อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

Penang ก้าวแรกกับการเที่ยวต่างแดน ในเมืองเล็กๆที่สงบ และมีเสน่ห์

นิตยสาร 13 กรกฎาคม 2551 – 11:23 am

จุดเริ่มต้นของทริปครั้งนี้มาจากเพื่อนคนนึงที่อยากเที่ยวมากๆเลยชวนกันเที่ยวที่ไหนซักแห่ง เพราะเห็นโปรโมชั่นสายการบินหนึ่งที่ถูกมากจนน่าสนใจ มีสถานที่ให้เลือกหลายที่ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เวียดนาม ลาว และมาเลเซีย เราเลือกไปมาเลเซียไปลงที่ ปีนัง แล้วก็ให้เพื่อนจองตั๋วทันทีแต่ก็เป็นการจองตั๋วเที่ยวข้ามปีเลยทีเดียว ระหว่างรอให้ถึงวันไปเที่ยวก็ให้เพื่อนที่เป็นตัวตั้งตัวตีคอยหาข้อมูลที่เที่ยวไว้ให้เรียบร้อย ส่วนฉันเป็นคนติดต่อจองที่พักให้เอง และเพื่อนอีกคนให้ทำหน้าที่เตรียมเงินเผื่อเพื่อนไปด้วย ^_^

หลังจากนั้นฉันก็หาข้อมูลจากคนอื่นๆที่เคยไปเที่ยวมาแล้วจากอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติมจนได้เจอกับที่พักดูสวย แล้วก็น่าไปพักมากๆหนึ่งชื่อว่า Segara Ninda เป็นบ้านพักที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพัก บ้านหลังนี้มีประวัติที่น่า

สนใจทีเดียวแต่เดิมเป็นบ้านของ “พระยาภูมินารถภักดี” อดีตเจ้าเมืองและจางวางกำกับราชการเมืองสตูล สมัยรัชกาลที่ 5-6 ชื่อเดิมของท่านคือ กูเด็น บินกูแมะ (Ku Din Ku Meh) เป็นชาวมลายูโดยกำเนิด ปัจจุบันคุณลุงที่ดูแลบ้านหลังนี้ก็คือรุ่นเหลนของท่านพระยามีชื่อว่า Tengku Yahaya ฉันก็ติดต่อจองห้องพักสำหรับสามคนไปเรียบร้อย จากนี้ก็แค่รอวันเดินทางเที่ยว ฉันตื่นเต้นนิดหน่อยที่จะได้ไปเที่ยวนอกประเทศเป็นครั้งแรกนี่เป็นเหตุผลที่เลือกไปเมืองเล็กๆอย่างปีนังแต่ก็วางแผนไว้ว่าจะไปดูตึกแฝดที่กัวลาลัมเปอร์กันด้วย

ใกล้ถึงวันเดินทางไม่กี่วันเพื่อนที่เป็นตัวตั้งตัวตีกลับไปด้วยไม่ได้ เพราะพาสปอร์ตเหลืออีกไม่กี่เดือนจะหมดอายุ ไม่ได้ตรวจดูก่อน แต่เพื่อนบอกว่าจะพยายามตามมาทีหลัง กลายเป็นว่าเหลือกันสองคนซึ่งหาข้อมูลกันมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เอาเป็นว่าลุยกันไปสองคนแล้วกัน …

ออกเดินทางสู่ปีนัง

Segara Ninda02วันออกเดินทางนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินปีนังเป็นสนามบินเล็กๆแต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาเยอะอยู่เหมือนกัน อย่างแรกเราต้องไปยังที่พักกันก่อน ตามที่อ่านจากประสบการณ์ของคนที่เคยมาเที่ยวแล้วเค้าแนะนำให้นั่งแท็กซี่จากด้านนอกสนามบินเพราะจะได้ราคาถูกกว่า เราเลยเดินออกไปดู ก็เจอแท็กซี่จอดอยู่คันนึง ตกลงราคาได้ตามนั้นจริงๆ แล้วเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ George Town ซึ่งเป็นเมืองหลวงของปีนังเพื่อไปยังที่พัก เมื่อได้เห็นที่พักแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆที่เลือกมาพักที่นี่ เป็นบ้านที่สวยและน่าอยู่มากๆ เราพักกันสามคืนก็อยู่ที่ราคา 270 ริงกิตหรือราวๆ 3,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเลย เมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็พบคุณลุงเจ้าของบ้านนั่งอยู่ หลังจากบอกว่าเราเป็นคนที่ติดต่อจองห้องพักไว้ คุณลุงก็พาเราเดินดูห้องพักว่าต้องการห้องไหนเมื่อเดินดูทั่วแล้วก็ตกลงว่าเลือกห้องชั้นบนเพราะว่าโปร่งสบาย แม้ว่าห้องน้ำจะอยู่ด้านนอกแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าวันที่เราไปพักก็มีแขกที่ไปพักแค่ห้องเราเท่านั้น ที่สำคัญคือราคาถูกกว่าห้องชั้นล่างด้วย เมื่อทำการเช็คอินเรียบร้อยคุณลุงก็พาไปดูห้องๆหนึ่งที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมภายในบ้าน ซึ่งจัดแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ในสมัยพระยาภูมินารถภักดี จากนั้นเราก็ขึ้นไปยังห้องพักเก็บของพักเหนื่อยกัน แล้วก็นั่งวางแผนเที่ยว เมื่อวางแผนเสร็จแล้วเราก็ออกเดินเล่นสำรวจบริเวณใกล้ๆ

