อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

@หยางซั่ว ดินแดนในฝัน (ไปรึเปล่า)

นิตยสาร 9 สิงหาคม 2553 – 10:08 am

หยางซั่ว (Yangshuo) อาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูนักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่เท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า กุ้ยหลิน ก็คงจะร้อง อ๋อ ไปตามๆกัน จริงๆแล้วหยางซั่วนั้นเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกุ้ยหลินซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐกวงสี ประเทศจีน จึงมีความสวยงามในแบบฉบับของกุ้ยหลินทุกอย่าง แต่มีความเป็นชนบทมากกว่า ถ้าอยากลองสัมผัสธรรมชาติให้มากขึ้นอีกนิด เราแนะนำว่าลองไปหยางซั่วเถอะ

2thetrip

เงาของภูเขารูปร่างแปลกตา เรียงรายเหลื่อมล้ำและสลับซับซ้อนทอดตัวยาวไปตามไหล่ถนน เป็นภาพที่เห็นผ่านหน้าต่างรถนอน sleeper bus หลังจากหลับๆ ตื่นๆ มาทั้งคืน ฉันหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู บอกเวลาตี 4 ซึ่งเป็นเวลาท้องถิ่น  แอร์เย็นฉ่ำภายในรถบวกกับความสะลึมสะลือทำให้รู้สึกราวกับว่ากำลังฝันไปรึเปล่า

 3

“  %$#@^_^& ” เสียงตะโกนเป็นภาษาจีนจากคนรถปลุกผู้โดยสารดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังปล่อยอารมณ์ให้เพลิดเพลินไปกับเงาตะคุ่มๆของขุนเขาตรงหน้า รถทยอยจอดส่งผู้โดยสารตามจุดต่างๆ ทุกครั้งที่รถจอดฉันพยายามสอดส่องสายตาไปรอบๆก็เห็นแค่เพียงสามแยกเล็กๆ บ้านกระท่อมเก่าๆ ภูเขา และทุ่งนา ไม่มีแม้กระทั่งป้ายบอกชื่ออำเภอ ผู้โดยสารบางส่วนก็ลงจากรถไป ฉันเริ่มกังวลใจ “แล้วจะรู้ได้ไงล่ะว่ามาถึงหยางซั่วแล้ว” จึงรวบรวมความกล้า เรียบเรียงความรู้ภาษาจีนที่มีอยู่ทั้งหมดถามคนข้างๆ “เรามาถึงหยางซั่วกันรึยัง” “ยังหรอก แต่ใกล้แล้ว” คู่สนทนาตอบ ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง แสงแดดอ่อนๆเริ่มสาดเข้ามาทำให้เห็นสภาพความเป็นชนบทชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดรถก็มาถึงหยางซั่วตอนประมาณแปดโมงเช้า

ฉันเดินมุ่งหน้าไปยังถนนคนเดินแห่งหยางซั่ว หรือเป็นที่รู้จักในนามของ West Street ซึ่งนับว่าเป็นย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองนี้เลย บน West Street เองและรอบๆ มีเกสเฮ้าส์หลายราคา หลายระดับ ตั้งแต่แบบบูติกเก๋ๆไปจนถึงติดดินเหมาะสำหรับแบ็คแพ็กเกอร์อยู่หลายแห่ง ด้านล่างของเกสเฮ้าส์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเปิดเป็นบาร์ในตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคนที่ยังชอบสไตล์ night life ตามถนนก็จะมีร้านอาหารไปจนถึงภัตตาคาร ร้านค้าเก๋ๆขายสินค้าพื้นเมือง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากอยู่กับธรรมชาติแบบฉันแล้วละก็ขอเลือกเกสเฮ้าส์ที่อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองดีกว่า ซึ่งก็มีหลายตัวเลือกอยู่เหมือนกัน มีแบบอยู่ห่างจากดาวน์ทาวตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 10 กิโลเมตรและหลายแห่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ

6

ว่ากันว่าคนจีนพูดกันแต่ภาษาจีน … จริง!… ฉันใช้เวลาสื่อสารด้วยภาษาจีนแบบกระท่อนกระแท่นอยู่เป็นชั่วโมงเพื่อจะเช่ามอเตอร์ไซค์เพียงคันเดียว ตัวเมืองหยางซั่วไม่ใหญ่มากสามารถปั่นจักรยานไปทั่วได้ รอบๆหยางซั่วในรัศมี 30 กิโลเมตร มีเมืองเล็กๆน่าสนใจอีกหลายเมืองซึ่งสามารถนั่งรถประจำทางไปได้ แต่อยากจะแนะนำว่าลองเช่ามอเตอร์ไซค์แล้วขี่ไปเรื่อยๆ ผ่านภูเขาบ้าง ทุ่งนาบ้าง หมู่บ้านบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบ ถนนที่ตัดผ่านหมู่บ้านที่นี่แปลกมาก เป็นถนนแคบๆ หลายเส้นตัดผ่านบริเวณบ้านของชาวบ้านแถวนั้น มีอยู่ครั้งนึงที่ฉันขี่มอเตอร์ไซค์หลงเข้าไปจนถึงหัวบันไดบ้าน ทำให้เป็ดไก่ที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้วิ่งหนีแตกกระเจิง ฉันถึงได้รู้ว่ามาผิดทาง!

มาถึงหยางซั่วทั้งทีสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการล่องแพไปตามแม่น้ำหลี่ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก (แต่ถ้าหากต้องการล่องเรือใหญ่ตามแบบฉบับทัวร์ต้องไปขึ้นที่กุ้ยหลิน) หรือจะล่องแพตามแม่น้ำสายเล็กแต่สวยไม่แพ้กันอย่างแม่น้ำอวี๋หลงก็ได้เช่นกัน ช่วงที่เป็นไฮไลท์ของทัวร์ที่ล่องแม่น้ำหลี่มาจากกุ้ยหลิน คือช่วงที่เริ่มต้นจากเมืองหยางตี้มาสิ้นสุดที่เมืองซิงพิง ถือเป็นความโชคดีของฉันที่ได้มีโอกาสไปล่องแพช่วงนี้มาด้วย ซึ่งเหตุเกิดจากความเข้าใจผิดของฉันเองว่าสามารถขี่มอเตอร์ไซค์เลียบแม่น้ำมาเรื่อยๆได้ ฉันจึงตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์จากเมืองหยางซั่วไปถึงหยางตี้เป็นระยะทางขึ้น ลงเขา ประมาณ 25 กิโลเมตร แอบใจหายวาบเพราะนึกว่าจะต้องขี่กลับมาทางเดิมซะแล้ว แต่โชคดีมีเจ้าของแพคนหนึ่งอนุญาตให้เอามอเตอร์ไซค์ขึ้นแพไปด้วยกันได้

7

ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่น่าสนใจในเมืองหยางซั่วที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพื่อนใหม่ชาวสเปนที่พักเกสเฮ้าส์เดียวกับฉันใช้เวลาหมดไปกับการนั่งอ่านหนังสือในสวน เดินเล่นพูดคุยกับชาวบ้าน (ถึงแม้จะพูดกันไม่รู้เรื่องก็ตาม) กลุ่มนักเรียนชาวจีนเลือกที่จะมาทบทวนบทเรียนกันที่นี่! ระหว่างทางกลับฉันได้พูดคุยกับหญิงชาวออสเตรเลียคนหนึ่งบนรถแท็กซี่ เธอมาเที่ยวที่หยางซั่วและหลงรักบรรยากาศของที่นี่จึงลงทุนเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารโดยที่เธอทำอาหารไม่เป็นเลย แต่ตอนนี้ก็เปิดมาได้ 10 ปีแล้ว เธอดูภาคภูมิใจกับสิ่งที่เธอทำมาก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ทำอาชีพเกี่ยวกับท่องเที่ยวมีความเป็นอยู่ค่อนข้างอัตคัดและโรงเรียนของเธอก่อให้เกิดการสร้างงาน เธอดูมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่ ฟังแล้วก็แอบอมยิ้มแกมอิจฉาเล็กๆที่คนคนนึงจะสามารถค้นพบความสุขของตนเองได้ ในขณะที่ฉันกำลังจะกลับไปสู่โลกความเป็นจริง ใช้ชีวิตในสังคมแบบเร่งรีบ จะเรียกได้มั้ยว่าเธอค้นพบดินแดนในฝันของเธอแล้ว!

เรื่อง : ลามูจัง

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark