อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

เที่ยวป่าชายเลน นอนบนกระเตง ที่คลองโคน

นิตยสาร 23 กรกฎาคม 2552 – 2:43 pm

เปลี่ยนบรรยากาศจากหาดทรายขาวๆ วิวสวยน้ำใส มาเป็นทะเลริมฝั่งชายเลน ที่ไม่มีชายหาดสีขาวหรือน้ำใสๆไว้ดูปลาแหวกว่าย เพราะพื้นน้ำของที่นี่มีแต่โคลน โคลน แล้วก็โคลน เอ๊ะ แล้วอย่างนี้มันจะน่าเที่ยวได้อย่างไร จะมีกิจกรรมอะไรให้เราทำบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ

ต.คลองโคน ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมงชายฝั่ง ได้แก่การจับสัตว์น้ำ รวมถึงการทำฟาร์มเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่และหอยนางรม แต่เมื่อไม่นานมานี้ กระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ หันมาเปิดบ้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพัก หรือที่เรียกว่า โฮมสเตย์ เป็นอาชีพเสริม เนื่องจาก ต.คลองโคน มีพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำมากมาย อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การปลูกป่าชายเลน งมหอยแครง เล่นกระดานเลน และชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน? ทำให้ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จนมีที่พักแบบโฮมสเตย์ผุดขึ้นมามากมาย
klongklon_trip

สำหรับทริปนี้เราเลือกที่จะพักที่ โฮมกระเตงชาวเล เนื่องจากได้ยินมาว่าที่นี่เราจะได้นอนบนกระเตง ซึ่งก็คือ กระท่อม ที่ชาวประมงสร้างไว้กลางทะเล (จริงๆอยู่ห่างจากฝั่งมาไม่ไกลมาก) เพื่อไว้นอนเฝ้าฟาร์มหอยแครงนั่นเอง ฟังแล้วน่าสนใจมาก อยากสัมผัสความรู้สึกเวลาที่ได้นอนฟังเสียงคลื่น ตื่นเช้ามารับลมทะเลเย็นๆดูพระอาทิตย์ขึ้นที่หน้ากระท่อม มันจะเป็นยังไงนะ ว่าแล้วก็โทรไปจองที่พักไว้เสร็จสรรพหนึ่งคืน ค่าที่พักรวมอาหารทั้งสามมื้อแล้ว ตกแค่คนละหนึ่งพันสองร้อยบาท อีกทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมาย ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว
Home-krateng

การเดินทางจากกรุงเทพ หากใช้รถส่วนตัวจะใช้เวลาเดินทางไม่เกินหนึ่งชั่วโมง? (หรือใครไม่มีรถจะนั่งรถตู้จากคิวรถอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาลงที่ตัวเมืองสุมทรสงคราม แล้วต่อรถสองแถวไปถึงตัวที่พักได้เลย) เมื่อถึงที่พัก เจ้าของ คือ คุณวชิรพงศ์ ขวัญอ่อนวีระกุล หรือ พี่ริส ได้ออกมาต้อนรับเราพร้อมกับอาหารมื้อแรกของวันนี้ หลังจากทานอาหารเสร็จโปรแกรมท่องเที่ยวก็เริ่มขึ้นทันที คุณริสบอกว่าเดี๋ยวจะพาเราไปให้อาหารลิงแสม และปลูกป่าชายเลน พร้อมทั้งหอบกล้วยน้ำว้ามาสองเครือใหญ่ๆ (กล้วยต้องซื้อนะ แต่ต้นไม้คุณริสให้ฟรีๆไม่คิดตังค์) เอาใส่ในเรือหางยาว โดยมีพี่เบี้ยวทำหน้าที่เป็นคนขับเรือและไกด์นำเราเที่ยว ขึ้นเรือสวมเสื้อชูชีพเสร็จ เรือก็พาเราก็แล่นฉิวออกจากคลองไปยังป่าชายเลนทันที