วันแรกผ่านไปด้วยดี … หลังจากนอนดูทีวีได้พักนึงก็ได้เวลาที่จะต้องนอนพักผ่อนเอาแรงไว้สำหรับการเที่ยวในวันพรุ่งนี้กันต่อ

?

?

?

?

ตะลอนทัวร์ที่ George Town ชมจุดชมวิวบนตึก Komtar

Komtar03

เช้าวันที่สอง … เริ่มต้นที่จุดชมวิวในตัวเมืองเมืองที่ตึก Komtar เป็นตึกสูง 65 ชั้น ตั้งอยู่กลางเมือง George Town เราเดินจากที่พักไปที่ตึก จ่ายค่าตั๋วสำหรับขึ้นไปชมวิวแล้วพนักงานก็พาขึ้นไปยังชั้น 60 ด้านบนนี้ถ้ามองไปทางฝั่งตะวันตกจะเห็น Penang Hill อยู่ไกลๆ มองไปทางใต้จะเห็นทะเล และเห็นสะพานเชื่อมระหว่างเกาะปีนังกับฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ หลังจากชมวิวบนตึกแล้วเราก็มาเดินชมเมือง ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะปีนังมีทั้งคนจีนและคนแขกปะปนกันทำให้รู้สึกแปลกตาอยู่ไม่น้อยที่คนต่างศาสนาและวัฒนธรรมสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ

พอเริ่มหิวเราเลยเดินตามหาร้านอาหารอินเดียจำได้ว่าชื่อ Sri Amanda ตั้งอยู่บนถนนชื่อนี้ เราเดินหากันอยู่นานก็หาไม่เจอ เริ่มร้อนเพราะเป็นช่วงเที่ยง จนมาถามทางผู้หญิงคนนึงเค้าก็ใจดีพาเราไปที่ร้าน พอไปถึงเพื่อนฉันสั่งไก่ย่างทันดูรีหรือ Chicken Tandori เป็นไก่ที่หมักเครื่องเทศของอินเดียแล้วย่างในเตาอบดิน ส่วนฉันสั่งข้าวผัดแบบอินเดียเพราะหิวข้าวมากๆ พนักงานร้านเดินเอามาเสิร์ฟพร้อมกับให้ช้อนมาด้วย กลิ่นหอมทีเดียว หลังจากกินข้าวหมดก็ลองกินไก่ทันดูรีของเพื่อน ในจานก็จะมีไก่ทันดูรี แผ่นแป้ง (Naan) แล้วก็มีแกงอีกหนึ่งอย่างที่กินคู่กัน … นั่งมองโต๊ะอื่นๆซึ่งเป็นชาวอินเดียเค้ากินด้วยการใช้มือแต่โต๊ะเราใช้ช้อนนั่งกิน ซักพักเราสองคนเลยลองใช้มือกินกันบ้าง พนักงานร้านที่เดินไปมามองที่เราสองคนก็อมยิ้มกันใหญ่ ฮ่าๆๆ

