PAI…First Touch
สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย… เมืองเล็กๆ ในสายหมอกกลางหุบเขาอันเงียบสงบ… เมืองแห่งสายน้ำ ทุ่งนา และทิวเขา… เมืองที่หลายคนจะต้องตกหลุกรักและอยากกลับไปเยือนอีกครั้ง และอีกครั้ง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ผ่านเข้ามามากมาย ทั้งจากคนรอบข้างที่เคยได้ไปสัมผัส จากภาพถ่าย จากโปสการ์ด จากเว็บบอร์ดห้อง Blueplanet ในเว็บ Pantip หรือแม้แต่ฉากในหนังในละครอย่าง รักจัง, อุบัติรักข้ามขอบฟ้า และที่อัพเดทสุดๆ ก็ต้อง Happy Birthday เป็นเหตุผลให้ฉันตอบรับคำเชื้อชวนไปเที่ยวปาย (เที่ยวเองไม่ง้อทัวร์) จากเพื่อนร่วมก๊วนทันทีแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เพียงเพราะอยากสัมผัสอารมณ์ ปาย สักครั้งในชีวิต…

เที่ยวเองไม่ง้อทัวร์
แม้จะเป็นทริปสั้นๆ ที่พวกเรามีโอกาสสัมผัสเมืองปายกันแค่ 3 วัน (ช่วงหยุดวันพ่อที่ผ่านมา) แต่เวลาในการเตรียมตัววางแผนการเดินทาง หาพี่พัก และจัดโปรแกรมเที่ยวนั้น กลับนานถึง 3 เดือน เรียกว่าศึกษาข้อมูลบริโภคทฤษฎีกันจนแน่นปั๊ก ทั้งถามไถ่จากชาวบ้านชาวช่องที่เคยไปปายมาแล้ว ทั้งจากทางเว็บบอร์ด และบล็อกท่องเที่ยว ทำให้รู้ว่าการเดินทางไปปายนั้น ทำได้หลายทางเลือกทีเดียว ส่วนที่พักที่กินก็มีให้เลือกหลากสไตล์หลายอารมณ์ ที่สำคัญสถานที่เที่ยว (นอกกระแส) ที่น่าสนใจก็ยังมีอีกเพียบ… (ทีนี้ด้วยความที่โควต้าหน้ากระดาษมีเพียงน้อยนิด แต่ข้อมูลการเที่ยวปายนั้นมีมากโข ผู้เขียนขออนุญาตแนะนำเป็นลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูล ตามที่ได้หามา ซึ่งทำสรุปไว้ให้ท้ายบทความแล้วกัน) ส่วนประสบการณ์จริงจากคนไม่เคยไปแล้วริอาจเที่ยวเองแบบไม่ง้อทัวร์ มีให้อ่านถัดไปเลยค่ะ
เดินทางสู่ปาย
บทสรุปการเดินทางเที่ยวปายสไตล์คนไม่เคยไปอย่างพวกเรา เริ่มต้นจากขาไปเดินทางด้วยรถทัวร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง เราจึงเลือกเดินทางกันช่วงกลางคืนเพื่อไม่ให้กระทบวันเที่ยวซึ่งมีอยู่น้อยนิดแค่ 3 วัน และจากเชียงใหม่สู่เมืองปายด้วยรถตู้ของรีสอร์ท บ้านต้นไม้ปาย ที่จะไปพัก (จองไว้ล่วงหน้าเกือบ 3 เดือน) ซึ่งใช้เวลาเดินทางต่ออีกเกือบ 4 ชั่วโมง ส่วนขากลับเราเลือกบินกลับ โดยไปขึ้นเครื่องกันที่เชียงใหม่ ทั้งนี้เพื่อสงวนเรี่ยวแรงให้พอกลับไปทำงานในเช้าวันจันทร์ได้อย่างกระชุ่มกระชวยนั่นเอง :p และสำหรับแผนการกินและเที่ยวในแต่ละวัน ก็แน่นอนว่าเราวางแผนไว้แล้วเช่นกัน


1st ห้วยน้ำดัง-บ้านต้นไม้ปาย-โป่งน้ำร้อนท่าปาย-กองเลน -วนรอบเมืองปาย
