หมู่เกาะสุรินทร์ :: สวรรค์ใต้ท้องทะเล
อากาศร้อน-ร้อน ของเดือนมีนาแบบนี้ ไปรับลมเย็นๆ กันที่ทะเลดีกว่า… ทะเลฝั่งอันดามัน… หลายคน
ร่ำลือว่า โลกใต้ท้องทะเลและแนวปะการังของที่นี่สวยมาก ว่าแล้วก็เตรียมตัวไป… อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ … กันเหอะ
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหนึ่งในอุทยานที่มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นหากต้องการพักค้างคืนบนเกาะจะต้องติดต่อขอจองเต้นท์, ห้องพัก หรือพื้นที่กางเต้นท์กับทางกรมป่าไม้เสียก่อน ซึ่งทางอุทยานได้จัดพื้นที่ให้บริการสำหรับพักค้างคืนเอาไว้ 2 อ่าวคือ อ่าวช่องขาดและอ่าวไม้งาม (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.dnp.go.th)

credit: Tua-Yai
ครั้งนี้พวกเราตัดสินใจกันว่าจะไปนอนเต้นท์กันที่ริมทะเล โดยจะพักที่อ่างช่องขาด 2 คืนและอ่าวไม้งาม 1 คืน ราคาเต้นท์อยู่ที่เต้นท์ละ 450 บาทสำหรับ 3 คนและ 300 บาทสำหรับ 2 คน ในส่วนของบ้านพักที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว (มีเฉพาะที่อ่าวช่องขาดเท่านั้น) ราคาหลังละ 2000 บาท นอนได้ 2 คน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-5612919, 02-5612921 (บ้านพัก) หรือ 076-472145, 076-472146 (เต้นท์)
กรุงเทพ (สถานีขนส่งสายใต้ใหม่) – จุดจอดรถคุระบุรี จังหวัดพังงา – ท่าเรือคุระบุรี
ครั้งนี้เราเลือกเดินทางไปกับบริษัทภูเก็ตเซ็นทรัล กรุงเทพ – ภูเก็ต VIP ปรับอากาศ 32 ที่นั่ง ราคา 689 บาท (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 435 5019) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 10 ชั่วโมง จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่

credit: Tua-Yai
ถึงจุดจอดรถคุระบุรี ถ้าออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 1 ทุ่ม ก็จะถึงจุดจอดรถคุระบุรีตอนตี 5 และจากจุดจอดรถคุระบุรีเราจะต้องนั่งรถสองแถวเพื่อไปที่ท่าเรืออีกทีหนึ่ง แต่ตอนที่ไปถึงพนักงานขับรถสองแถวยังไม่มา (เช้าซะขนาดนั้น) ก็เลยนั่งเล่นอยู่แถวๆ นั้นก่อน อ๋อ… ชั้นสองของจุดจอดรถ มีบริการห้องน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สามารถอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รอได้

สักประมาณ 7 โมงเช้า รถสองแถวเที่ยวแรกก็เริ่มขึ้น ระยะทางจากจุดจอดรถคุระบุรีไปท่าเรือห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีก็ถึงท่าเรือคุระบุรี จากนั้นไปติดต่อกับทางบริษัทเรือที่จองไว้ เราจองเรือกับบริษัท ซาบีน่าทัวร์ เลือกเดินทางด้วยเรือธรรมดาใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงครึ่ง ออกจากท่าเรือ 9:00 น. ถึงหมู่เกาะสุรินทร์ 11:30 น ค่าเรือตกคนละ 1200 บาทต่อคน สาเหตุที่เลือกเรือธรรมดาเพราะต้องการซึมซับความสวยงามของท้องทะเล (ที่จริงคือมันถูก ^^) แต่ถ้าใครอยากไปแบบรวดเร็วก็มีเรือเร็วเอาไว้ให้บริการ ค่าเรือจะอยู่ที่ 1600 บาทต่อคนใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sabinatour.com
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ (อ่าวช่องขาด)
มาถึงแล้วอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ครั้งแรกที่เห็นเลยคือ น้ำทะเลสีฟ้าครามอมเขียวตัดกับหาดทรายขาวละเอียด เมื่อลงเดินบนหาดทรายก็สัมผัสได้ถึง เอ่อ… ความร้อนของทรายเต็มๆ … (ทึ่งกับความสวยเลยลืมใส่รองเท้า – -“) ขนของลงจากเรือ แล้วก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อชำระค่าธรรมเนียม, ค่าที่พัก

