อ่านนิตยสาร D+plus ได้ฟรี ตามสถาบันการศึกษา ร้านกาแฟ ห้องสมุด และสถานที่ชั้นนำทั่วไป
Photo Know How

Smart English

Tech Tips

The Trip

Web Innovation

Home » Web Innovation

สร้าง Personal brand ด้วย Social Network

นิตยสาร 7 กรกฎาคม 2553 – 4:50 pm

“ยุคนี้ทำอะไรๆ ก็ต้องมี brand เริ่มจากการคำนึงถึงเรื่องการสร้าง brand ของบริษัท ย่อยลงมายัง brand ของผลิตภัณฑ์ วันนี้เราพูดกันมากขึ้นถึงเรื่อง personal brand หรือแบรนด์ส่วนบุคคล ซึ่งตามภาษาการตลาด brand คืออัตลักษณ์ คือคุณค่าคือความแตกต่างที่จะแยกแยะสิ่งโน่นออกจากสิ่งนี้ได้

webinno_Pic

ถึงตรงนี้หลายคนอาจนึกถึงคนมีชื่อเสียงอย่าง Woody, Apirak, Joeyboy แต่มันไม่จำเป็นหรอกครับว่าเราต้องมีชื่อเสียงก่อนถึงจะสามารถสร้าง personal brand ได้ โดยเฉพาะบนอินเทอร์เน็ตยิ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในไซเบอร์สเปซแห่งนี้ ทุกคนเริ่มจากการเป็น nobody ที่ไม่มีใครรู้จัก และขยับไปเป็น somebody ที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักเราได้รู้จักเรา สุดท้ายก็อาจจะกลายเป็น celeb เฉพาะทาง ที่คนในวงการของเรารู้จักกันไปทั่ว ยกตัวอย่างเช่น @sugree ที่ geek ในวงการไอทีทุกคนต้องรู้จักเขา @phuphu ที่มีชื่อเสียงเรื่องความฮากระจัดกระจาย @PatSonic ที่ดังในเรื่องหนังเพลงบันเทิงต่างๆ คนเหล่านี้มีกลุ่ม niche ที่ชื่นชอบตนเพราะพวกเขาได้เริ่มจากการหยิบตัวเองไปในจุดสว่างบนอินเทอร์เน็ตและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวตนของเขาออกมา ดังนั้นหากทุกวัvpนนี้เรามีชีวิตส่วนหนึ่งอาศัยอยู่บนอินเทอร์เน็ต มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าเราจะมาให้ความสนใจกับข้อมูลต่างๆที่เราใส่เข้าไปทุกวัน สร้างมันให้กลายเป็น brand ของเราเองเลย

อย่างตัวผมเองตอนนี้ก็มี brand ในชื่อ TheInk ที่ใช้เป็นชื่อเฉพาะในการบ่งบอกถึงความเป็นผม และด้วย Social media ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ก็ทำให้เราสามารถนำเสนอตัวเองได้มากขึ้น  เป็นต้นว่า ผมมี twitter ที่ใช้ชื่อ @TheInk มี facebook มี slideshare มี LinkedIn ที่ใช้ theink เหมือนกัน นอกจากนี้ก็ยังมี blog อยู่ที่ gotoknow.org/blog/theink ทั้งหมดเป็นความตั้งใจที่ผมสร้างขึ้นเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของตัวเองบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ผมสามารถทำการตลาดตัวของตัวเองให้เป็นที่รู้จักในวงการไอทีได้มากขึ้น ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ และไม่ได้ยากอะไรเลยหากเรารู้วิธี ดังนั้นมาดูกันในเบื้องต้นดีกว่าครับว่า ถ้าเราจะสร้าง personal brand ของตัวเอง ต้องทำอะไรบ้าง

Portfolio

1. ค้นหา brand ของเราจากส่วนลึกในตัวเราก่อน เพราะไม่ใช่แค่ชื่อ ไม่ใช่โลโก้ แต่ brand คือสิ่งที่เราจะแสดงออก มันคือภาพลักษณ์ของเรา การค้นหา personal brand คือการค้นหาตัวเองว่า เราชอบอะไร เรามีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร เราต้องการนำเสนอตัวเองออกไปอย่างไร พยายามหา position ของตัวเองที่ชัดเจนที่สุด อะไรแสดงถึงความเป็นเรา (หรือเราอยากแสดงอะไรออกไป)

2. แสดง brand ของเราให้คนอื่นประจักษ์ มีเครื่องมือหลากหลายชนิดให้เราใช้ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีลักษณะเฉพาะของตนที่แตกต่างกันออกไป เริ่มจากให้คนรู้จุดยืนของเรา และค่อยๆ สื่อสาร เพิ่มคุณค่าของตัวเองด้วยเครื่องมือต่างๆ ดังต่อไปนี้

e-mail address: เรื่องแรกที่จะบ่งบอกความเป็นตัวเราและใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น เราอาจเริ่มง่ายๆ จากการใช้ Free
e-mail ที่ให้บริการอยู่ทั่วไป อย่าง Hotmail, Yahoo, Gmailหรือจะขยับชั้นมามีโดเมนของตัวเอง และอาจจะใช้ Google App ในการสร้างอีเมลของตนเลย หรือให้เก๋ก็ใช้โดเมน .in.th เช่น user@mydomain.in.th เป็นต้น

online resume: สำหรับคนที่ต้องการเปิดโอกาสให้ตนเอง อย่าลืมว่าปัจจุบันบริษัทต่างๆและบริษัทจัดหางานก็ต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพมาเติมเต็มบริษัทอยู่เสมอ และมันก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรในการที่เราจะเอาประวัติตนเองไปใส่ทิ้งไว้สักหน่อย อย่างที่มีชื่อเสียงเลยในบ้านเรา ก็ jobtopgun.com ที่เค้ามี superresume ซึ่งให้ผู้มองหางานมาใส่ข้อมูลทิ้งไว้ให้บริษัทต่างๆ ได้เลือกกัน

