" อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Plus Tag

Smart English

Take a seat

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

เรื่องเล่าจากเกาะฮ่องกง

นิตยสาร 10 กรกฎาคม 2548 – 5:09 pm
เรื่องเล่าจากเกาะฮ่องกง

คราวนี้ขอ Go Inter กับเค้าซะหน่อย เนื่องจากวันที่ 22-25 กรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงาน Hong Kong International Book Fair ซึ่งทีมงานชาวโปรวิชั่นได้รวบรวมกำลังพลบินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกงเพื่อชมงานหนังสือนี้และถือโอกาสชมเมืองฮ่องกงไปพร้อมๆ กัน เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังให้กับท่านผู้อ่าน

สำหรับบรรยากาศของงาน Hong Kong International Book Fair คงจะผ่านตาคุณผู้อ่านมาแล้วจากหน้า Open mind ดังนั้นคอลัมน์นี้ก็ขอเล่าเรื่องจากการไปเก็บบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่นมาเป็นของฝากดีกว่า

hongkong01เวลาที่มีอย่างจำกัดในการเยือนฮ่องกงคราวนี้ถือว่าเราใช้กันอย่างคุ้มค่า นอกจากไปดูงานหนังสือแล้ว พลพรรคโปรวิชั่นก็ยังได้ย่ำเท้าไปเกือบทั่วเกาะฮ่องกง พื้นที่เกาะเล็กๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีอย่างหนาแน่น สภาพบ้านเมืองจึงอัดแน่นไปด้วยตึกสูง แต่กระนั้นการเดินทางไปไหนต่อไหนกลับสะดวกอยู่มากทีเดียวเนื่องจากคนที่นั่นนิยมใช้บริการรถไฟใต้ดินประกอบกับราคาค่าที่จอดรถต่อเดือนที่แพงลิ่ว รถไฟใต้ดินและรถบัสประจำทางจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดทั้งเงินและเวลา ที่สังเกตได้อีกอย่างก็คือคนที่นั่นเค้าก็ขยันเดินกันนะเนื่องจากศูนย์กลางย่านการค้าอยู่ห่างกันไม่มากและเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินดูสินค้า เดินชมเมืองแบบไม่เร่งรีบ? ฉะนั้นเราจึงเลือกทั้งการเดินบริหารกล้ามเนื้อขาและใช้บริการรถไฟใต้ดิน แต่กว่าจะคุ้นชินกับขั้นตอนการเข้าออกที่สถานีเล่นเอาไก่หายไปหลายตัวเลย จริงมั๊ยเพื่อนๆ (เผากันเองซะแล้ว)??????
ฮ่องกงช่วงนี้ (ปลายเดือนกรกฎา) ถือเป็น High Season สำหรับขาช้อปจากทั่วสารทิศ เพราะนอกจากสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลายจะปลอดภาษีนำเข้าแล้ว ร้านค้าเกือบทั้งเมืองก็พร้อมใจกันปิดเกาะลดกระหน่ำราคาเพื่อเอาใจผู้บริโภคอย่างเราๆ แล้วอย่างนี้นักสะสมของแบรนด์เนมดังๆ จะอดใจไหวได้อย่างไรละนี่ !!! แต่สำหรับชาวโปรวิชั่นแล้วก็ยังไม่ยอมให้ประเทศไทยเสียดุลการค้าเพิ่มขึ้นแต่ละคนจึงไม่ค่อยปล่อยให้เงินตราต้องรั่วไหลออกนอกประเทศมากนัก เลยช้อปกันแต่พองาม (รักเธอประเทศไทย..

สำหรับย่านช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสด้วยตาหลายคู่ก็พอสรุปได้ดังนี้hongkong02

?

  • Causeway bay สีสันแห่งช้อปปิ้ง ในย่านนี้ก็เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย รวมสินค้าอันหลากหลายไว้ที่นี่
  • Ladies’ Market (มงก๊ก) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเลดี้ส์ มาร์เก็ต เป็นแหล่งรวมกระเป๋า เครื่องประดับ, เสื้อผ้าและของฝากราคาย่อมเยา ถ้าจะให้เห็นภาพลองหลับตาแล้วนึกถึงตลาดนัดสวนจตุจักรบ้านเรา
    แหล่งรวมแบรนด์เนมชั้นนำ ย่านถนนนาธาน (Nathan Road) และปาร์คเลน (Park Lane) คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าหลากหลายยี่ห้อในราคาสบายกระเป๋า (หนัก) ยิ่งช่วงปลายเดือนมิถุนาจนถึงเดือนกันยายน ร้านแบรนด์เนมเหล่านี้ก็ยังลดราคาเอาใจขาช้อปกันทั่วเกาะเลยทีเดียว
  • ตื่นตะลึงกับ A Symphony of Light เป็นการผสมผสานการแสดง แสง สี เสียง โดยการเล่นแสงไฟสีสันตระการตาประกอบเพลงบรรเลงตามตึกสูงระฟ้าตามด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟเป็นระยะๆ? ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของฮ่องกงที่ไม่เคยหลับใหลและเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว สำหรับจุดชมการแสดงนี้ได้สวยที่สุดคงต้องยกให้ฝั่งตรงข้ามเกาะคือ บริเวณเอฟเวนิว ออฟ สตาร์? การแสดงจะเริ่มตั้งแต่ 20.00 น. – 20.15 น. ทุกคืน? ถ้าหากมีโอกาสได้ไปเยือนฮ่องกง อย่าพลาดชมการแสดงนี้นะจ๊ะ แล้วจะประทับใจมิรู้ลืมจริงๆ
  • เอฟเวนิว ออฟ สตาร์ (Ever? of Star) เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าววิคตอเรียและเกาะฮ่องกง โดยสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าดาราภาพยนต์และผู้มีชื่อเสียงได้มาประทับรอยฝ่ามือฝากเอาไว้เป็นที่ระลึกให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมกัน
  • จุดชมวิวที่สูงที่สุดที่ Victoria Peak จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นตึกสูงที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดทั่วเกาะฮ่องกง แต่ความสวยงามของทิวทัศน์จากจุดนี้ก็ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเช่นกัน
  • เยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงและชมเรือสำราญ JUMBO KINGDOM ที่ อ่าว Aberdeen เราได้นั่งเรือไปชมวิถีชีวิตของชาวประมงที่ลงหลักปักฐานบนเรือคู่ชีพไปจนแก่เฒ่า ซึ่งบริเวณใกล้เคียงเราก็ได้เห็นเรือสำราญขนาดมหึมาที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีบริการจัดเลี้ยงและจัดประชุม นอกจากนี้ก็ยังให้บริการอาหารค่ำสำหรับผู้ชื่นชอบบรรยากาศรับประทานอาหารใต้แสงดาวอีกด้วย
  • รีพัลส์ เบย์ (Repulse Bay) เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดของฮ่องกงก็ว่าได้ ใกล้กับบริเวณหาดก็มีสถาปัตยกรรมจีนโบราณให้ได้ชมกัน นอกจากนี้เรายังได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนที่นั่น งานนี้เราก็ได้เก็บเอาลาภอันประเสิรฐใส่กระเป๋าจนตุงไปตามๆ กัน
  • หอนาฬิกาเก่าแก่ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามและทรงคุณค่ายิ่ง ตั้งอยู่ใกล้กับ Hong Kong Space Museum และลานนัดพบสำหรับผู้โดยสารเรือสตาร์ เฟอร์รีย์ในเขตจิม ซา โจ่ย
  • Hong Kong Convention and Exhibition Centre สถานที่จัดงาน Hong Kong International Book Fair ถือเป็นงานเทศกาลรวมหนังสือจากหลากหลายสำนักพิมพ์ทั้งในฮ่องกงเองและเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างไต้หวันและจีน ส่วนบรรยากาศภายในงานก็ไม่ต่างจากงานสัปดาห์หนังสือของบ้านเรามากนัก เพียงแต่การจัดงานดูจะใหญ่กว่าสองถึงสามเท่าและการตกแต่งบู๊ธก็ดูมีสีสันมากเลยทีเดียว และผู้คนที่นั่นค่อนข้างเป็นหนอนหนังสือ เห็นตั้งแต่เด็กเดินถือขวดนมไปจนถึงคุณยายถือไม้เท้า นั่นก็แสดงให้รู้ว่าคนฮ่องกงให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคนไทยเหมือนกัน
  • ฟอร์เอเวอร์ บลูมมิ่ง โบฮิเนีย (Forever Blooming Bauhinia) รูปดอกชงโคบานที่ตั้งตระหง่านและอนุสาวรีย์ รียูนิฟิเคชั่น โมนูเมนท์ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของฮ่องกง นั่นคืออังกฤษได้ส่งมอบฮ่องกงคืนสู่ความดูแลของสาธารณรัฐประชาชนจีนและการก่อตั้งฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งสัญลักษณ์นี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (Hong Kong Convention and Exhibition Centre)

hongkong03

เมื่อเวลาเดินมาครบกำหนดที่ต้องกลับสู่มาตุภูมิ เราก็พร้อมจะกล่าวลาเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันคึกคักของเจ้าบ้านและผู้มาเยือน เพราะหลายคนคิดถึงอาหารไทยใจจะขาด การได้ไปสำรวจโลกจากความหลากหลายของวัฒนธรรมและวิถีของผู้คน ถือเป็นกำไรของชีวิต แต่กระนั้น ยิ่งท่องเที่ยวมากเท่าไหร่ จึงทำให้รู้ว่าไม่มีที่ไหนจะสุขใจไปกว่าบ้านเรา
?ฮ่องกง – - เมืองที่ไม่เคยหลับใหล เมืองที่จะอยู่ในบันทึกรอยทางที่ได้ย่ำไปและเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีดี

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark