-consumer-action-day.html</link>
		<comments>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-consumer-action-day.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 08:01:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News Arrival]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Action Day]]></category>
		<category><![CDATA[digital life style]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle magazine]]></category>
		<category><![CDATA[digital lifestyle online]]></category>
		<category><![CDATA[free magazine]]></category>
		<category><![CDATA[microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์แวร์เืถื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิตอลไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์จับซอฟต์แวร์เถื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.dplusmag.com/?p=5198</guid>
		<description><![CDATA[<br/>
โครงการต่างๆ เกี่ยวกับการปกป้องผู้บริโภคได้ดำเนินการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เนื่องในวัน ?Consumer Action Day?
ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศให้ทราบถึงการแจ้งเบาะแสจากผู้บริโภคกว่า 150,000 ราย ที่ได้ซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยไม่รู้ตัว และพบว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวเสี่ยงต่อการติดไวรัสและมัลแวร์ ผลการรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้บริโภคต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการช่วยผู้บริโภคต่อต้านซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

ดังนั้น ในวันนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้ประกาศวัน ?Consumer Action Day? เพื่อถือเป็นการเริ่มการดำเนินงานที่หลากหลายในการให้ความรู้ และการปราบปรามในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกเพื่อปกป้องผู้บริโภคและส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
เดวิด ฟินน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์และการปลอมแปลงในระดับสากล กล่าวว่า ?ผู้บริโภคต้องการการดำเนินงานที่จริงจัง? การดำเนินการส่วนใหญ่ที่ได้ประกาศไปในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำแนะนำและการแจ้งเบาะแสต่างๆ จากผู้บริโภค ผู้บริโภคที่ถูกหลอกให้ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องพบกับปัญหาการติดไวรัส การสูญเสียข้อมูล ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว และสูญเสียเวลาและทรัพย์สิน ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><div class="fblike_button" style="margin: 10px 0;"><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.dplusmag.com%2Fdigital-technology-lifestyle-event-and-news%2Fmicrosoft-consumer-action-day.html&amp;layout=standard&amp;show_faces=false&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light" scrolling="no" frameborder="0" allowTransparency="true" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:25px"></iframe></div>
<p>โครงการต่างๆ เกี่ยวกับการปกป้องผู้บริโภคได้ดำเนินการในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เนื่องในวัน ?Consumer Action Day?</p>
<p>ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศให้ทราบถึงการแจ้งเบาะแสจากผู้บริโภคกว่า 150,000 ราย ที่ได้ซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาโดยไม่รู้ตัว และพบว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวเสี่ยงต่อการติดไวรัสและมัลแวร์ ผลการรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้บริโภคต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการช่วยผู้บริโภคต่อต้านซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์<br />
<span id="more-5198"></span><br />
ดังนั้น ในวันนี้ ไมโครซอฟท์จึงได้ประกาศวัน ?Consumer Action Day? เพื่อถือเป็นการเริ่มการดำเนินงานที่หลากหลายในการให้ความรู้ และการปราบปรามในกว่า 70 ประเทศทั่วโลกเพื่อปกป้องผู้บริโภคและส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์</p>
<p>เดวิด ฟินน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กลุ่มต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์และการปลอมแปลงในระดับสากล กล่าวว่า ?ผู้บริโภคต้องการการดำเนินงานที่จริงจัง? การดำเนินการส่วนใหญ่ที่ได้ประกาศไปในวันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำแนะนำและการแจ้งเบาะแสต่างๆ จากผู้บริโภค ผู้บริโภคที่ถูกหลอกให้ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องพบกับปัญหาการติดไวรัส การสูญเสียข้อมูล ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว และสูญเสียเวลาและทรัพย์สิน การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งคู่ค้า หน่วยงานราชการ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อที่จะปกป้องผู้บริโภคจากผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์?<br />
<img class="alignnone size-full wp-image-5200" title="microsoft_logo" src="http://www.dplusmag.com/wp-content/uploads/2009/12/microsoft_logo.jpg" alt="microsoft_logo" width="400" height="320" /></p>
<p>อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้ศึกษาถึงตลาดใต้ดินในการซื้อขายซอฟต์แวร์ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้บริโภคมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ผลการศึกษาของไอดีซีเมื่อปี 2549 แสดงให้เห็นว่า หนึ่งในสี่ของเว็บไซต์ที่เสนอซอฟต์แวร์เถื่อนให้กับผู้บริโภค พยายามที่จะติดตั้งโค้ดที่ไม่พึงประสงค์ หรือ โค้ดที่เป็นอันตราย ผ่านทางการดาวน์โหลด ตามรายงานจาก Media Surveillance? บริษัท โซลูชั่นต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ในเยอรมนี พบว่า อัตราดังกล่าวยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทได้ทดลองดาวน์โหลดซอฟต์แวร์วินโดวส์ละเมิดลิขสิทธิ์ และพบว่าร้อยละ 32 ของซอฟต์แวร์ดังกล่าวประกอบไปด้วยโค้ดที่เป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ รายงานของไอดีซียังได้รายงานถึงการซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จากตัวแทนจำหน่ายใน 17 ประเทศ ที่ระบุว่า มากกว่าร้อยละ 50 ของซอฟต์แวร์ดังกล่าวบรรจุโค้ดที่เป็นอันตรายหรือ มัลแวร์เอาไว้ นอกจากนี้ ในบางกรณี ซอฟต์แวร์ดังกล่าวยังไม่สามารถแม้กระทั่งจะติดตั้งได้ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา รายงานการใช้อินเทอร์เน็ตประจำเดือนตุลาคม 2552 ของบีเอสเอ ระบุว่า ประเทศที่มีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์สูงจะมีอัตราในการติดมัลแวร์สูงเช่นกัน</p>
<p>สำหรับกิจกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของวัน? Consumer Action Day นั้น มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกได้เปิดตัวโปรแกรมการส่งเสริมการให้ความรู้และการดำเนินการปราบปรามเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ กิจกรรมที่สำคัญๆ ภายใต้โปรแกรมดังกล่าว รวมไปถึง โปรแกรมการให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาในโรงเรียนต่างๆ ในประเทศจีน การก่อตั้ง ?originals club? ในกลุ่มตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ในประเทศเยอรมนี คอร์สฝึกอบรมเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศเม็กซิโก โปรแกรมออนไลน์ในการปกป้องความปลอดภัยของเยาวชนในประเทศกรีซ และ การศึกษาถึงผลกระทบของการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในประเทศอาร์เจนตินา</p>
<p>ผลกระทบจากมัลแวร์มีหลากหลายตั้งแต่ การรบกวนจากโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงการทำลายความปลอดภัยทางด้านข้อมูล จากผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ ของแฮริสัน กรุ๊ป พบว่า บริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ มีแนวโน้มที่จะพบกับความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลถูกทำลายสูงถึงร้อยละ 73 และมีความเสี่ยงที่คอมพิวเตอร์จะพบปัญหาร้ายแรงนานถึง 24 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นสูงถึงร้อยละ 73</p>
<h3>เสียงจากผู้บริโภคชาวไทย</h3>
<p>นอกเหนือไปจากนี้ ผู้บริโภคจะไม่ได้รับซอฟต์แวร์ที่ตนคิดว่าได้ซื้อไป ทั้งยังต้องซื้อซอฟต์แวร์ทั้งหมดใหม่อีกครั้งโดยที่ไม่สามารถเรียกคืนเงินจากตัวแทนจำหน่ายได้เลย</p>
<p>?ผมไม่อยากประสบกับปัญหาทางด้านความปลอดภัย และทราบดีว่าถ้าผมใช้ซอฟต์แวร์แท้ ผมจะได้รับการสนับสนุนที่ครบถ้วน ไม่ใช่ในแง่ของความปลอดภัยและชุดอัพเดทเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ยังได้รับการอัพเดทล่าสุดสำหรับโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นใหม่ๆที่จำเป็นสำหรับผมด้วย? ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าคิวเพื่อซื้อวินโดวส์ 7 แผ่นแรกในเมืองไทย ที่สยามพารากอน กล่าว ?ผมคิดว่าคนทั่วไปในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้น เพื่อนผมหลายคนก็เคยประสบปัญหาการใช้งานคอมพิวเตอร์ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ตัวอย่างเช่น การติดตั้งซอฟต์แวร์มักไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ อาจเจอปัญหาหน้าจอสีดำ ทั้งยังไม่สามารถอัพเดทชุดความปลอดภัยได้ สำหรับตัวผมเอง ที่มีเครื่องพีซีสำหรับใช้งานเพียงแค่เครื่องเดียว ผมจึงไม่เสี่ยงที่จะใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ครับ?</p>
<p>การละเมิดลิขสิทธิ์นับเป็นการกระทำทางอาชญากรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การจำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นับร้อยแผ่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ?ซอฟต์แวร์เถื่อนก่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายบ็อทเน็ท ซึ่งเป็นกองทัพของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์และได้กระทำกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย? มาร์คัส ชไวเซอร์ จาก Media Surveillance กล่าว ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ก่อให้เกิดกองทัพบ็อทเน็ท โดยนำเสนอวินโดวส์ปลอมที่บรรจุโค้ดมัลแวร์เอาไว้ และสามารถสั่งให้เครื่องพีซีเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ซึ่งควบคุมโดยอาชญากรคอมพิวเตอร์ได้</p>
<p>เพื่อแก้ไขปัญหาการปลอมแปลงซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟท์ได้เสริมสร้างการดำเนินงานด้านการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ใน 3 ด้าน คือ ด้านการศึกษา ด้านวิศวกรรมของผลิตภัณฑ์ และการปราบปราม กิจกรรมต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วโลกตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไมโครซอฟท์ที่จะปกป้องผู้บริโภค โดยคำแนะนำจากลูกค้าและคู่ค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยส่งเสริมการจัดการกับปัญหานี้ ไมโครซอฟท์ยังต้องการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานที่สงสัยว่าตนเองซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ไปสามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวมายัง Microsoft Customer Contact Center ที่ 02 263 6888 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์ ไลเซนส์ และ ฉลาก สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.microsoft.com/thailand/genuine/howtotell.aspx</p>
<p>ในด้านวิศวกรรมศาสตร์ ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาระบบการตรวจสอบซอฟต์แวร์แท้ และกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องด้วยวินโดวส์ 7 เทคโนโลยี Windows activation ในวินโดวส์ 7 ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากแพล็ตฟอร์มในวินโดวส์ วิสต้า ซึ่งช่วยให้วินโดวส์สามารถปกป้องตนเองได้ โดยการตรวจสอบในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์พยายามที่จะหลีกเลี่ยงระบบการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และช่วยผู้ใช้งานให้สามารถเริ่มใช้งานผลิตภัณฑ์และจัดการปัญหาต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น วินโดวส์ 7 ได้นำเอาเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด ซึ่งรวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นข้อความการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถทำขั้นตอนต่างๆ ให้เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>สำหรับการปราบปราม ไมโครซอฟท์ได้ลงทุนสร้างแล็บส์ 9 แล็บส์สำหรับการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ (PID) ที่มีอยู่ทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายที่ทำงานในแล็บส์ต่างๆ เหล่านี้ จะใช้เครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ ระบบลายนิ้วมือดิจิตอลดิสก์? ระบบการติดตามกระบวนการผลิตด้วยแสง เพื่อที่จะตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และให้ข้อมูลที่สำคัญแก่หน่วยงานด้านการปราบปรามท้องถิ่น เพื่อใช้สำหรับการติดตามองค์การปลอมแปลงซอฟต์แวร์ต่างๆ ต่อไป ผลลัพธ์จากการตรวจสอบดังกล่าวมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยการทำงานของไมโครซอฟท์ในแล็บส์การวิเคราะห์ PID ก่อให้เกิดการจับกุมซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์บริเวณศุลกากรชายแดนได้กว่า 1,000 ครั้ง ในเพียงช่วง 2 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>คูนิโอ มิคูริยา เลขาธิการหน่วยงานกลางศุลกากรโลก กล่าวว่า ?ปัญหาซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นับเป็นปัญหาระดับโลกที่ก่อให้เกิดการขานรับจากนานาชาติ และก่อให้เกิดการสร้างสรรค์กลยุทธ์ซึ่งมุ่งหมายที่จะจัดการกับกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มุ่งเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัว ด้วยการระมัดระวังและการตอบสนองอย่างกระตือรือร้นขององค์กรต่างๆ และบริษัทอย่างไมโครซอฟท์ ผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจจะสามารถก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้ไปได้อย่างแน่นอน ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการค้าของเถื่อนเหล่านี้ มันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องใช้ความพยายาม ความกล้าหาญ และความเชี่ยวชาญในการต่อสู้กับอาชญากรรมประเภทนี้ให้ได้?</p>
<h3>ข้อมูลเกี่ยวกับไมโครซอฟท์</h3>
<p>บริษัท ไมโครซอฟท์ (Nasdaq ?MSFT?) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้ใช้และองค์กรธุรกิจ</p>
<p>ไมโครซอฟท์เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ ไมโครซอฟท์ คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือ ประเทศอื่นๆ ชื่อบริษัทและผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวถึงในเอกสารชุดนี้อาจจะเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของนั้นๆ หมายเหตุ: หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมโครซอฟท์ สามารถดูได้ที่ http://www.microsoft.com/presspass/ ในส่วนของหน้าข้อมูลบริษัท</p>

<!-- Wordpress Connect Modules v1.05 --><img src="http://www.dplusmag.com/?ak_action=api_record_view&id=5198&type=feed" alt="" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dplusmag.com/digital-technology-lifestyle-event-and-news/microsoft-consumer-action-day.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

