อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

แสนสราญใจในสิงคโปร์

นิตยสาร 3 พฤศจิกายน 2552 – 12:01 pm

หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงาน ลองให้รางวัลตัวเองด้วยการเดินทางไปเปิดหูเปิดตาแบบชิลด์ๆ สู่ประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรากันดีกว่าค่ะ รับรองว่าจะประทับใจกันแบบไม่รู้ลืม

เมื่อเอ่ยถึงประเทศสิงคโปร์ หลายคนคงจะนึกถึงสิงโตทะเลสีขาวที่ยืนพ่นน้ำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย? ห้างสรรพสินค้าหรูๆ บนถนนออชาร์ด (Orchard Road) ความร่มรื่นเขียวขจีของต้นไม้ใหญ่บนถนนสายต่างๆ แต่รู้ไหมคะว่าประเทศเล็กๆ ที่ผงาดขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจของภูมิภาคแห่งนี้มีหลายสิ่งที่น่าค้นหารอเราอยู่ ออกเดินทางกันเลยนะคะ

singapore

สถานที่ที่ถือว่าเป็นไอคอนคือ เมื่อเห็นปุ๊บ ก็รู้ปั๊บว่าเป็นสิงคโปร์ ก็คือ Merlion สิงโตทะเลสีขาวยืนพ่นน้ำอย่างสง่าผ่าเผยที่อ่าวมาริน่า (Marina Bay) ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ ถัดออกไปไม่ไกลจะมองเห็นตึกเอสพลานาด โรงละครที่มีรูปร่างคล้ายทุเรียนด้วยเหล็กแหลมที่ปกคลุมอยู่รอบอาคาร เป็นศูนย์แสดงศิลปะแขนงต่างๆ โดยเน้นวัฒนธรรมของเอเชียเป็นหลัก ทั้งดนตรี ละคร การเต้นรำ และทัศนศิลป์

Esplanade

และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดที่อยู่ไม่ไกล และถือว่าเป็นไอคอนอีกอย่างหนึ่งของสิงคโปร์ ก็คือ Singapore Flyer ที่มีรูปร่างคล้ายกับ London Eye ของประเทศอังกฤษ ถ้าคุณอยากมองเห็นทิวทัศน์ของสิงคโปร์ทั่วทั้งเมือง รับรองไม่ผิดหวังค่ะ เพราะค่าขึ้นชมก็สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 750 บาท

นอกจากนี้ การเดินชมสถาปัตยกรรมสมัยอาณานิคมที่มีอยู่เกือบทั้งเมืองก็สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน เพราะรัฐบาลสิงคโปร์และประชาชนต่างให้ความร่วมมือร่วมใจในการอนุรักษ์อาคารเก่าเหล่านี้เอาไว้ เริ่มตั้งแต่ถนนเซนต์แอนดรูว์ อันเป็นที่ตั้งของศาลฎีกาและศาลากลางเมือง (Supreme Court and City Hall) ตัวอาคารมีเสาโครินเธียน แสดงให้เห็นถึงศิลปะตะวันตกที่เข้ามาในยุคสมัยอาณานิคม

City-Hall

ไม่ไกลกันนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐสภาหลังเก่า (Old Parliament House) ซึ่งถือว่าเป็นอาคารของราชการที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นศูนย์รวมศาสตร์ศิลปะแขนงต่างๆ ภายใต้ชื่อ ?The Arts House? ด้านหน้าอาคารมีรูปปั้นช้างสำริด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นที่ระลึกจากประเทศไทยเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสิงคโปร์ในปี พ.ศ. 2414

Sir-Stamford-Raffles-statue

เดินไปอีกไม่ไกล ริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์? ก็จะพบรูปปั้นของเซอร์ สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) ผู้ก่อตั้งและวางรากฐานประเทศแห่งนี้ โดยชื่อ ?Raffles? ก็เป็นชื่อของโรงแรมที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดเครื่องดื่ม Singapore Sling อันเลื่องชื่ออีกด้วย หากเดินเล่นริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ ก็จะพบย่าน Boat Quay มีตึกแถวยุคเก่าตั้งเรียงรายเคียงคู่กับอาคารทันสมัยสูงเสียดฟ้า และยังคงเป็นย่านสำคัญทางธุรกิจนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Boat-Quay

ถัดเข้าไปจาก Boat Quay จะเป็นย่าน Clark Quay กลุ่มอาคารเก่าในย่านนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และพัฒนาให้เป็นย่านธุรกิจการค้าเพื่อนักท่องเที่ยว ประกอบด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ตกแต่งอย่างทันสมัยสวยงาม

ย่านที่มีสีสันที่สุดของสิงคโปร์ ก็ต้องยกให้ย่านไชน่าทาวน์ ถือเป็นย่านธุรกิจสำคัญและคึกคักมากที่สุดย่านหนึ่ง เพราะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่ายเลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกในราคาไม่แพง และไชน่าทาวน์ยังเป็นแหล่งชุมนุมอาหารเลิศรสในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำ ข้าวมันไก่ไหหลำ บะหมี่ผัดกุ้งแบบฮกเกี้ยน และอีกหลากหลายเมนู นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังเพลิดเพลินไปกับการชมกลุ่มอาคารหลังเก่าที่มีสีสันสดใส จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึก

Chinatown

Dim-sum

หากคุณเป็นสาวนักช้อป แน่นอนว่าห้างสรรพสินค้าหรูๆ บนถนนออชาร์ดเป็นสวรรค์สำหรับคุณ เพราะสินค้าแบรนด์เนมต่างประเทศต่างพากันมารวมตัวบนถนนสายนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา และอีกมากมาย

Chinatown-shopping

สีสันหลากสีแห่งเมือง ?สิงหปุระ? ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ลองหาวันหยุดมาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง อาจจะสร้างความสุขแสนสราญใจในแบบของคุณเองก็ได้ค่ะ

บทความโดย : น้องนุช มณีอินทร์

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark

4 Comments »