Articles in Web Innovation
หลายคนคงเคยได้เห็น ได้ใช้บริการกันไปแล้ว กับการซื้อขายออนไลน์รูปแบบใหม่ที่เรียกรวมๆ ว่า Group buying หรือ “รวมๆกันซื้อ” กระแสนี้ได้กลายเป็นที่นิยมหลังจาก Social Network เพื่องฟูเพราะเราเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น แบ่งปันข้อมูลกันได้สะดวกขึ้น และสามารถร่วมกันทำอะไรบางอย่างได้ไม่ยาก ดังนั้นเมื่อเพื่อนเราซื้อของอะไรบางอย่างแล้วบอกต่อใน Social Network มันก็ทำให้เราคิดว่าสินค้าหรือบริการนั้นๆ น่าสนใจ น่าซื้อด้วยกัน นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดแนวความคิดของการ รวมๆกันซื้อ เพื่อให้ได้ส่วนลดที่มากขึ้นจากผู้ขาย นี่คือการขายของที่ต้องการพลังมวลชน เราจึงเรียกมันอีกชื่อว่า “Social commerce” นั่นเอง
ย่างเข้าเดือนที่สองของปี 2554 กันแล้ว ตอนนี้พวกเรากำลังชมเว็บไหนกันอยู่บ้าง จากจำนวนเว็บที่มีอยู่มากมายในอินเทอร์เน็ต บางคนก็คงจะเข้าแต่เว็บที่อ่านกันเป็นประจำๆ เพราะว่าไม่รู้จะไปไหนดี ดังนั้นวันนี้ผมเลยอยากจะขอแนะนำ innovation ในแวดวงเว็บที่น่าสนใจทั้งของไทยและเทศและให้รู้จักเพิ่มเติมกันสักหน่อยครับ ว่าแล้วไปชมกันเลย
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอต้อนรับการมาของปี 2011 ปีที่ Social media ที่เราคุ้นเคยกำลังจะเปลี่ยนไป ใครได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่อง The Social Network บ้างครับ ได้แง่คิดมุมมองความเป็นมาเป็นไปของ Facebook เครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกันไปบ้างหรือเปล่า บางคนก็บอกว่าหนังเรื่องนี้มันเป็นเรื่องกิเลสของมนุษย์ เป็นการพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะกันและกัน จุดมุ่งหมายเพื่อชื่อเสียงและความสะใจล้วนๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ Social network ที่พวกเราใช้กันฟรีๆอยู่ทุกวันนี้นี่แหละครับ ก็ว่ากันไป
จากเดือนที่แล้วที่เราคุยกันถึงประเด็นน่าสนใจในบทความ “The Web Is Dead. Long Live the Internet” มาทบทวนกันสักหน่อยก่อนจะไปต่อกันนะครับ
หลังจากนิตยสาร Wired เดือนกันยา ได้ตีพิมพ์บทความ “The Web Is Dead. Long Live the Internet” หรือแปลเป็นไทยได้ว่า “เว็บกำลังจะตาย อินเทอร์เน็ตยังอยู่ตลอดไป” โดยการเขียนของ Chris Anderson ผู้โด่งดังจากทฤษฎี The Long Tail และ Michael Wolff นักเขียนชื่อดังจาก Vanity Fair magazine ทำให้ผมต้องนำเรื่องราวที่สะกิดใจจากบทความนี้มาขยายความให้ฟังกันในคอลัมน์ Web Innovation กันสักหน่อยครับ
ในขณะที่ผมกำลังนั่งใช้งานเว็บบราวเซอร์ในเครื่องคอมพ์ตามปกติ พิมพ์ๆไปก็สะดุดมาคิดว่า เอ… ทำไมเว็บต่างๆ ที่เราใช้งานอยู่ถึงใช้ชื่อเช่นนั้น มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ผู้ก่อตั้งเค้าคิดยังไงกันนะ หลังจากไปสืบมาพบว่าประวัติความเป็นมาของแต่ละที่น่าสนใจทีเดียว จะเก็บไว้คนเดียวก็กระไรอยู่ เลยขอเอามาแชร์ให้ทราบกันตามนี้เลยครับ
iPhone4 ไปที่ไหนใครๆก็พูดถึง ต้องนับถือทีมงาน Apple ครับ ที่ทำให้โทรศัพท์เครื่องนี้สามารถเป็นประเด็นหัวข้อในการสนทนาที่น่าสนใจเลยทีเดียว และนอกจากจะคุยกันเฉยๆ มีการ์ตูนหลายฉบับครับที่นำมาวาดล้อเลียนได้ไม่เลว วันนี้ผมเลยอยากจะแนะนำเว็บการ์ตูนที่จะสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของเราให้รู้จักกันสักหน่อยครับ ซึ่งก็จะมีทั้งของต่างชาติ (ที่เราแปลให้แล้ว) และของไทย ฝีมือคนไทยเองไปชมกันเลยครับ