ขอต้อนรับสู่คลองโคน
เมื่อมาถึงปากอ่าว ทันทีที่ได้ยินเสียงเรือ เจ้าจ๋อแสนรู้ก็วิ่งกรูกันออกมาจากป่าชายเลน บางตัวก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ มายืนรอรับกล้วยจากเราอย่างพร้อมเพรียง มีทั้งลิงตัวใหญ่ ตัวน้อยและลิงแม่ลูกอ่อน ดูท่าทางแล้วมันคงจะคุ้นเคยกับการแจกกล้วยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ถึงได้ยืนรอพวกเราอย่างเรียบร้อยผิดวิสัยลิง แต่ทันทีที่พี่เบี้ยวดับเครื่องยนต์ เพื่อให้เราโยนกล้วยให้ลิงเท่านั้นแหละ ความโกลาหลเกิดขึ้นมาทันที เพราะฝูงลิงน้อยใหญ่ต่างกรูกันมาที่เรือ เพื่อจะแย่งกล้วย บางตัวที่กล้าๆหน่อยถึงกับลงทุนว่ายน้ำเพื่อจะขึ้นมาบนเรือ ตอนนี้เราถูกลิงล้อมไว้หมดทุกด้านแล้ว จึงต้องรีบโยนกล้วยให้หมดไปให้เร็วที่สุด เพราะขืนจอดนานกว่านี้ข้าวของอื่นๆอาจโดนลิงแย่งเอาไปได้

monkeys

ให้อาหารลิงเสร็จ เราก็ไปกันต่อ จุดหมายต่อไปคือไปปลูกป่าชายเลนกัน วิธีการปลูกป่าที่นี่ ก็ง่ายๆไม่ต้องใช้จอบหรือพลั่วขุดให้เมื่อย เพราะเพียงแค่เท้าคุณสัมผัสกับพื้นโคลนเท่านั้นแหละ คุณจะจมลงไปประมาณครึ่งตัว (ส่วนจะจมมากจมน้อยก็ขึ้นอยู่กับดัชนีมวลกายของแต่ละคน) เราใช้เท้าเหยียบพื้นโคลนให้เป็นหลุม จากนั้นจึงค่อยเอาต้นไม้หย่อนลงไป แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย หรือถ้าใครอยากจะเล่นกระดานเลนต่อ ก็บอกคนเรือได้ เค้าจะเอาไม้กระดานมาให้เรานั่งแถมยังใจดีช่วยเข็นให้อีกต่างหาก แต่งานนี้ผมขอบาย เนื่องจากยังมีภาระกิจสำคัญอื่นรออยู่อีกนั่นก็คือการงมหอยแครงนั่นเอง

activity-at-klongkon

ฟาร์มหอยแครงจะอยู่ห่างออกมาจากฝั่งราวๆ 1 กิโลเมตร เมื่อนั่งเรือมาถึง เราจึงได้เห็นกระเตงหรือที่เฝ้าฟาร์มหอยแครงของคุณริสที่ตอนนี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นสิบมีห้องน้ำและชานเอาไว้นั่งชมบรรยากาศ หรือจะนั่งย่างซีฟู้ดกินกันตอนดึกๆก็ได้ คุณริสบอกว่ากระเตงนี้ไว้สำหรับแขกที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆส่วนกระเตงของเราจะอยู่อีกที่นึงใกล้กับฝั่ง (แอบเสียดาย) แต่ไม่เป็นไร เพราะยังไงเราก็ต้องเข้าไปยังฟาร์มหอยผ่านทางกระเตงหลังนี้แหละ (ไม่ได้พัก ได้ขึ้นไปดูข้างบนก็ยังดี) หลังจากเปลี่ยนเสื้อและเก็บของมีค่าเสร็จก็ได้เวลาลุยกันแล้ว มาถึงตอนนี้ ขอให้ลืมเรื่องความสวยความงามไปให้หมดสิ้น เพราะอีกเดี๋ยวเราต้องลงไปเกลือกกลั้วกับพื้นโคลนไปทั้งตัว

