ย่ำเกาะบาหลี สวรรค์ที่อยู่บนดิน
อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย คือชื่อที่ใครๆ ก็มักจะเรียกขาน? เกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งยังคงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมในแบบฉบับของตนเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
การเดินทางครั้งนี้อาศัยข้อมูลจาก Google ล้วนๆ ด้วยการค้นหาที่พัก จองโรงแรมและโปรแกรมเที่ยวเอาไว้บางส่วน แม้จะฉุกละหุกไปบ้าง แต่ก็สนุกไปอีกแบบ เมื่อข้อมูลพร้อม เงินพร้อม ก็ออกตะลุยกันทันทีย่ำเท้าเข้าบาหลี…แวะชมระบำบารอง
เดินทางถึงสนามบินงูราห์รายบนเกาะบาหลีเกือบค่ำ แพลนที่วางไว้ว่าจะไปพักย่านอูบุดซึ่งอยู่ใจกลางเกาะ เลยเปลี่ยนกะทันหันมาพักย่านคูตาซึ่งอยู่ใกล้ๆ สนามบินแทน คนขับรถที่ติดต่อกันไว้เมื่อคืน รีบออกมารับแต่เช้า พร้อมกับแผนการท่องเที่ยวที่วางไว้อย่างละเอียด

สัมผัสอากาศเย็นๆ ที่คินตามณี
ช่วงสายหน่อย เราตัดสินใจเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านคินตามณี เพื่อไปทานข้าวกลางวันที่นั่น ระหว่างทางจะพบกับการทำนาขั้นบันไดที่เป็นเอกลักษณ์ของบาหลี ซึ่งชาวนาจะใช้พื้นที่บางส่วนบนเขา แบ่งย่อยเป็นนาเพื่อใช้ปลูกข้าวลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ เมื่อมองจากมุมสูง จึงแลดูสวยงามไม่น้อย

เยือนวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ และวัดถ้ำช้าง
สถานที่อีกแห่งหนึ่งที่จัดไว้ในทริปคือ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าใครได้มาอาบน้ำที่บ่อนี้แล้ว จะเป็นสิริมงคลไม่น้อย เพราะตามตำนานเล่าว่าพระอินทร์เป็นผู้ดลบันดาลให้เกิดน้ำพุใสสะอาดแห่งนี้ขึ้น ใครได้มาชำระร่างกายก็จะปัดเป่าโรคภัยต่างๆ ให้หายหรือบรรเทาได้ แต่ก่อนลงอาบ จะต้องนำดอกไม้มาบูชาแล้วนำวางบนแท่นวางเสียก่อน

ชมทานาล็อท…วิหารกลางน้ำ
สถานที่สำคัญของการเที่ยวในบาหลีที่ใครต่างพลาดไม่ได้ เห็นจะเป็นการได้มาเยือน ทานาล็อทหรือวิหารกลางน้ำที่ขึ้นชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น โดยตั้งอยู่บนโขดหินใหญ่กลางทะเล ว่ากันว่าภายใต้วิหารแห่งนี้มีงูศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษาอยู่ ซึ่งช่วงที่เราไป ฝนดันตกเสียนี่ จึงไม่ได้เข้าไปสัมผัสใกล้ชิดนัก แต่มองจากภายนอกก็นับว่าเป็นวิหารที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

เยือนอุลูวาตู หน้าผาริมทะเล
อุลูวาตูเป็นเป้าหมายแห่งสุดท้ายที่วางไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนัก เราอาศัยเวลาที่มีอยู่น้อยนิดให้คนขับพาไปดูวัดหน้าผาริมทะเลให้เห็นกับตาสักครั้ง ซึ่งนับว่าไม่เสียเที่ยว ยามที่ก้มมองดูน้ำทะเลสีฟ้าใสซัดคลื่นขาวเข้ากับโขดหินเบื้องล่าง ช่างงามจับใจแท้ แต่ช่วงที่ไปถึงก็เป็นเวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว อากาศบนนั้นค่อนข้างร้อนพอสมควร บริเวณนี้จะเจอกับฝูงลิงเป็นจำนวนมาก คนท้องถิ่นที่นั่นแนะนำว่าให้ระวังหมวก กระเป๋า หรือแว่นตาด้วย เพราะลิงเหล่านี้จะล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด แต่จะด้วยหน้าตาเหมือนเผ่าพันธุ์เดียวกันหรืออย่างไร ลิงเหล่านี้กลับไม่สนใจเราเลย ต่างคนต่างอยุ่ดีแท้ ก็เป็นอันว่าลัดเลาะเดินดูวิวริมหน้าผาอย่างสะดวก

เราใช้เวลาอยู่กับบาหลีได้ไม่นานนัก ก็ต้องขอตัวอำลากลับ วัฒนธรรมในแบบเฉพาะของที่นี่ เทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งที่ได้ไปเยือน รวมทั้งมิตรภาพที่เราได้จากผู้คนบนเกาะ แม้บางครั้งจะสื่อสารกันยากลำบากสักนิด แต่ก็สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
ทำให้เราตั้งมั่นไว้แล้วว่า ถ้ามีโอกาสก็จะขอกลับมาเยี่ยมเยือนบาหลี ดินแดนเกาะสวรรค์นี้อีกครั้ง