เคยไหมครับที่อยากจะรู้ว่าคนอื่นๆ เค้าคิดอะไรกันยังไง เช่น เวลามีสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมา แล้วมีใครพูดอะไรกันบ้าง เค้ารู้สึกอย่างไรกับสินค้าตัวนั้น อย่างตอน iPhone 4 ออกใหม่ อยากรู้ไหมครับว่าคนทั่วโลกเค้าคิดกันอย่างไร ในอดีตอาจจะเป็นเรื่องยากที่เราจะหาหรือรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ถ้าต้องให้ไปเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม อืมม… เมื่อไรจะได้ผลลัพธ์ล่ะ? แต่ปัจจุบันด้วย web2.0 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทำให้เราสามารถรู้ว่าใครคิดอะไรกันบ้าง มันเป็นพฤติกรรมการตะโกนไร้เสียงแบบดังๆ ของคนยุคนี้ ซึ่งก็ทำให้เราสามารถเช็ค feedback ในเรื่องราวต่างๆ ที่สนใจกันได้แบบทันควันกันเลยทีเดียว
“ยุคนี้ทำอะไรๆ ก็ต้องมี brand เริ่มจากการคำนึงถึงเรื่องการสร้าง brand ของบริษัท ย่อยลงมายัง brand ของผลิตภัณฑ์ วันนี้เราพูดกันมากขึ้นถึงเรื่อง personal brand หรือแบรนด์ส่วนบุคคล ซึ่งตามภาษาการตลาด brand คืออัตลักษณ์ คือคุณค่าคือความแตกต่างที่จะแยกแยะสิ่งโน่นออกจากสิ่งนี้ได้
หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Social media เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรามากมาย เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ กลายเป็น Netizen ไปโดยไม่รู้ตัว แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่า พลังของ Social media ณ ขณะนี้ มันข้ามเส้นแบ่งจากโลกออนไลน์ มายังโลกแห่งความเป็นจริงของเราได้แล้วด้วย
หากจะคุยเกี่ยวกับนวัตกรรมต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตคงหนีไม่พ้นการพูดถึงผลิตภัณฑ์ของ Google และนั่นก็เป็นที่มาของเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ครับ มีหลายคนสงสัยว่าGoogle buzz ที่เพิ่งออกมาไม่นานมันเหมือนหรือต่างจาก Twitter อย่างไร? จะว่าไปแล้ว Google wave ที่เปิดตัวมาช่วงก่อนก็ยังไม่ทันได้เข้าใจเลย แล้วตัวใหม่นี้จะมาแว๊บๆ เหมือนตัวก่อนไหม มันจะมี impact กับคนไทยมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นเราไปดูรายละเอียดของบริการเหล่านี้กันเลยดีกว่านะครับ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ต้องยอมรับว่า Google Earth เป็นบริการสาธารณะสะท้านโลกตัวแรกที่ทำให้เรารู้จักพื้นโลกที่เราอยู่นี้มากขึ้น ซึ่งควบคู่ไปกับบริการตัวนี้ก็ยังมี Google Maps ที่ให้บริการคล้ายๆ กัน แต่ข้อดีของมันคือเป็น Web application ทำให้เราไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติม อีกทั้งยังมี API (Application Programing Interface) ให้เว็บไซต์อื่นๆ สามารถนำแผนที่นี้ไปใช้ในเว็บของตน หรือต่อยอดทำ application อื่นๆ ออกมาอีกมากมาย ตัวอย่างเช่นใน eventpro.in.th ก็มีการแสดงพิกัดของสถานที่จัดอีเวนท์บน Google Maps
ต้อนรับปีใหม่ด้วยเทรนด์ดูแลสุขภาพมาแรง กระตุ้นอีเมลขยะประเภทสุขภาพและการขายยาเติบโตเป็นเท่าตัว
นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า ?รายงานสถานการณ์อีเมลขยะของไซแมนเทคประจำเดือนมกราคมปี 2553 ซึ่งเป็นข้อมูลสรุปสถานการณ์อีเมลขยะจนถึงธันวาคม 2552 มีประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในเดือนธันวาคม 2552 ประกอบไปด้วยการย้ายถิ่นของต้นทางอีเมลขยะและขนาดโดยเฉลี่ยของอีเมลขยะ
ไอบีเอ็ม เปิดเผยรายงานประจำปี ?Next 5 in 5? ฉบับที่ 4 ซึ่งมีการคาดการณ์แนวโน้มทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะมีผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองต่างๆ ทั่วโลกในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าดังต่อไปนี้
วันนี้ กูเกิลประกาศผลไซท์ไกสท์ประจำปี ซึ่งเป็นการมองผ่านสายตาคนไทยโดยรวมที่จับจ้องผ่านเว็บตลอดปี 2551 ผลไซท์ไกสท์ช่วงสิ้นปี 2551 จะสะท้อนภาพรวมที่โดดเด่นเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ และแนวโน้มที่มาแรงที่สุดในรอบปีจากการค้นหาบน Google.co.th









