อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » The Trip

ศิลปะข้างถนนของคน Vienna

นิตยสาร 24 กรกฎาคม 2551 – 12:13 pm

ชื่อ กรุงเวียนนา เป็นชื่อที่คุ้นหูของใครหลายๆคน บางทีก็คุ้นมากจนคิดว่าเป็นเวียดนาม เพราะตอนกลับจากเวียนนา มีน้องๆถามผมว่า? ไปเวียดนามมาสนุกมั๊ย หรือไม่ก็ถามว่า? ไปเวียนที่ไหน สุพรรณฯหรืออยุธยา? !?

เวียนนาเป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (ไม่ใช่ออสเตรเลีย) ประเทศที่ใครๆมักจะวาดภาพไว้ว่า หันไปทางไหนก็จะพบแต่ดนตรีคลาสสิค ซึ่งก็คาดไม่ผิดหรอกครับ แต่คุณอาจจะคาดไม่ถึง เพราะเวียนนาที่ผมสัมผัสคือเมืองแห่งศิลปะในทุกๆแขนงเลยก็ว่าได้

สถานที่ท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ในเวียนนา ไม่ว่าจะเป็นพระราชวัง, พิพิธภัณฑ์ หรือโรงละครต่างๆ มักต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่ผมจะแนะนำในตอนนี้ นอกจากจะไม่ต้องเสียค่าเข้าชมแล้ว คุณยังได้สัมผัสชีวิตที่มีสีสันของคนเวียนนาแบบไม่รู้เบื่ออีกด้วย ที่แห่งนี้เป็น Shopping Street ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าที่พร้อมจะดูดเงินในกระเป๋าของคุณ และท่ามกลางร้านค้าเหล่านั้นเอง มีศิลปะหลายแขนงแฝงตัวรอให้คุณชมอยู่มากมายทีเดียว

ดนตรีคลาสิก
พื้นที่สำหรับเดินเที่ยวและช้อปปี้งนี้กินบริเวณกว้าง ตั้งแต่ถนน K rntner เรื่อยไปต่อกับ Graben และแหล่งช้อปปี้ใหญ่อย่าง Kohlmarkt ซี่งมีความยาวถึง 3 สถานีรถไฟใต้ดิน ระยะทางที่ดูเหมือนยาวไกล แต่เมื่อเดินอยู่ในถนนสายนี้จะรู้สึกเหมือนสั้นมากทีเดียว

ถ้าจะมาที่นี่ ผมแนะนำให้ขึ้นรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Kalsplatz ครับ (แต่ถ้าใครเมื่อย ให้ไปลงที่สถานี Stephansplatz ได้เลย) แล้วเดินผ่านโรงละครมาเรื่อยๆ ความตื่นเต้นคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ในช่วงต้นๆ อาจแค่รู้สึกถึงความเป็น Shopping Street แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆก็จะเจอสิ่งน่าสนใจเพิ่มขึ้น แนะนำให้เดินผ่านทางลงสถานีรถใต้ดิน Stephanplatz แล้วเลี้ยวซ้ายไปจนถึงสถานี Herrengasse เลยนะครับ ใครอยากขึ้นรถไฟใต้ดินกลับก็ขึ้นที่สถานีนี้ได้ หรือถ้าอยากจะไปเที่ยวใน Vienna Imperial Palace ต่อ ก็ใกล้มากๆแล้วครับ

กรุงเวียนนา
สิ่งที่ผมการันตีว่าคุณจะได้เห็น ก็คือสิ่งที่ทุกคนคาดหวังกับออสเตรีย ดนตรีคลาสสิค คุณจะได้สัมผัสมันอย่างใกล้ชิดกับวงดนตรีคลาสสิคแบบเปิดหมวก (เปิดกระป๋อง, เปิดกระเป๋า อะไรนั่นแหละครับ) ใครชอบดนตรีคลาสสิคจะมีความสุขกับการยืนฟังเพลง (อย่างเช่นผมเป็นต้น) และถ้าใครมีจิตศรัทธา เมตตา กรุณา จะตบรางวัลเบาๆ คนเล่นก็จะดีใจ สีกันอย่างเมามันส์เลยครับ

นอกจาก Street Performer ประเภทดนตรีคลาสสิคแล้ว ผมก็การันตีว่า คุณจะได้เห็นหุ่นคนหลายแบบหลายสไตล์ บางคนผมเห็นแล้วยังทึ่งในความคิดสร้างสรรค์ของเขาเลยล่ะ

ศิลปะการแสดงและดนตรีของที่นี่ไม่ได้หมดแค่นี้ ยังมีกลุ่มกิจกรรมการแสดงอื่นๆอีกที่มาเปิดการแสดงแบบเปิดหมวก ณ ถนนสายนี้ มีตั้งแต่เล่นตลก, โชว์การเต้น บางครั้งก็มีการแสดงพื้นเมืองของประเทศอื่นๆมาให้ชมกันด้วย

ศิลปะกลางกรุงเวียนนา
เมื่อละสายตากับการแสดงมากมาย ก็จะเจอกับศิลปะประเภทภาพวาด มีศิลปินมากมายกำลังหารายได้จากการวาดภาพเหมือน และอีกหลายรายที่นำผลงานของตนมาจำหน่าย ในความเห็นของคนที่ไม่เชี่ยวชาญทางศิลปะอย่างผม มองว่าสิ่งที่แตกต่างกับศิลปินไทยคงเป็นแค่ลักษณะของภาพที่แตกต่างเท่านั้นครับ ฝีมือและความละเอียด คนไทยสู้ได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะอื่นๆอีกเช่น ภาพวาดจากสีพ่น, หุ่นไม้ เป็นต้น

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่คือบรรยากาศที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในเวียนนา ผมแวะมาที่นี่ทุกวัน แล้วก็ไม่ผิดหวังสักวัน เพราะผมจะได้เห็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากเมื่อวานเสมอ ถ้าไม่นับร้านค้าที่เปิดอยู่ที่เดิมตลอดนะครับ

ช่วงที่ผมไปเที่ยว เป็นฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูที่ทุกคนที่นี่ปรารถนา ผู้คนจะมีความสุขกับแสงแดดและช่วงเวลาสำหรับการสังสรรค์ที่ยาวนาน ผมนั่งซึมซับบรรยากาศโดยการมองโน่นมองนี่กลางแดดเปรี้ยงๆอยู่นานมากโดยที่ไม่รู้สึกร้อนเลย ก็อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 25 องศา แล้วใครๆก็นั่งกลางแดดกันทั้งนั้น นั่งอ่านหนังสือบ้าง ซื้ออะไรมานั่งกินกันบ้าง สบายๆกันเลย

ใครมีเวลาว่างอยากจะสัมผัสเวียนนายามค่ำคืน ที่แห่งนี้เป็นคำตอบที่ดีสำหรับยามราตรีในเวียนนาได้ครับ แต่ในฤดูร้อนพระอาทิตย์จะตกช้ามาก กว่าฟ้าจะมืดจนได้เห็นแสงสีจากไฟ ก็ประมาณ 3-4 ทุ่มแล้ว ถ้าได้นั่งจิบเบียร์ตามร้านรวงข้างทางจะได้บรรยากาศมากทีเดียว

เวียนนายามราตรี
Shopping Street สายนี้ บอกความเป็น เวียนนา ได้เป็นอย่างดี วิถีชีวิตที่ติดกับศิลปะแขนงต่างๆ ทำให้ เวียนนา เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ ยากที่จะลืม

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark

One Comment »

  • nick says:

    ผมก็เป็นคนนึงที่ไปมาแล้วคัฟผม

    สวยมากเลยคัฟ

    ไปอยุ่ที่นั่นสามเดือน

    เรียนภาษาไปและก้อเที่ยวไป ^^

    คนที่นั่นน่ารักดี

    อยู่ๆไปนานๆก็เหงา เหอๆ

    มีโอกาศอนาคตอาจจะได้ไปทำงานที่นั่น