แบกเป้เที่ยวญี่ปุ่น แบบไม่ง้อทัวร์
ญี่ปุ่น? เมืองแห่งเทคโนโลยีไฮเทคสุดล้ำ และธรรมชาติอันสวยงามตระการตา จากเหนือจรดใต้ นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเป็นบ้านเกิดของเหล่าตัวการ์ตูนน่ารักๆ ที่เราคุ้นตากันดี ญี่ปุ่นคือประเทศในฝันของใครหลายๆคนที่อยากไปเยือนสักครั้ง ในชีวิตนี้ ผมเองก็เช่นกัน แต่ การไปท่องเที่ยวครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่มีการง้อทัวร์ เพราะไม่อยากตะลอนแบบเท้าแตะพื้นได้ 10 นาทีแล้ววิ่งขึ้นรถ? อยากจะเที่ยวน้อยๆแต่เที่ยวนานๆ มากกว่า ก็เลยตัดสินใจวางโปรแกรมเดินทางเองทั้งหมด ถึงแม้จะขลุกขลักไปบ้าง แต่ก็น่าจะมันส์และมันส์กว่า ส่วนจะเป็นยังไงนั้น ลองไปดูกันครับ
จุดเริ่มต้นของการเดินทางในญี่ปุ่นครั้งนี้ ผมเลือกเที่ยวในแถบคันไซ (ภาคตะวันตก) ซึ่งมีเมืองศูนย์กลางชื่อคุ้นหูคือ โอซาก้า นั่นเอง ทันทีที่ล้อเครื่องบินแตะถึงพื้น ฝนฟ้าก็พร้อมใจกันตกลงมาต้อนรับการเดินทางของผมทันที แม้จะทำใจว่าต้องเจอฝนบ้างก็เถอะ แต่ไม่คิดว่าฝนที่นี่จะตกได้ตกดี ตกปรอยๆทั้งวัน ไม่ยอมให้เห็นพระอาทิตย์เลย
โปรแกรมท่องเที่ยววันนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนเป็นโปรแกรมช้อปปิ้งแทน เป้าหมายของผมในวันนี้คือ ห้าง Bic Camera ตั้งอยู่ที่ย่านนัมบะ (Namba) ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งแหล่งรวมศูนย์การค้าของโอซาก้าเลย
การเดินทางในโอซาก้า สะดวกมากครับ มีทั้งรถบัส รถรางและรถไฟใต้ดิน ผมซื้อบัตร One-Day Pass ซึ่งสามารถใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินและรถบัส ได้ทุกสาย (เฉพาะในตัวเมืองโอซาก้านะ) โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในหนึ่งวัน ราคาแค่ 850 เยน ซึ่งถือว่าคุ้มมาก เพราะเดินทางเที่ยวนึงก็ราวๆ สองร้อยกว่าเยนแล้ว
ห้าง Bic Camera นี้เป็นห้างที่ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่และมีสาขามากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยครับ ข้างในนี้มีสินค้าต่างๆเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ (ดีไซน์ล้ำมาก เห็นแล้วอยากสอยมาสักตัว แต่เค้าไม่ขายเครื่องเปล่า แถมซื้อมาก็ใช้กับบ้านเราไม่ได้ซะอีก – -?) ชั้นบนจะเป็นพวก AV (ไม่ใช่หนัง AV นะ) แต่เป็น Audio-Video พวกเครื่องเสียงและทีวีน่ะครับ แล้วก็มีของเล่น เกมส์ กล้องถ่ายรูป เยอะมากถึงมากที่สุด ส่วนราคาหรือครับ ดูแล้วก็ต้องส่ายหน้าแล้วบอกว่ากลับไปซื้อบ้านเราเถอะครับ

ของที่นี่ส่วนใหญ่ถ้าไม่แพงกว่าก็ราคาพอๆกับที่บ้านเราครับ (แต่ส่วนใหญ่จะแพงกว่าและบางรุ่นก็ใหม่กว่าบ้านเราด้วย) แต่ที่ผมสนใจก็คือ พวกของเล่นต่างๆ เช่นรถเหล็ก ชุดรถไฟ และของกระจุกกระจิกของค่าย TOMY ที่นี่จะขายถูกกว่าบ้านเราพอสมควร สุดท้ายก็เลยได้ของเล่นติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านแทน (ห้างร้านที่นี่ส่วนใหญ่จะมีระบบสะสมแต้ม เพื่อแลกส่วนลดหรือของแถมด้วยนะครับ ใครที่มาซื้อบ่อยๆก็จะได้ประโยชน์มาก)

จุดหมายต่อไปของผมก็คือไปดูพวกกล้องและอุปกรณ์ที่ห้างขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกแห่งก็คือ Yodobashi camera ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสถานีโอซาก้าเลย (หรือถ้ามารถไฟใต้ดินก็ลงที่สถานี อูเมดะ : Umeda) บนห้างนี้ก็คล้ายๆกับที่แรก คือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางกล้องดิจิตอลและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งมีเยอะกว่าร้านบนพันทิพย์รวมกันซะอีก
ใครที่อยากได้สินค้าหายาก ที่ไม่มีขายในบ้านเรา มาที่นี่อาจจะเจอได้ไม่ยาก แต่เมื่อดูราคาแล้วก็ต้องทำใจครับ โดยเฉพาะกล้องและเลนส์ เมื่อคำนวณเป็นเงินไทยแล้วก็ตกใจ เพราะแพงกว่าบ้านเราไปเป็นหมื่นเลย ได้แต่เดินคอตกออกมา (ได้มาแค่โบชัวร์กล้องแทน TT)
แต่จุดหมายยังไม่หมดครับ ร้านสุดท้ายที่ผมตั้งใจจะไปดูก็คือ ร้านขายกล้องและอุปกรณ์มือสองที่มีสาขาในญี่ปุ่นเยอะมาก ชื่อร้าน Kitamura ตั้งอยู่อีกฟากของถนนตรงข้าม Yodobashi camera นี่เอง ร้านสาขาโอซาก้านี่จะอยู่บนตึกเล็กๆ ชั้น 4 กับ 5
ผมขึ้นมาที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นอุปกรณ์มือสอง เข้ามาจะเป็นห้องไม่กว้างมากนัก แต่มีกล้องและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นของมือสองเต็มไปหมด สภาพที่เห็นถือว่าดีมากๆ (แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นของมือสอง)? สนนราคาเมื่อคำนวณดูแล้วก็พบว่า ถูกกว่าซื้อมือสองที่บ้านเราเสียอีก แถมสภาพก็ดูแทบไม่ออกว่าเป็นของมือสอง คือใหม่มาก? เมื่อลองจนแน่ใจว่าไม่สามารถห้ามกิเลสได้แล้ว ก็ลองต่อราคาดูปรากฏว่ายังลดได้อีกนิดหน่อย (คนขายใจดีครับ ให้ลองเลนส์จนพอใจ แม้คุยกันไม่รู้เรื่องแต่ภาษามือก็ช่วยได้มากเลย) งานนี้เลยได้ถอยเลนส์ระดับเทพในราคามนุษย์เงินเดือน มาสองตัวพร้อมฟิลเตอร์ดีๆมือสอง ในราคาเบาๆกลับออกมา ดีใจได้เสียเงินสักที (ฮา)

ถือว่าภารกิจวันแรกบรรลุผลไปด้วยดี ช้อปเพลินจนค่ำ ท้องเริ่มจะหิวแล้วแวะหาราเม็งอร่อยๆกินก่อนกลับที่พัก วันแรกหมดไปกับการช้อปปิ้งครับ (ฝนก็ยังไม่หยุดเลยนะเนี่ย) พรุ่งนี้ตามโปรแกรมจะไปชมวัดวาอารามที่เมืองหลวงเก่า ?เกียวโต? ครับ ไหนๆได้เลนส์มาละ ถือโอกาสพาเลนส์ไปทดสอบด้วยเลย (เผื่อมีปัญหาจะได้เอาไปคืนที่ร้านได้) ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไงติดตามต่อตอนหน้า ; )
บทความโดย monotrendy










ตลับเก็บนี้ vintage video game เลยนะครับนี้