หลังจากอิ่มท้องก็เดินถ่ายรูปที่ Little India ซึ่งเป็นย่านของชาวอินเดีย มีสินค้าอินเดียหลายอย่าง จากนั้นเราก็เดินไปยังบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่ เป็นย่านเมืองเก่าของชุมชนชาวอังกฤษ มีสถานที่สำคัญๆตั้งอยู่ไม่ว่าจะเป็น City Hall, Tourist Information Center, โบสถ์ St.George, Pesara King Edward (หอนาฬิกา King Edward) สถานีดับเพลิง ป้อมปราการคอร์นเวลลิส, Penang Museum (พิพิธภัณฑ์ปีนัง) ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นก็นั่งรถมาลงที่ Komtar เพื่อต่อรถไปไหว้พระที่ วัดไทยชัยมังคลาราม ซึ่งเป็นวัดไทยในปีนังและ วัด Dharamikarama ซึ่งเป็นวัดพม่า ตอนขึ้นรถก็บอกคนขับว่าให้ช่วยบอกด้วยว่าลงตรงไหน ระหว่างนั่งรถก็พยายามมองหาวัดเพื่อจะได้ลงถูก และรอสัญญาณจากคนขับนั่งไปจนคนลงหมดคันก็ปรากฏว่าเลยวัดมาแล้วส่วนคนขับก็ลืมบอก .. เลยนั่งรถย้อนกลับเพราะเพื่อนบอกว่าตอนมาเห็นวัดอยู่เหมือนกันน่าจะใช่เลยนั่งกลับมาลงตรงที่เพื่อนเห็น กว่าจะมาถึงวัดก็บ่ายสามโมงแล้วแต่ก็ยังเข้าไปเยี่ยมชมด้านในวัดได้อยู่ เมื่อไหว้พระทั้งที่วัดไทยและวัดพม่าแล้ว เราก็กลับที่พัก … ระหว่างที่นั่งรถเมล์กลับก็เพิ่งรู้ว่าย่านท่าเรือเฟอร์รี่นั้นไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ เพราะรถเมล์ขับผ่านหน้าบ้านไป รู้สึกเหวอเล็กน้อย ท่าทางเราจะมีปัญหากับการนั่งรถเมล์กันนะ -_-!

เราไปลงที่ป้ายรถเมล์หน้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของกินเล็กน้อย เมื่อเดินมาถึงหน้าที่พักก็เจอคุณลุงเจ้าของบ้านยืนอยู่หน้าบ้าน แกก็ทักทายว่าเที่ยวกันมาป็นยังไงบ้าง ยืนคุยพักนึง เราก็ถามถึงทะเล ว่าถ้าจะไปเที่ยวควรจะไปที่ไหนดี คุณลุงแนะนำให้ไปที่ Batu Feringhi เป็นย่านชายทะเลที่มี Night Market เป็นแหล่งเดินช้อปปิ้งอีกแห่งหนึ่ง หลังจากถามแหล่งเที่ยวเรียบร้อย เราก็เข้าห้องพัก

การท่องเที่ยวในวันที่สองก็จบลงด้วยความหิว … เมื่อได้เวลามื้อค่ำเราก็ตรงดิ่งไปที่ Red Garden ซึ่งเป็นร้านตามที่คนเดิมแนะนำไว้เพราะอยู่ใกล้ที่พัก พอไปถึงร้านก็หาที่นั่งแล้วสั่งอาหารมากิน เตรียมเมนูมาแล้วว่าจะกิน ฉ่าก๋วยเตี๋ยว หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดหน้าตาคล้ายผัดซีอิ๊วบ้านเราแต่เส้นก๋วยเตี๋ยวลักษณะคล้ายกับเส้นหมี่สั่ว เครื่องที่ใส่ก็มีถั่วงอก กุ้ง หมูและเนื้อสัตว์อื่นๆ รสชาติก็อร่อยดี แล้วก็สั่งเมนูอื่นๆมากินเพิ่ม อิ่มแล้วก็เดินดูของตามร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ แล้วก็กลับมาที่พัก … นอนดูละครอีกตามเคย … ดูไม่รู้เรื่องเหมือนเคย … ซักพักก็หลับ … พรุ่งนี้เที่ยวต่อ

นั่งรถรางขึ้น Penang Hill เดินเที่ยว Night Market

Penang Hill02เช้าวันที่สามตื่นเร็วกว่าทุกวัน เพื่อไปยัง Penang Hill ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของปีนัง แล้วก็แวะ Toy Museum จากนั้นก็ไปเดินเที่ยวที่ Batu Feringhi หลังจากเตรียมตัวเสร็จเราก็เดินไปขึ้นรถที่ตึก Komtar เหมือนเดิมเมื่อไปถึงเราก็แวะกินข้าวเช้าก่อน แล้วจึงซื้อตั๋วเพื่อขึ้น Penang Hill เมื่อซื้อตั๋วเสร็จก็ไปยืนรอรถรางที่จะพาเราขึ้นไปด้านบน บรรยากาศบนรถรางก็สนุกสนานดีถ่ายรูปเล่นกันเพลิดเพลิน บนจุดชมวิวก็จะมองเห็นทิวทัศน์ด้านล่างบริเวณรอบๆ เดินชมวิวและดูบรรยากาศไปรอบๆก็ถึงกับเหงื่อตกเพราะอากาศร้อนมากจริงๆ เราเลยไปนั่งที่ร้านอาหารเพื่อหลบร้อนด้วยการกินขนมหวาน ดูแล้วก็เหมือนน้ำแข็งใสบ้านเรา

เมื่อเดินวนรอบแล้วเราก็นั่งรถรางลงมาด้านล่าง แวะซื้อโปสการ์ดเสร็จก็เดินมาขึ้นรถเพื่อจะไปแวะที่ Toy Museum ดูจากแผ่นพับแนะนำที่เที่ยวแล้วที่ Toy Museum เป็นที่จัดแสดงของเล่นต่างๆมากมาย ทั้งของเล่นแปลกๆและของเล่นที่เป็นที่นิยมก็ถูกรวบรวมมาแสดงที่นี่