credit : Pissanello
เมื่อจัดการกับข้าวของเรียบร้อยแล้ว ก็ไปติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อจองเรือสำหรับออกไปดำน้ำดูปะการัง โดยจะเสียค่าใช้จ่ายวันละ 140 บาทต่อคน ในหนึ่งวันจะแบ่งเป็นสองรอบคือเช้าและบ่าย แต่ถ้าต้องการแค่รอบเดียวก้อเสียแค่รอบละ 70 บาทต่อคน รอบเช้าเปิดให้ชำระเงินเวลา 8:00 – 8:30 น. เรือออกเวลา 9:00 น. รอบบ่ายจะเริ่มเปิดเวลา 13:00 – 13:30 น. เรือออก 14:00 น. แต่ละรอบใช้เวลาดำน้ำ 2 ชั่วโมง ตารางการออกไปดำน้ำจะแตกต่างกัน แล้วแต่ว่าทางอุทยานจะจัดให้ไปดำน้ำที่ไหนบ้าง…

credit: Tua-Yai
บ่ายสองโมงเวลาการดำน้ำเริ่มขึ้น อุปกรณ์ดำน้ำพร้อม Snorkel, เสื้อชูชีพ ที่ขาดไม่ได้ครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป จุดดำน้ำจุดแรกคือเกาะตอรินลา ถือว่าเป็นแนวปะการังที่กว้างและโดดเด่นที่สุดในทะเลไทย วันที่ไปโชคดีมาก ได้เจอกับเจ้าเต่ากระทะเลที่ว่ายออกมาหากินแถวนั้น ว่ายน้ำตามเต่าซะจนลืมขึ้นเรือ – -“ โผล่ขึ้นมาอีกทีเรือก็อยู่ออกไปไกลแล้ว พี่คนเรือคะ อย่าลืมนู๋จิ กลับมารับด้วย T^T จากนั้นพี่คนขับเรือก็พาไปที่อ่าวผักกาด

credit : Pissanello
ซึ่งเป็นจุดดำน้ำจุดที่สอง เป็นจุดที่มีแนวปะการังเขากวางอยู่จำนวนมาก แหวกว่ายอยู่พักนึงก็หมดรอบดำน้ำของวันนี้แล้ว เสียพลังงานไปเยอะ หาอะไรหม่ำดีกว่า อาหารมีทั้งเป็นชุดและอาหารจานเดียว ส่วนขนมบนเกาะราคาอาจจะแพงกว่าปกติ
อ่าวช่องขาด วันที่สอง และวันสุดท้ายที่อ่าวไม้งาม
เช้าวันที่สองสดใสจริงๆ วันนี้เราจะไปดำน้ำกันที่เกาะสตอร์คและอ่าวจาก ซึ่งอยู่อีกฝากนึงของเกาะสุรินทร์เหนือ (อ่าวช่องขาดและอ่าวไม้งามตั้งอยู่บนเกาะสุรินทร์เหนือ) จุดดำน้ำจุดแรกคือ เกาะสตอร์ค เป็นเกาะที่อยู่ห่างออกไปไกลพอสมควร ทำให้คลื่นลมเป็นอุปสรรคในการลอยตัว

credit : Pissanello
แต่ก็ไม่ผิดหวังนะ ได้เห็นครอบครัวปลานีโม่กำลังเล่นดอกไม้ทะเลอยู่ หอยมือเสือ และปลาทะเลอีกหลายชนิด รวมไปถึงแนวปะการังที่ฟื้นตัวจากคลื่นยักษ์สึนามิด้วย จากนั้นจุดที่สองนั่นคือ อ่าวจาก ที่นี่ได้ชื่อว่ามีแนวปะการังที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด หลังจากเพลิดเพลินกันพอสมควร ก็หมดเวลาการดำน้ำรอบเช้า จึงเข้าที่พักและไปเล่นน้ำกันต่อ ^^ ผลที่ได้จากการบ้าพลังเล่นน้ำวันนั้น เช้าวันต่อมาจึงได้สีผิวใหม่คือผิวสีแทน (ขาว) แม้ว่าจะทากันแดด SPF 50 เยอะขนาดไหน – - “

credit: Tua-Yai
คืนสุดท้ายบนหมู่เกาะสุรินทร์ เราเคลื่อนย้ายตัวเองไปนอนกันที่อ่าวไม้งาม ไม่ได้ไปดำน้ำหรือทำกิจกรรมอะไรเลย คิดว่าเป็นการพักผ่อนแบบทิ้งทวนบนเกาะแห่งนี้ แต่ว่าบนอ่าวไม้งามใช่ว่าจะไม่มีกิจกรรมอะไรนะ เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบพืชพรรณนานาชนิด สัตว์ต่างๆ เช่น กระจง บ่าง รวมไปถึงนกที่หาดูได้ยาก เช่น นกชาปีไหน นกลุมพูขาวธรรมชาติจะยังคงสวยงามอยู่ต่อไป ถ้าเราไม่ไปทำลายหรือเก็บสิ่งต่างๆ ออกไป หนึ่งคนเก็บหนึ่งความเสียหาย หมื่นคนเก็บหมื่นความเสียหาย แล้วจะอย่างนี้จะยังเหลือความสวยงานอะไรไว้ให้เราได้กลับไปเยือน

credit: Tua-Yai
… เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้นะ… ^^
บทความ : เด็กอ้วน
ภาพถ่าย : Tua-Yai, Pissanello