วันแรก เมื่อมาถึงสถานนีขนส่งเชียงใหม่ รถตู้จากรีสอร์ทมาคอยท่ารอรับเราอยู่ก่อนแล้ว พวกเราไม่รอช้าส่งโปรแกรมเที่ยวให้ลุงคนขับทันที โดยก่อนเข้าที่พักขอแวะ ห้วยน้ำดัง เป็นสถานที่แรกซึ่งว่ากันว่าเป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในประเทศ เหมาะแก่การมายืนชมทะเลหมอกในยามเช้าและรอชมพระอาทิตย์ขึ้นคราวเดียว แต่รู้สึกพวกเราจะมาเยือนที่นี่ผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย (ช่วงเที่ยงแก่ๆ) อย่างไรเสียห้วยน้ำดังก็ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ ทำเอาหายมึนสารพัดโค้งนับร้อยเป็นปลิดทิ้งกันเลยทีเดียว
จากห้วยน้ำดังเราตรงเข้าที่พักซึ่งห่างจากตัวอำเภอปายไป 7 ก.ม. บ้านต้นไม้ปาย ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน สวยกว่าในเว็บที่เราเข้าไปค้นข้อมูลมาก และเมื่อสำรวจที่พักและเก็บข้าวเก็บของเรียบร้อย เราก็ออกไปตะลุย โป่งนำร้อนท่าปาย กันต่อ ซึ่งระหว่างทางที่เราเดินเท้าเข้าไปจะเป็นป่าไม้สักที่มีน้ำร้อนไหลผ่านหลายจุด และมีหมอกควันปกคลุมไปทั่วพื้นที่ แต่ที่เป็นบ่อใหญ่จะมี 2 บ่อ ความร้อนของน้ำประมาณ 80 องศาเซลเซียส เอาไข่ไปต้มใช้เวลา 15-20 นาที ไข่ก็สุกกินได้แล้ว ระหว่างรอไข่สุก ก็เดินเล่นสำรวจสถานที่กันไป แช่เท้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้ากันไป (ห้ามแช่ในบ่อแต่ต้องแช่ที่ปลายน้ำที่ไหลผ่านนะคะ ไม่งั้นเท้าสุกแน่ๆ) พอเย็นย่ำใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกเราก็ดิ่งไปที่ กองเลน เพื่อรอชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดิน และปิดท้ายก่อนเข้าที่พักด้วยการวนรถรอบเมืองปาย ดูวิวทิวทัศน์ รีสอร์ทเก๋ๆ ร้านรวงสวยๆ เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำของเมืองปาย2nd ตลาดเช้า-All about Coffee-วัดน้ำฮู-หมู่บ้านยูนาน- ภูโคลน-ถนนคนเดิน-ปล่อยโคมลอย
เช้าวันที่สองเริ่มต้นกันที่ ตลาดเช้า เดินชมเมืองยามเช้าแบบชิลล์ๆ จิบกาแฟกันที่ร้าน All about Coffee ร้านดังจากหนังรักจัง (กาแฟอร่อย เปิดเพลงได้ใจ) เลือกและส่งโปสการ์ด (เลียนแบบหนังรักจังเช่นกัน) กันที่ร้าน @PAI แวะร้านรวงน่ารักแถวๆ นั้น ปล่อยเวลาสักพัก แล้วไปนมัสการพระอุ่นเมืองที่ วัดน้ำฮู ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างโดยพระนเรศวรมหาราช แต่ที่น่าอัศจรรย์คือพระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง และมีน้ำมนต์ซึมอยู่ภายใน เมื่อสมควรแก่เวลามองนาฬิกาใกล้เที่ยง เราก็แวะไปที่ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน หมู่บ้านสันติชล ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัด เพื่อลองลิ้มชิมรสขาหมูน้ำแดงอันเลื่องชื่อ ทานคู่หมั่นโถตามแบบฉบับยูนาน นอกจากขาหมูอร่อยแล้ว จุดเด่นของที่นี่ก็คือบ้านดินที่สร้างได้สวย และโขดหินใหญ่ที่ด้านบนสร้างเป็นมังกรพันเสาหางชี้ฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน ถ่ายรูปมาเอาไปหลอกเพื่อนได้เลยว่าไปเมืองจีนมา :p

3rd แม่น้ำปาย-พระธาตุแม่เย็น-โจ๊กสมุนไพร-สะพานประวัติศาตร์ปาย-COFFEE IN LOVE
เช้าตรู่ของวันสุดท้ายเราออกมาถ่ายรูปและดื่มด่ำสายหมอกกันที่ แม่น้ำปาย ซึ่งอยู่ด้านหลังรีสอร์ท จากนั้นตามแผนเรามุ่งหน้าสักการะ พระธาตุแม่เย็น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวเมืองปาย (เสียดายที่หมอกลงหนามาก เราจึงไม่เห็นวิวเมืองปายแม้แต่น้อย) สายหน่อยก็ให้ลุงคนขับพาเข้าไปที่ตลาด เพื่อกินโจ๊กสมุนไพร อิ่มหนำกันแล้ว ก่อนโบกมืออำลาปาย ก็ขอแวะไปแชะภาพกันที่ สะพานประวัติศาตร์ปาย Landmark ดั้งเดิมของปาย สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารญี่ปุ่น จากนั้นปิดท้ายทริปนี้กันที่ Landmark แห่งใหม่ของปาย ร้านกาแฟ Coffee in love ซึ่งอยู่เลยจากสะพานไปไม่ไกล ที่นี่นอกจากแต่งร้านเก๋ กาแฟอร่อย และวิวสวยสะดุดตาแล้ว ยังมีพร๊อพสวยๆ เอาใจคนรักการถ่ายรูปอีกด้วย

ปล. ช่วงที่ไปเราเที่ยว นอกจากจะตรงกับหยุดวันพ่อแล้ว ยังเป็นช่วงที่เมืองปายมีการจัดงานเทศกาลหนังเมืองปายด้วย ทำให้คนเยอะมาก โดยเฉพาะถนนคนเดิน ลงจากรถ นึกว่าอยู่ตรอกข้าวสาร ส่วนตามสถานที่ต่างๆ หามุมถ่ายรูปยากมากเนื่องจากคนเยอะนั่นเอง ซึ่งนี่ก็ถือเป็นบทเรียนสำหรับครั้งแรกกับการสัมผัสเมืองปาย.. สงสัยต้องหาเวลาไปทำความรู้จักตีซี้กับ ปาย ให้มากกว่านี้แล้วล่ะค่ะ
ห้าเว็บลิงก์น่าสน สำหรับวางแผนเที่ยวปาย
- thai.tourismthailand.org เว็บการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีข้อมูลนำเสนอแน่นปั๊ก
- www.ilovepai.com นำเสนอทุกเรื่องราว ทุกแง่มุมเกี่ยวกับเมืองปาย
- www.pantip.com ห้อง Blueplanet มีทั้งเรื่องเล่าและภาพถ่าย จากผู้มีประสบการณ์เที่ยวปายให้อ่านมากมาย
- www.paitreehouse.com เว็บบ้านต้นไม้ปายรีสอร์ท มีรายละเอียดห้องพัก ราคา และการเดินทาง สำหรับผู้ที่สนใจ
- www.yahoo.com เช็คสภาพอากาศ หนาวมาก หนาวน้อย จะได้จัดเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปเที่ยวถูก