Portfolio: หากปกติเราเป็นคนสายศิลป์ ก็มักจะมีผลงานของตัวเองอยู่แล้ว ก็เอามันไปใส่ไว้บนอินเทอร์เน็ต เปิดแสดงให้โลกได้รู้กันไปเลยในเบื้องต้นก็อาจจะไปใส่กันได้ที่ www.portfolios.net และwww.thaiportfolio.com เป็นต้น

Blog/website: ถ้าเราเป็นคนชอบขีดๆ เขียนๆ ก็ควรหาที่ปลดปล่อยความสามารถนี้ออกมา เช่น ไปเขียนใน exteen.com
จะได้กลุ่มวัยรุ่น ไปเขียนที่ gotoknow.org จะได้กลุ่มนักวิชาการ ไปเขียนใน oknation.net ก็จะได้กลุ่มคนทั่วไปที่สนใจข่าวสาร
ก็เลือกที่เหมาะกับเรา โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องไปเขียนทุกที่

Webboard/forum: ก็ถ้าไปแสดงความคิดเห็นที่ไหนก็อย่าลืมใช้ชื่อ account เดียวกัน หรือใส่อีเมลเดียวกันเสมอ คนอื่นจะได้คุ้นเคยกับการแสดงความคิดเห็นของเรา

Facebook

Social Network ต่างๆ เช่น
LinkedIn: เป็นเครือข่ายแบบ professional จริงๆ ที่ไม่ได้มีไว้คุยเล่น แต่ไว้สำหรับ recommend คนที่เรารู้จัก ให้เครดิตซึ่งกันและกันว่าใครทำอะไรได้ หากเราเป็นคนที่ค่อนข้างจะเปิดกว้างหน่อย สื่อสารภาษาอังกฤษได้ก็อาจจะมีการเชิญไปทำงานจากบริษัทต่างประเทศเลยทีเดียว เพราะอันนี้ผมเคยมีประสบการณ์มาแล้วว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีบริษัทติดต่อผมเข้ามา ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย แค่มี profile เขียนทิ้งไว้ใน LinkedIn เท่านั้นเอง

Facebook: เครือข่ายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากแล้ว ขอแค่เรามี account และสร้าง network
กับเพื่อนๆ แค่นั้นเราก็สามารถอัพเดตข่าวสารต่างๆ ซึ่งกันและกันได้แล้ว

Twitter: อีกเครื่องมือที่พลาดไม่ได้ นอกจากใช้ follow ตามคนที่เราสนใจ ยังสามารถใช้ในการแสดงความคิดเห็น ตะโกนสิ่งที่ตนเองอยากบอกให้โลกได้รู้เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์ได้ดีทีเดียว

3. เมื่อมี brand แล้วก็ต้องรักษามันเอาไว้มี 2 ขั้นตอนง่ายๆ ให้ปฏิบัติคือ หนึ่ง ต้องมั่นอัพเดต เมื่อ brand ของเราเกิดและเริ่มโต เริ่มมีคนรู้จัก เรามั่นใจได้เลยว่ามันคือทรัพย์สินอย่างหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตของเรา ต้องมั่นคอยอัพเดตข้อมูลตามเครื่องมือต่างๆ ที่เราเลือกใช้ในขั้นต้น อย่างมีทำอะไรก็อัพเดต facebook & twitter มีประสบการณ์การทำงานเพิ่มก็อัพเดตใส่ LinkedIn เมื่อเราสร้างความประทับใจได้แล้ว เมื่อมีคนติดตามอย่าให้มันขาดหายไปครับ สอง ต้องหมั่นฟัง เพราะโลกมันกว้าง คนมันเยอะ อาจจะมีหลายคนที่พูดถึงเราอยู่ในหลายๆที่ เราควรจะตอบสนองกับฟังต่างๆเหล่านั้นอย่างเหมาะสม ถ้าคนชอบมาก็ขอบคุณไป ถ้าคนตำหนิมาก็ชี้แจงไป ข้อนี้อาจจะยากแต่ก็มีเครื่องมือช่วยอย่าง Google alerts หรือใช้ twitter search คอยตามสิ่งที่เกิดขึ้น

gotoknow.org

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า มันใช่เรื่องง่ายที่จะซ่อนข้อมูลของเราจากค้นหาโดย Search engine ต่างๆ ดังนั้น คิดก่อนเขียน อย่างที่สุภาษิตกล่าวว่า “ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด แต่หลังพูดไปแล้วคำพูดเป็นนายของเรา” เรื่องสาดเสีย เทเสีย อย่าไปใส่ไว้ในอินเทอร์เน็ตเลยครับ อย่าไปคิดว่าอินเทอร์เน็ตเป็นที่ระบายอารมณ์ที่ไม่มีคนรู้ว่าเราเป็นใคร เพราะเราจะกลายเป็นสิ่งที่เราเขียน มาลองคิดดีๆ ทำดีๆ เขียนดีๆเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตเราดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป จากการสร้าง personal brand ในเชิงบวกบนอินเทอร์เน็ตไม่ดีกว่าหรือครับ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?

เรื่อง : วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์

  • Facebook
  • Twitter
  • Windows Live Favorites
  • Blogger Post
  • Share/Bookmark