bedroom of home krateng
travel-klongkon

วิธีเก็บหอยแครง ชาวบ้านเค้าจะใช้ไม้กระดานไถลไปตามพื้นโคลน ที่หอยแครงฝังตัวอยู่ จากนั้นจึงใช้มือค่อยๆควานลงไปงมข้างใต้โคลน ก็จะพบหอยแครงตัวเป็นๆ พวกเรางมหอยกันอย่างทุลักทุเลเนื่องจากไม่ค่อยชำนาญในการไถกระดานเท่าไหร่ (ต้องให้พี่เบี้ยว คนเรือมาช่วยไถให้) ใครคิดจะโดดลงจากไม้กระดานไปงมด้วยตัวเองก็ได้เหมือนกัน แต่คุณจะจมลงไปประมาณครึ่งตัว กลายเป็นไม้หลักปักขี้เลน ไปไหนไม่ได้ไปทันทีขอบอก… เก็บหอยแครงกันอย่างสนุกสนานจนถึงเย็น ได้หอยมาถุงเบ้อเร่อ ก็ได้เวลากลับไปยังที่พักแล้ว ส่วนเจ้าหอยแครง เราขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ครัวในการปรุงให้กับเราแต่ตอนนี้ต้องขอตัวไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนครับ….

activity_klongkon

อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็ได้เวลาอาหารพอดี มื้อเย็นวันนี้เป็นมื้อใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่ามากันแค่สองคนแต่พี่ริสจัดสำรับมาให้เหมือนกับจะมีเลี้ยงโต๊ะจีนกัน เพราะอาหารเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหอยตลับผัดพริกแกง หอยแครงลวก(ที่เราเก็บเอง) กุ้งเผา ปลาดุกทะเลหมกกะปิ ปลากระบอกทอดราดพริก แกงส้มปลา เรียกได้ว่ากินกันให้พุงกางไปเลย อิ่มหนำเสร็จก็ได้เวลาเข้าที่พัก สภาพบนกระเตงเป็นยังไง เชิญดูภาพประกอบเอาได้ครับ มีทุกอย่างพร้อม ที่นอน หมอนมุ้ง ห้องน้ำ ตะเกียง ขาดเพียงแค่ไฟฟ้าเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะเราไม่ได้คิดจะมาดูสะใภ้ไกลปืนเที่ยงกันบนกระเตงนี่หรอก? นั่งชมวิวฟังเสียงคลื่นไปมา ก็เผลอหลับสนิทกันทั้งคืน ไม่รู้เป็นเพราะบรรยากาศดี เพลีย หรืออิ่มเกินไปกันแน่…

Home-krateng1

ตื่นเช้าออกมารับลมทะเลเย็นๆ อากาศกำลังดี ยืนชมวิวและถ่ายภาพบนกระเตงจนสายๆ หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว (มื้อเช้าเป็นข้าวต้มปลา อร่อยมากขอบอก) ก็ได้เวลาเก็บของแล้วบอกลาพี่ริสและพี่เบี้ยวคนเรือที่ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเราไปยังที่ต่างๆ น่าเสียดายมาก ที่มีเวลาพักแค่คืนเดียว นี่ถ้ามีเวลามากกว่านี้คงจะได้ทำกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็น ล่องเรือชมหิ่งห้อย (พี่ริสการันตีว่าที่นี่มีหิ่งห้อยเยอะกว่าที่อัมพวาเป็นสิบเท่า) ไปดูฟาร์มหอยนางรม ดูวิถีชีวิตชาวบ้านแถบนี้ แต่ไม่เป็นไรครับ ถ้ามีโอกาส รับรองว่าผมต้องกลับมาเก็บตกที่คลองโคนแห่งนี้ อีกแน่นอน เพราะผมเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผืนโคลน บ้านพักกลางทะเลสงบๆ มากกว่าชายหาดทรายสีขาว ที่มีแต่ฝรั่งเดินแก้ผ้าไปมา รีสอร์ทหรูๆ แต่อาหารทะเลแพงกว่ากินที่เชียงใหม่ เป็นไหนๆ

seafood
การท่องเที่ยวคลองโคนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่รักธรรมชาติและความเงียบสงบ ใครที่สนใจอยากลองมาสัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้ สามารถติดต่อได้ที่ ?โฮมกระเตงชาวเล? โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณริส เบอร์ 081-941-9152 หรือไปที่ http://homekratang.9nha.com

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark

One Comment »

  • กิฟท์ says:

    อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยวและการเดินทางค่ะ
    ตอบด้วยนะค่ะอยากไปมากๆเลยค่ะ