Articles in The Trip
“ตลาดน้ำยามเย็น” อยู่ห่างจากกรุงเทพนิดเดียว แถบปริมณฑลของกรุงเทพฯนี่เอง? เป็นตลาดที่เริ่มตั้งกันตั้งแต่ตอนสี่โมงเย็นไปยันค่ำๆ ขับรถชิลล์ ๆ จากกรุงเทพประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป UEFA Euro 2008 ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางการเฉลิมฉลองของชาวสเปน ถ้วย EURO เป็นถ้วยที่มีความสำคัญต่อแฟนบอลชาวยุโรป การได้แสดงออกถึงความเป็นชาติของตน ร่วมกับความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอล ช่างไปด้วยกันได้อย่างดี
ที่ตั้งชื่อว่า เสี้ยวโซล ก็เพราะว่าผมใช้เวลาแวบแค่สองสามวันสุดสัปดาห์ ไปเดินดูงานหนังสือ Seoul International Book Fair 2008 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ แถมยังเจอฝนตกทั้งวันชนิดออกไปดูอะไรไม่ได้อยู่วันนึงเต็มๆ ก็เลยแทบจะไม่มีอะไรมาเล่า
เช้าวันใหม่ที่ตรัง บรรยากาศตอนเช้าช่างแจ่มใสและสดชื่น แตกต่างจากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะในเมืองกรุงอย่างมาก เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็เตรียมตัวจะแอดแวนเจอร์กันอย่างคึกคัก ต่างคนก็สาละวน กับการแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์ที่จะไปดำน้ำ รวมถึงอุปกรณ์ชูชีพความสวย นั่นคือ ครีมกันแดด
คอลัมน์นี้แนะนำแหล่งช้อปของเหล่าเด็กแนวที่เมื่อเอ่ยถึงชื่อ ตลาดวังหลัง แล้วล่ะก็ ร้องอ๋อแทบจะทุกราย (ใครไม่ Get แล้วล่ะก็ Out มั่กมาก) ซึ่งชื่อ วังหลัง นั้นเรียกตามตามตำแหน่งของ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศน์ (พระนามเดิมคือ ทองอิน) ซึ่งทรงดำรงตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข หรือ กรมพระราชวังหลัง
ตุลาคม 2007 : สถานีรถไฟวอเตอร์ลู ลอนดอน ชานชาลาสำหรับรถด่วนยูโรสตาร์? หลังจากแบกเป้ขึ้นหลัง และลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่หนักกว่า 20 กิโลถูลู่ถูกังจากโรงแรมออกมาตามทางเท้า ข้ามถนน ลงบันไดธรรมดา ลากต่อ ลงบันไดเลื่อน ขึ้นรถไฟใต้ดิน (คนที่นี่เขาชอบเรียก Tube คือรถไฟตามท่อ)
ถ้าถามหาแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ๆของเชียงใหม่ ชื่อของ ?ถนนคนเดิน? จะต้องติดอยู่ในอันดับรายชื่อแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม แห่งหนึ่ง ไม่แพ้ ไนท์บาร์ซ่า หรือถนนนิมมานเหมินทร์ แน่นอน เนื่องจากความคึกคัก ของผู้คนที่มาจับจ่ายสิ่งของ ความหลากหลายของสินค้าประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ของใช้ ของตกแต่งบ้าน อาหารพื้นเมืองที่หาทานกันไม่ได้ง่ายๆ
เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปกับคณะของสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าชมงาน Taipei International Book Exhibition 2008 ที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน จึงขอถือโอกาสเก็บรวบรวมสิ่งละอันพันละน้อยมาเล่าด้วยภาพสู่กันฟังเช่นเคย
ที่จริงตั้งใจไว้ตั้งแต่ฉบับที่แล้วว่าจะเล่าเรื่อง ?จากบอลลูนที่ลำตะคอง ถึงเชียงของที่ริมโขง แต่ปรากฏว่ามีอาการชีพจรลงเท้าอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีทริปมาเล่าสู่กันฟังหลายๆ อันต่อเนื่องกันจนเขียนไม่ทัน ก็เลยขออนุญาตรวบยอดหลายๆทริปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มาเล่ารวมกันด้วยการบรรยายภาพแทนนะครับ
คราวนี้ขอ Go Inter กับเค้าซะหน่อย เนื่องจากวันที่ 22-25 กรกฎาคม 2548 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงาน Hong Kong International Book Fair ซึ่งทีมงานชาวโปรวิชั่นได้รวบรวมกำลังพลบินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกงเพื่อชมงานหนังสือนี้และถือโอกาสชมเมืองฮ่องกงไปพร้อมๆ กัน เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังให้กับท่านผู้อ่าน
สำหรับบรรยากาศของงาน Hong Kong International Book Fair คงจะผ่านตาคุณผู้อ่านมาแล้วจากหน้า Open mind ดังนั้นคอลัมน์นี้ก็ขอเล่าเรื่องจากการไปเก็บบรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่นมาเป็นของฝากดีกว่า
เวลาที่มีอย่างจำกัดในการเยือนฮ่องกงคราวนี้ถือว่าเราใช้กันอย่างคุ้มค่า นอกจากไปดูงานหนังสือแล้ว พลพรรคโปรวิชั่นก็ยังได้ย่ำเท้าไปเกือบทั่วเกาะฮ่องกง พื้นที่เกาะเล็กๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีอย่างหนาแน่น สภาพบ้านเมืองจึงอัดแน่นไปด้วยตึกสูง แต่กระนั้นการเดินทางไปไหนต่อไหนกลับสะดวกอยู่มากทีเดียวเนื่องจากคนที่นั่นนิยมใช้บริการรถไฟใต้ดินประกอบกับราคาค่าที่จอดรถต่อเดือนที่แพงลิ่ว รถไฟใต้ดินและรถบัสประจำทางจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดทั้งเงินและเวลา ที่สังเกตได้อีกอย่างก็คือคนที่นั่นเค้าก็ขยันเดินกันนะเนื่องจากศูนย์กลางย่านการค้าอยู่ห่างกันไม่มากและเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินดูสินค้า เดินชมเมืองแบบไม่เร่งรีบ? …