จากนั้นก็นั่งรถเมล์มาลงที่ Komtar เพื่อต่อรถไปทาง Batu Feringhi เราสองคนก็นั่งเล็งป้าย Toy Museum กันถ้าเห็นก็จะรีบลงทันที นั่งจ้องกันจนมาถึงโรงแรมที่เห็นแต่ไม่ยักจะเห็นป้าย Toy Museum ผ่านตาเลย ลงความเห็นกับเพื่อนว่าเราคงเลยกันมาแล้ว (มีปัญหากับการนั่งรถเมล์จริงๆสินะ T_T) เมื่อเลยมาแล้วเราก็ตัดสินใจตรงไปที่ Batu Feringhi กันเลย ไปถึงที่นั่นตั้งแต่บ่ายสองโมงกว่าร้านค้าจะปิดขายตั้งทุ่มนึง … เราเลยฆ่าเวลาด้วยการเดินเล่นริมทะเลเดินถ่ายรูปเล่นกันพักนึงก็เดินมาหาอะไรกินตรงร้านริมชายหาดซึ่งได้เวลามื้อเย็นพอดี นั่งกินกันไปเรื่อยๆจนประมาณหกโมงครึ่งเราก็ลองออกมาเดินเตร็ดเตร่กัน

ย่าน Batu Feringhi นี้เป็นที่ตั้งโรงแรมใหญ่ๆเรียงรายตลอดชายหาดและมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะกว่าในตัวเมือง เราก็เริ่มต้นเดินตั้งแต่ร้านแรกไปเรื่อยๆ มีของขายหลากหลาย เพื่อนฉันช้อปได้มาหลายอย่างเลย ส่วนฉันเองซื้อของฝากนิดหน่อย เวลาแวะซื้อของคนขายส่วนใหญ่ก็จะถามว่าเป็นคนไทยใช่ไหม คนขายบางคนก็พูดภาษาไทยได้ด้วย เดินกันเพลินจนมาถึงสุดทางที่มีร้านค้าตั้งขาย นี่ก็สี่ทุ่มครึ่งแล้วไม่แน่ใจว่ายังมีรถเมล์วิ่งอยู่หรือเปล่า เลยเดินย้อนกลับมานั่งแท็กซี่กลับ

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันเดินทางกลับกรุงเทพ เวลาผ่านไปไวจริงๆ … วันพรุ่งนี้ต้องหาซื้อของฝากกลับบ้านด้วย

ได้เวลาเดินทางกลับ

เช้าวันที่สี่ ช่วงสายเราไปเดินที่ Prangin Mall ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของปีนังซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับตึก Komtar กะว่าจะหาซื้อของฝากกัน มาถึงห้างช่วงเที่ยง เราก็เดินหาร้านขายของฝาก แต่ไม่เจอจึงเดินไปที่ตลาดแทน ก็เจอร้านขายขนมของฝากอยู่ที่ตลาดนี่เอง หลังจากซื้อของฝากกันเต็มไม้เต็มมือแล้วก็กลับที่พักเพื่อเก็บข้าวของ เมื่อตรวจดูสัมภาระเรียบร้อยแล้วก็ลงมาด้านล่างเพื่อเช็คเอาท์ จ่ายเงินค่าที่พักเรียบร้อย เราก็ลาคุณลุงเจ้าของบ้านแล้วก็เรียกแท็กซี่เพื่อไปยังสนามบิน …. ได้เวลากลับบ้านแล้วสินะ

สี่วันกับการเดินทางมาเที่ยวปีนัง เกาะเล็กๆ ที่มีความสงบ น่าสนใจ และมีเสน่ห์ในตัว หลายคนมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกแล้วก็ยังมาอีกเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่กี่แห่ง แต่ได้มาที่นี่ก็ถือว่าไม่ผิดหวังกับการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของฉันกับเพื่อน ที่สำคัญคือได้ความประทับใจของผู้คนที่นี่ด้วย

แต่ที่ประทับใจมากที่สุดคือคนขับรถเมล์ของปีนัง เวลาที่มีคนกดกริ่งลงก็จะจอดให้ตลอด แม้ว่าคนจะเดินลงช้าก็ไม่มีเร่ง เมื่อมีคนจะขึ้นรถแล้วรถจอดห่างจากคนที่เรียก คนๆนั้นก็เดินมาขึ้นแบบปกติ ไม่ได้มีอาการเร่งรีบ หรือวิ่งมาขึ้นรถแต่อย่างใด ถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากๆ เพราะภาพแบบนี้หาดูไม่ได้ที่กรุงเทพฯ !!!

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark